
เกษตรกรยื่นหนังสือ"กฤษฎา" 3 ข้อสร้างความเข้มแข็งอุตสาหกรรมโคนม
นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า วันนี้ (29 ธ.ค.60) ทางชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ได้มาแสดงความยินดี และสวัสดีปีใหม่ พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้กับนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับให้ทางกระทรวงได้ขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนม รวมทั้งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่างๆที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรโคนมของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมได้นั้นต้องพึ่งพากลไกจากรัฐส่งเสริมสนับสนุน พัฒนา จึงจะสามารถเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล
ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพโคนมได้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการสานต่ออาชีพที่พ่อให้ จึงใคร่ขอให้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนสนับสนุนการพัฒนาอาชีพโคนมอย่างยั่งยืนและปัญหาเร่งด่วน ดังนี้
1.ขอให้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม ปี 2560-2569 อาทิ การส่งเสริมแหล่งอาหารสัตว์ที่มีค่าโภชนาการและเพียงพอต่อการเลี้ยงโคนม(แปลงใหญ่) ให้มีคุณภาพน้ำนมดิบผ่านเกณฑ์มาตรฐานและส่งเสริมให้มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์นมจากนมดิบเกษตรกรไทยเพื่อจำหน่ายในประเทศ/ต่างประเทศ รวมถึงการบริโภคนมในท้องถิ่น โดยการรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้นเป็น 20 ลิตร/คน/ปี เป็นต้น
2.ขอให้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โรคปากและเท้าเปื่อยให้เป็นวานะแห่งชาติ เพื่อลดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าจากอาชีพโคนมในไทย/ต่างประเทศ
3.ขอให้ผ่อนผันการเก็บภาษีแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงเกษตรกรที่สูง เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้ซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์จากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รำข้าว ฟาง มันเส้น ข้าวโพดกากถั่วเหลือง หญ้า อื่นๆ เป็นต้น จะช่วยกระจายรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรสู่ฐานราก
ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพโคนมได้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการสานต่ออาชีพที่พ่อให้ จึงใคร่ขอให้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนสนับสนุนการพัฒนาอาชีพโคนมอย่างยั่งยืนและปัญหาเร่งด่วน ดังนี้
1.ขอให้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม ปี 2560-2569 อาทิ การส่งเสริมแหล่งอาหารสัตว์ที่มีค่าโภชนาการและเพียงพอต่อการเลี้ยงโคนม(แปลงใหญ่) ให้มีคุณภาพน้ำนมดิบผ่านเกณฑ์มาตรฐานและส่งเสริมให้มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์นมจากนมดิบเกษตรกรไทยเพื่อจำหน่ายในประเทศ/ต่างประเทศ รวมถึงการบริโภคนมในท้องถิ่น โดยการรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้นเป็น 20 ลิตร/คน/ปี เป็นต้น
2.ขอให้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โรคปากและเท้าเปื่อยให้เป็นวานะแห่งชาติ เพื่อลดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าจากอาชีพโคนมในไทย/ต่างประเทศ
3.ขอให้ผ่อนผันการเก็บภาษีแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงเกษตรกรที่สูง เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้ซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์จากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รำข้าว ฟาง มันเส้น ข้าวโพดกากถั่วเหลือง หญ้า อื่นๆ เป็นต้น จะช่วยกระจายรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรสู่ฐานราก






