ปตท.ทุ่ม 3.4 แสนล. ‘ศิริ’ ยันเดินหน้าก๊าซ

26 ธ.ค. 2560 เวลา 10:14 น. 145
รมว.พลังงานยันสั่งทบ ทวนแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ใหม่ เพิ่มทางเลือกใช้ก๊าซ หลังแอลเอ็นจีราคาทรงตัว มีปริมาณป้อนมหาศาลจากทั่วโลก เผยก่อนมี.ค.61 รู้ผล ค่าไฟต้องไม่สูงกว่า 5 บาทต่อหน่วย ด้านปตท.อัดงบลงทุน 5 ปี 3.4 แสนล้านบาท

จากปัญหาการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา ที่กลายเป็นเผือกร้อนของรัฐบาลชุดนี้ กำลังจะได้ข้อยุติ เมื่อนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ได้สั่งการไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทบทวนแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้ใหม่ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อาจจะต้องหันไปใช้ก๊าซธรรมชาติแทน

[caption id="attachment_240507" align="aligncenter" width="313"] ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน[/caption]

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมายืนยันว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักของภาคใต้ มีความจำเป็นจะต้องเกิดขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เชื้อเพลิงชนิดใด เนื่องจากอัตราความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้เติบโตสูงเฉลี่ยปีละไม่ตํ่ากว่า 3.4% จากการขยายตัวของภาคท่องเที่ยวและพาณิชย์
โดยได้สั่งการให้กฟผ. ไปศึกษาข้อมูลความเหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ที่เติบโตขึ้น ซึ่งพบว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีก)ในภาคใต้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.6 พันเมกะวัตต์

นายศิริ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังไม่ได้ตัดโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่จะเป็นเชื้อเพลิงใดนั้นต้องคำนึงถึงต้นทุนเป็นหลัก ซึ่งพบว่าขณะนี้กำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จากทั่วโลกปรับสูงขึ้น จากเดิม 210 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว หรือ กว่า 500 ล้านตันต่อปี ขณะที่แนวโน้มราคาแอลเอ็นจีในช่วง 3-5 ปี ยังทรงตัวหรืออ่อนตัวลง ดังนั้น จึงต้องศึกษาความเหมาะสมเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าใหม่ เพราะหากดูตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) ปัจจุบันที่ค่าไฟฟ้าในปลายแผนปี 2579 จะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 5 บาทต่อหน่วย จากค่าไฟฟ้าปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.8 บาทต่อหน่วยนั้น ซึ่งส่วนตัวไม่สามารถยอมรับได้

“สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าภาคใต้ จะต้องมีความชัดเจนภายใน 3 เดือน ก่อนที่การจัดทำแผนพีดีพีฉบับใหม่จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561”

[caption id="attachment_95628" align="aligncenter" width="503"] นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)[/caption]

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า หากไม่มีโรงไฟฟ้าหลักเกิดขึ้นในปี 2563 ก็คาดว่าภาคใต้จะมีความสุ่มเสี่ยงมากขึ้น ประกอบกับโครงการสายส่ง 500 เควี ล่าช้ากว่าแผน 1 ปี เป็นปี 2564 ดังนั้นในช่วงดังกล่าวจะต้องหาทางประคองสถานการณ์ โดยกระทรวงพลังงานจะร่วมกันรณรงค์ประหยัดพลังงาน ในทุกภาคส่วน รวมทั้งใช้แผนดีมานด์เรสปอนส์ เป็นต้น ส่วนการเลือกเชื้อเพลิงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในภาคใต้ ต้องรอแผนพีดีพีฉบับใหม่ที่จะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2561 ส่วนจะเป็นถ่านหินหรือก๊าซ ต้องศึกษาต้น ทุนเนื่องจากปัจจัยเปลี่ยนแปลงไป

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. มีมติอนุมัติแผนวิสาหกิจและงบลงทุน 5 ปี (2561-2565) วงเงินรวม 3.4 แสนล้านบาท การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน จำนวน 3.1 หมื่นล้านบาท โครงการที่สำคัญได้แก่ การนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ลดต้นทุนการผลิต

อีกทั้ง เร่งตัดสินใจการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาด การเติบโตในธุรกิจนํ้ามันและค้าปลีก จำนวน 1.3 แสนล้านบาท โครงการที่สำคัญ อาทิ โครงการขยายท่อส่งก๊าซและคลังรับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) รวมถึง ลงทุนใน New S-Curve 1.6 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ปตท. ยังได้ตั้งงบประมาณเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น 100% ได้แก่ การโอนกิจการนํ้ามันให้ PTTOR เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น การเพิ่มทุนในบริษัท PTTOR

อีกทั้งเตรียมงบในอนาคตรองรับการลงทุนใหม่ และ New S-Curve 5-10 ปีข้างหน้า 2.4 แสนล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9

แท็กที่เกี่ยวข้อง