
จัดดีมานด์-ซัพพลาย สร้างสมดุลท่องเที่ยวเมืองรอง
“วันนี้เรามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว 34 ล้านคน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่เห็นว่าต่างชาติเชื่อมั่น ทุกอย่างดีขึ้น แต่การท่องเที่ยวควรต้องเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการใหม่ ไม่ใช่เน้นโปรโมตให้คนเข้ามามากๆ แต่ต้องทำให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองรองและการท่องเที่ยวชุมชน ดึงของดีของเมืองเหล่านี้ออกมาขาย
อย่างลำปาง ห่างจากเชียงใหม่เพียงชั่วโมง เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยว 10 ล้านคนต่อปี แต่ลำปางมีไม่กี่แสนคน เทียบระหว่างสมุยกับสุราษฎร์ธานี ก็คล้ายกัน เราจึงต้องทำให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองและชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องของการลดปัญหาความเหลื่อมลํ้าในสังคมไทย” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ในเวที “ดินเนอร์ ทอล์ก” หัวข้อ “โอกาสประเทศไทย 2018” ซึ่งจัดโดย “ฐานเศรษฐกิจ” และ “สปริง นิวส์ กรุ๊ป” เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560
++ททท.ต้องช่วยฝั่งซัพพลาย
วันนี้หากกล่าวถึงภาพรวมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ขณะนี้เห็นชัดเจนว่าองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวต่างมุ่งการทำงานในทิศทางเดียวกัน ภายใต้การกำกับดูแลของหัวเรือใหญ่ “วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เดินทางมามอบนโยบายการทำงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เจ้าตัวประกาศชัดเจนว่า
“การทำงานของททท.ต้องยอมรับว่าทำหน้าที่กวักนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก จนฝั่งซัพพลาย ตามไม่ทัน ดังนั้นการทำงานของ ททท.จากนี้ ควรเข้าไปทำงานร่วม กับฝั่งซัพพลาย ผ่านคลินิกท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างสมดุลการรองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งททท.มีสำนักงานในประเทศหลายแห่งที่ทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดต่างๆ ได้ ที่เข้าไปซ่อม แก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ และสร้างโอกาสในการรอง รับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้น”
++ดัชนีความสุขท่องเที่ยว
ทั้งรมว.การท่องเที่ยวฯ ยัง ให้นโยบายว่า การส่งนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง การจะทำ KPI ของททท.ไม่เพียงดูแต่การส่งนักท่องเที่ยวลงไป แต่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการรองรับของพื้นที่ เพื่อคำนวณว่าจะเอานักท่องเที่ยวเข้าไปได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้การท่องเที่ยวนำมาซึ่งความสุข ที่ไม่ใช่มองแค่การเติบโตของรายได้ด้านเดียว แต่ต้องคำนึงถึงกระจายรายได้ และการสร้างความเป็นธรรมของรายได้ให้ลงชุมชนและท้องถิ่นต่างๆ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) กล่าวว่า เป้าหมายการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวในปีหน้าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยเที่ยวไทย ยังคงเป้าหมายไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันททท.จะไปจัดทำดัชนีการท่องเที่ยวที่นำมาซึ่งความสุขในเมืองรอง เพื่อให้ทราบถึงขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว คาดว่าจะเริ่มเห็นทิศ ทางเรื่องนี้ช่วงไตรมาสแรกปีหน้า
++เร่งประสาน 10 ทิศ
ไม่เพียงการให้นโยบายแก่ททท.ไปทำงานร่วมกับฝั่งซัพพลายไซซ์เท่านั้น ตัวรมว.วีระศักดิ์เอง ก็เป็นมือประสาน 10 ทิศ ล่าสุดได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง 2 กระทรวง เพื่อกระทรวงการท่อง เที่ยวฯจะได้ไปสะท้อนความคิดเห็นในการปรับปรุงระบบขนส่งต่างๆ ทั้งบก นํ้า อากาศ ของกระทรวงคมนาคม ขณะเดียวกันก็จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวเข้าใจการทำงานของภาคขนส่งต่างๆ เพื่อทำให้การท่องเที่ยวช่วยลดปัญหาความเหลื่อมลํ้าของสังคม
นอกจากนี้ยังมีการหารือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง ถึงการเปิดทางให้บ้านเรือนแบบห้องแถว ในย่านสตรีตฟูด ยอมให้นักท่องเที่ยวเข้าห้องนํ้าได้ โดยให้เก็บตังค์ หรือการติดป้ายต่างๆ รวมถึงการลดภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ซึ่งก็ต้องทำให้เกิดให้ได้ รวมทั้งยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะมีการจัดประชุมผู้บริหารสถาบันการศึกษาด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดรูปแบบการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ในการผลิตบุคลากร โดยจะหารือถึงการออกแบบหลักสูตรขึ้นมาใหม่ให้ตรงกับคุณสมบัติที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบินต้องการจริงๆ ส่วนหลักสูตรเดิมของสถาบันการศึกษาที่มีอยู่เดิมทั้งระดับปริญญาตรีและระดับคุณวุฒิวิชาชีพ ที่มีสอนอยู่ก็เป็นเรื่องของสถาบันศึกษาเหล่านั้น
++แวตรีฟันด์เที่ยวเมืองรองปี61
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมองถึงการใช้ยาแรง โดยจะใช้มาตรการการลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองรองตลอดทั้งปีหน้า เพียงแสดงใบเสร็จรับเงินของค่าที่พัก ค่าเดินทางและค่าอาหาร เป็นหลักฐาน โดยไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ได้อานิสงส์ในเรื่องนี้กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองรองต่างๆ ซึ่งทางกระทรวงท่องเที่ยวจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของการเป็นเมืองรอง โดยรมว.วีระศักดิ์ ยํ้าว่าไม่ว่ามาตรการดังกล่าว จะเข้าครม.เมื่อไหร่ก็ตาม แต่ผลของ มาตรการดังกล่าวก็จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคมปี 2561
สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในปีนี้ เราจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติคนที่ 35 ล้านเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงวันที่ 29 ธันวาคมนี้ เพราะ ณ วันที่ 21 ธันวาคมนี้ ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติคนที่ 34 ล้านแล้ว และมีนักท่องเที่ยวชาวอเมริกา เดินทางมาเที่ยวไทย 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก
++คาดปี 61 ทัวริสต์แตะ 37ล.
ล่าสุดสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2560 เท่ากับ 101 ซึ่งถือว่าปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่จะเริ่มต้นในปีหน้า รวมถึงรายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งเศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน รวมถึงปัญหาเสถียรภาพการเงินที่ผ่อนคลายลง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 เท่ากับ 102 เป็น การคาดการณ์ในระดับดีกว่าปกติ จากปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของสายการบินต้นทุนตํ่า
ต่อเรื่องนี้นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธาน สทท.เผยว่า ในปีนี้สทท.คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย 35.39 ล้านคน สร้างรายได้ราว 1.84 ล้านล้านบาท และในปี 2561 หากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยราว 37.18-37.29 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.06-7.15% และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 2.12-2.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21-17.39%
ทั้งหมดเป็นทิศทางใหม่ด้านท่องเที่ยวของไทยนับจากนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560
อย่างลำปาง ห่างจากเชียงใหม่เพียงชั่วโมง เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยว 10 ล้านคนต่อปี แต่ลำปางมีไม่กี่แสนคน เทียบระหว่างสมุยกับสุราษฎร์ธานี ก็คล้ายกัน เราจึงต้องทำให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองและชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องของการลดปัญหาความเหลื่อมลํ้าในสังคมไทย” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ในเวที “ดินเนอร์ ทอล์ก” หัวข้อ “โอกาสประเทศไทย 2018” ซึ่งจัดโดย “ฐานเศรษฐกิจ” และ “สปริง นิวส์ กรุ๊ป” เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560
++ททท.ต้องช่วยฝั่งซัพพลาย
วันนี้หากกล่าวถึงภาพรวมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ขณะนี้เห็นชัดเจนว่าองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวต่างมุ่งการทำงานในทิศทางเดียวกัน ภายใต้การกำกับดูแลของหัวเรือใหญ่ “วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เดินทางมามอบนโยบายการทำงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เจ้าตัวประกาศชัดเจนว่า
“การทำงานของททท.ต้องยอมรับว่าทำหน้าที่กวักนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก จนฝั่งซัพพลาย ตามไม่ทัน ดังนั้นการทำงานของ ททท.จากนี้ ควรเข้าไปทำงานร่วม กับฝั่งซัพพลาย ผ่านคลินิกท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างสมดุลการรองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งททท.มีสำนักงานในประเทศหลายแห่งที่ทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดต่างๆ ได้ ที่เข้าไปซ่อม แก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ และสร้างโอกาสในการรอง รับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้น”
ทั้งรมว.การท่องเที่ยวฯ ยัง ให้นโยบายว่า การส่งนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง การจะทำ KPI ของททท.ไม่เพียงดูแต่การส่งนักท่องเที่ยวลงไป แต่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการรองรับของพื้นที่ เพื่อคำนวณว่าจะเอานักท่องเที่ยวเข้าไปได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้การท่องเที่ยวนำมาซึ่งความสุข ที่ไม่ใช่มองแค่การเติบโตของรายได้ด้านเดียว แต่ต้องคำนึงถึงกระจายรายได้ และการสร้างความเป็นธรรมของรายได้ให้ลงชุมชนและท้องถิ่นต่างๆ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) กล่าวว่า เป้าหมายการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวในปีหน้าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยเที่ยวไทย ยังคงเป้าหมายไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันททท.จะไปจัดทำดัชนีการท่องเที่ยวที่นำมาซึ่งความสุขในเมืองรอง เพื่อให้ทราบถึงขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว คาดว่าจะเริ่มเห็นทิศ ทางเรื่องนี้ช่วงไตรมาสแรกปีหน้า
++เร่งประสาน 10 ทิศ
ไม่เพียงการให้นโยบายแก่ททท.ไปทำงานร่วมกับฝั่งซัพพลายไซซ์เท่านั้น ตัวรมว.วีระศักดิ์เอง ก็เป็นมือประสาน 10 ทิศ ล่าสุดได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง 2 กระทรวง เพื่อกระทรวงการท่อง เที่ยวฯจะได้ไปสะท้อนความคิดเห็นในการปรับปรุงระบบขนส่งต่างๆ ทั้งบก นํ้า อากาศ ของกระทรวงคมนาคม ขณะเดียวกันก็จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวเข้าใจการทำงานของภาคขนส่งต่างๆ เพื่อทำให้การท่องเที่ยวช่วยลดปัญหาความเหลื่อมลํ้าของสังคม
นอกจากนี้ยังมีการหารือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง ถึงการเปิดทางให้บ้านเรือนแบบห้องแถว ในย่านสตรีตฟูด ยอมให้นักท่องเที่ยวเข้าห้องนํ้าได้ โดยให้เก็บตังค์ หรือการติดป้ายต่างๆ รวมถึงการลดภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ซึ่งก็ต้องทำให้เกิดให้ได้ รวมทั้งยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะมีการจัดประชุมผู้บริหารสถาบันการศึกษาด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดรูปแบบการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ในการผลิตบุคลากร โดยจะหารือถึงการออกแบบหลักสูตรขึ้นมาใหม่ให้ตรงกับคุณสมบัติที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบินต้องการจริงๆ ส่วนหลักสูตรเดิมของสถาบันการศึกษาที่มีอยู่เดิมทั้งระดับปริญญาตรีและระดับคุณวุฒิวิชาชีพ ที่มีสอนอยู่ก็เป็นเรื่องของสถาบันศึกษาเหล่านั้น
++แวตรีฟันด์เที่ยวเมืองรองปี61
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมองถึงการใช้ยาแรง โดยจะใช้มาตรการการลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองรองตลอดทั้งปีหน้า เพียงแสดงใบเสร็จรับเงินของค่าที่พัก ค่าเดินทางและค่าอาหาร เป็นหลักฐาน โดยไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ได้อานิสงส์ในเรื่องนี้กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองรองต่างๆ ซึ่งทางกระทรวงท่องเที่ยวจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของการเป็นเมืองรอง โดยรมว.วีระศักดิ์ ยํ้าว่าไม่ว่ามาตรการดังกล่าว จะเข้าครม.เมื่อไหร่ก็ตาม แต่ผลของ มาตรการดังกล่าวก็จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคมปี 2561
สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในปีนี้ เราจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติคนที่ 35 ล้านเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงวันที่ 29 ธันวาคมนี้ เพราะ ณ วันที่ 21 ธันวาคมนี้ ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติคนที่ 34 ล้านแล้ว และมีนักท่องเที่ยวชาวอเมริกา เดินทางมาเที่ยวไทย 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก
ล่าสุดสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2560 เท่ากับ 101 ซึ่งถือว่าปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่จะเริ่มต้นในปีหน้า รวมถึงรายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งเศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน รวมถึงปัญหาเสถียรภาพการเงินที่ผ่อนคลายลง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 เท่ากับ 102 เป็น การคาดการณ์ในระดับดีกว่าปกติ จากปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของสายการบินต้นทุนตํ่า
ต่อเรื่องนี้นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธาน สทท.เผยว่า ในปีนี้สทท.คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย 35.39 ล้านคน สร้างรายได้ราว 1.84 ล้านล้านบาท และในปี 2561 หากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยราว 37.18-37.29 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.06-7.15% และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 2.12-2.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21-17.39%
ทั้งหมดเป็นทิศทางใหม่ด้านท่องเที่ยวของไทยนับจากนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560






