
โมบายแอพออนไลน์ ยุคทอง‘สังคมไร้เงินสด’
ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ คือ ยุคทองของสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง หลังจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ชูนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
อย่างไรก็ตามแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน “ไทยแลนด์ 4.0” หนึ่งในนั้นมีเรื่องระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือNational e-Payment เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนา เศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศไทย เพื่อเข้าสู่“สังคมไร้เงินสด”(Cashless Society)ผ่านบริการด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) และ เครื่องมือแรกที่เปิดขึ้นมาคือ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน
นอกจากนี้แล้วรัฐบาลได้จับมือกลุ่มธนาคารกระจายอุปกรณ์รับชำระเงินผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EDC)ไปทั่วประเทศกว่า 5.5แสนเครื่องเพื่อมุ่งสู่สังคมไร้เงินสดและจากการเปิดให้บริการพร้อมเพย์ ปรากฏว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้ว30ล้านคน ส่วนจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยมีถึง 88 ล้านเลขหมาย
ดังนั้นยุคสังคมไร้เงินสดถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงิน กลุ่มธนาคาร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องปรับตัวรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเข้ามาทดแทนบุคคล
++CEBF ชี้ประหยัดเวลา
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือ CEBF (Center for Economic and Business Forecasting) ออกมาเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบออนไลน์ จากการสำรวจการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตประจำวันจำนวน 1,251 ตัวอย่าง ปรากฏว่า เหตุผลที่เลือกชำระเงินระบบออนไลน์ อันดับ 1 คือ สะดวกและประหยัดเวลา 33.39%, รองลงมา คือ มีความง่ายในการใช้งาน 23.30%,ทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา 16.01%, สามารถตรวจสอบการใช้ธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลา สัดส่วน 12.81%, ไม่มีหรือมีค่าธรรมเนียม 8.65% และสิทธิประโยชน์โปรโมชัน 5.84%
ขณะที่ช่องทางการชำระเงินผ่านออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วน 41.26% ,ผ่านตู้เอทีเอ็ม 34.76%, บัตรเครดิตหรือ บัตรเดบิต คิดเป็นสัดส่วน 15.52%และบัตรเติมเงิน 8.46%
++กลุ่มแบงก์รุกหนัก
ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มธนาคารทั้งรายใหญ่รายเล็ก ไล่เลียงตั้งแต่ กสิกรไทย,ไทยพาณิชย์และ ทหารไทยต่างรุกหนักด้านคิวอาร์โค้ดผ่านโทรศัพท์มือถือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารไทยพาณิชย์ทุ่มทุนดึง “ใหม่-ดาวิกา”มาเป็น“แม่มณี”ภายใต้แคมเปญ “SCB Easy Pay-แม่มณี Money Solutions”และคาดว่าจะสร้างคิวอาร์โค้ดออกไปได้กว่า 500,000 บัญชี ภายในสิ้นปี 2018 อีกด้วย
++3 ค่ายมือถือปักธง
ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งเอไอเอส-ทรูมูฟ และ ดีแทค พยายามผลักดันการใช้โมบายแบงกิ้งเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ ทรูมูฟ นั้นบริษัทแม่ คือ ซีพี ได้เป็นพันธมิตรกับ “อาลีบาบา”และ “ซีพี” ด้วยการที่แอนท์ไฟแนนเชียล(ANT Finacial)ผู้ให้บริการอาลีเพย์ (Alipay) ที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับบริการธุรกรรมทางการเงินของอาลีบาบา (Alibaba) เข้าถือหุ้น 20% ในแอสเซนด์มันนี่(Ascend Money) บริษัทลูกของแอสเซนด์(Ascend)ในเครือซีพี
++ทรู เปิดตัว “คาร์ ไว-ไฟ”
นอกจากนี้แล้ว กลุ่มทรู ยังให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ ภายใต้“ทรูมันนี่” โดยที่ผ่านมา ทรูมูฟ เอช ได้ร่วมกับ ทรูมันนี่ร่วมมือกับ สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ ร่วมยกระดับบริการสู่ Smart Transportation 4.0 เปิดบริการระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายเคลื่อนที่ “Car Wi-Fi”จากทรูมูฟ เอช เครือข่าย4G+ที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทยติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ“Car Wi-Fi” พร้อม Net SIM ที่เร็ว แรง และครอบคลุมสุด นอกจากนี้ทางทรูมูฟเอช ยังพัฒนาซิม IOTเพื่อประโยชน์ในการใช้งานของผู้โดยสารภายในรถแท็กซี่ของสหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิเริ่มต้นจำนวน 4,000 คันโดยปัจจุบันมีสมาชิกและพันธมิตรรวม 15,000คันโดยกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล และหวังว่าจะเป็น“จุดเริ่มต้น”ของการพัฒนาระบบขนส่งของไทยให้ก้าวไปสู่ Smart Transportation 4.0 ทัดเทียมกับนานาประเทศโดยจะให้บริการชำระค่าโดยสารผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท (TrueMoney Wallet) โดยจะเปิดให้บริการในต้นปี 2561 นี้
ขณะที่ค่ายมือถือเบอร์ 1 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)หรือ เอไอเอส นั้นมีกระแสข่าวว่าภายในปี2561 เตรียมยกเครื่อง“เอ็มเพย์”อีกครั้งหนึ่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2561 จะเป็นยุคทองของ“โมบายแอพพลิเคชัน”ในยุคสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง นับจากนี้การแข่งขันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะบริการทุกประเภทจะอยู่บนมือถือสมาร์ทโฟน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561
อย่างไรก็ตามแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน “ไทยแลนด์ 4.0” หนึ่งในนั้นมีเรื่องระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือNational e-Payment เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนา เศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศไทย เพื่อเข้าสู่“สังคมไร้เงินสด”(Cashless Society)ผ่านบริการด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) และ เครื่องมือแรกที่เปิดขึ้นมาคือ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน
นอกจากนี้แล้วรัฐบาลได้จับมือกลุ่มธนาคารกระจายอุปกรณ์รับชำระเงินผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EDC)ไปทั่วประเทศกว่า 5.5แสนเครื่องเพื่อมุ่งสู่สังคมไร้เงินสดและจากการเปิดให้บริการพร้อมเพย์ ปรากฏว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้ว30ล้านคน ส่วนจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยมีถึง 88 ล้านเลขหมาย
ดังนั้นยุคสังคมไร้เงินสดถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงิน กลุ่มธนาคาร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องปรับตัวรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเข้ามาทดแทนบุคคล
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือ CEBF (Center for Economic and Business Forecasting) ออกมาเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบออนไลน์ จากการสำรวจการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตประจำวันจำนวน 1,251 ตัวอย่าง ปรากฏว่า เหตุผลที่เลือกชำระเงินระบบออนไลน์ อันดับ 1 คือ สะดวกและประหยัดเวลา 33.39%, รองลงมา คือ มีความง่ายในการใช้งาน 23.30%,ทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา 16.01%, สามารถตรวจสอบการใช้ธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลา สัดส่วน 12.81%, ไม่มีหรือมีค่าธรรมเนียม 8.65% และสิทธิประโยชน์โปรโมชัน 5.84%
ขณะที่ช่องทางการชำระเงินผ่านออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วน 41.26% ,ผ่านตู้เอทีเอ็ม 34.76%, บัตรเครดิตหรือ บัตรเดบิต คิดเป็นสัดส่วน 15.52%และบัตรเติมเงิน 8.46%
++กลุ่มแบงก์รุกหนัก
ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มธนาคารทั้งรายใหญ่รายเล็ก ไล่เลียงตั้งแต่ กสิกรไทย,ไทยพาณิชย์และ ทหารไทยต่างรุกหนักด้านคิวอาร์โค้ดผ่านโทรศัพท์มือถือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารไทยพาณิชย์ทุ่มทุนดึง “ใหม่-ดาวิกา”มาเป็น“แม่มณี”ภายใต้แคมเปญ “SCB Easy Pay-แม่มณี Money Solutions”และคาดว่าจะสร้างคิวอาร์โค้ดออกไปได้กว่า 500,000 บัญชี ภายในสิ้นปี 2018 อีกด้วย
++3 ค่ายมือถือปักธง
ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งเอไอเอส-ทรูมูฟ และ ดีแทค พยายามผลักดันการใช้โมบายแบงกิ้งเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ ทรูมูฟ นั้นบริษัทแม่ คือ ซีพี ได้เป็นพันธมิตรกับ “อาลีบาบา”และ “ซีพี” ด้วยการที่แอนท์ไฟแนนเชียล(ANT Finacial)ผู้ให้บริการอาลีเพย์ (Alipay) ที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับบริการธุรกรรมทางการเงินของอาลีบาบา (Alibaba) เข้าถือหุ้น 20% ในแอสเซนด์มันนี่(Ascend Money) บริษัทลูกของแอสเซนด์(Ascend)ในเครือซีพี
++ทรู เปิดตัว “คาร์ ไว-ไฟ”
นอกจากนี้แล้ว กลุ่มทรู ยังให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ ภายใต้“ทรูมันนี่” โดยที่ผ่านมา ทรูมูฟ เอช ได้ร่วมกับ ทรูมันนี่ร่วมมือกับ สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ ร่วมยกระดับบริการสู่ Smart Transportation 4.0 เปิดบริการระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายเคลื่อนที่ “Car Wi-Fi”จากทรูมูฟ เอช เครือข่าย4G+ที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทยติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ“Car Wi-Fi” พร้อม Net SIM ที่เร็ว แรง และครอบคลุมสุด นอกจากนี้ทางทรูมูฟเอช ยังพัฒนาซิม IOTเพื่อประโยชน์ในการใช้งานของผู้โดยสารภายในรถแท็กซี่ของสหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิเริ่มต้นจำนวน 4,000 คันโดยปัจจุบันมีสมาชิกและพันธมิตรรวม 15,000คันโดยกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล และหวังว่าจะเป็น“จุดเริ่มต้น”ของการพัฒนาระบบขนส่งของไทยให้ก้าวไปสู่ Smart Transportation 4.0 ทัดเทียมกับนานาประเทศโดยจะให้บริการชำระค่าโดยสารผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท (TrueMoney Wallet) โดยจะเปิดให้บริการในต้นปี 2561 นี้
ขณะที่ค่ายมือถือเบอร์ 1 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)หรือ เอไอเอส นั้นมีกระแสข่าวว่าภายในปี2561 เตรียมยกเครื่อง“เอ็มเพย์”อีกครั้งหนึ่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2561 จะเป็นยุคทองของ“โมบายแอพพลิเคชัน”ในยุคสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง นับจากนี้การแข่งขันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะบริการทุกประเภทจะอยู่บนมือถือสมาร์ทโฟน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561






