thansettakij
thansettakij
เสริมแกร่งแบรนด์มัลลิการ์ ควบขยายสาขาใน/นอกประเทศรับเปิดเออีซี

เสริมแกร่งแบรนด์มัลลิการ์ ควบขยายสาขาใน/นอกประเทศรับเปิดเออีซี

01 ม.ค. 59 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 59 | 11:05 น.
เจน 2 มัลลิการ์อินเตอร์ฟู๊ด เดินหน้าพัฒนาแบรนด์ของครอบครัวสู่ความเป็นร้านอาหารไทยที่หลากหลาย เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม พร้อมเตรียมความพร้อมขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชน์สู่ประเทศกลุ่มอาเซียน คาดสิ้นปี 58 เติบโตขึ้น 20%

นางสาวชมพลอย หลีระพันธ์ กรรมการบริหารและผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและซัพพลายเชน บริษัท มัลลิการ์อินเตอร์ฟู๊ด จำกัด เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า หลังจากเข้ามาบริหารงานในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท แผนงานในปีหน้าจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบรนด์ในเครือและการขยายสาขาไปสู่ความเป็นร้านอาหารไทยที่หลากหลาย ทั้งเมนูของหวาน ของคาว หลังจากช่วงที่ผ่านมาได้วางรากฐานทั้งในส่วนของการผลิต ครัวกลางที่สามารถรองรับการขยายสาขาในอนาคตได้ 100 สาขา ควบคู่กับการเซ็ตเวลาการเปิดตัวเมนูที่ชัดเจนตามฤดูกาล และมีการหมุนเวียนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดได้เตรียมเปิดร้านเย็นตาโฟเครื่องทรงอีก 2 สาขาในจังหวัดใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บุรีรัมย์ และอุดรธานี ภายในสิ้นปีนี้ ร้านเย็นตาโฟ สาขาบุรีรัมย์ จะเปิดบริการที่บุรีรัมย์ คาสเซิล ซึ่งเป็นคอมมิวนิตีมอลล์แห่งใหม่ของจังหวัด ที่ตั้งอยู่ระหว่างสนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต และสนามฟุตบอลไอโมบาย สเตเดียม ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 5 ธันวาคม 2558 ส่วนสาขาอุดรธานี จะเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้า ยูดีทาวน์ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวจากฝั่งลาวที่เข้ามาเที่ยวในช่วงปีใหม่ 2559 ทั้งนี้การขยายสาขาดังกล่าวเพื่อเป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี

"ที่ผ่านมาเราบริหารงานในแบบครอบครัวมากกว่า ชอบเมนูไหนก็เอามาทำและขึ้นเป็นเมนูที่ร้าน แต่นับจากปีหน้าเป็นต้นไป เราจะเน้นการวางแผนและพัฒนาร้านในเครือมัลลิการ์กรุ๊ปฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเซ็ตไทม์ไลน์ของเมนูที่ชัดเจน การพัฒนากระบวนการผลิตที่ให้มีประสิทธิและมีระบบมาก"

ขณะที่แผนการสร้างแบรนด์ในปีหน้า บริษัทเตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา ควบกับการรุกตลาดออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานมากขึ้น จากเดิมที่มีฐานลูกค้าครอบครัว และเป็นช่องทางในการสื่อสาร เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งของแบรนด์เตรียมรุกตลาดต่างประเทศในอีก 2 ปีข้างหน้า ที่มีแผนขยายตลาดไปยังภูมิภาคอาเซียนในรูปแบบแฟรนไชส์ เบื้องต้นที่ผ่านมาได้มีกลุ่มทุนจากประเทศสิงคโปร์เข้ามาติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ เพื่อไปขยายสาขาแล้วในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทยังไม่มีความพร้อมเรื่องการผลิตเพื่อส่งออก

"นอกจากการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ไปยังต่างประเทศ ในสิ้นปีนี้ยังมีการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชน์ในประเทศเป็นครั้งแรกที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นการทดลองก่อน หากได้รับการตอบรับดี ก็จะมีการขยายสาขาในย่านอื่นๆในอนาคต"

พร้อมกันนี้ในปี 2559 ยังเตรียมรุกธุรกิจแคธอริ่ง และสแน็ก บ็อกซ์ รวมถึงการให้บริการในรูปแบบดีลิเวอรี และการจับมือกับเว็บไซต์ชื่อดังต่างๆ อาทิ เอ็นโซโก้ เพื่อร่วมกันจัดทำโปรโมชั่นและดีลราคาพิเศษสำหรับลูกค้า และมีการนำการตลาดในรูปแบบซีอาร์เอ็มเข้ามากระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคอีกด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับผลการดำเนินงานปีนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา โดยแบ่งสัดส่วนยอดขาย 70% เป็นของธุรกิจร้านเย็นตาโฟทรงเครื่อง และอีก 30% มาจากธุรกิจในเครืออื่นๆ โดยในปัจจุบันบริษัทมีสาขาการให้บริการดังนี้ ร้าน อ.มัลลิการ์ 2 สาขา ได้แก่ สาขาในไทย(เกษตรนวมินทร์) และสาขาในสปป.ลาว (เวียงจันทร์) , ร้านเรือนมัลลิการ์ 2 สาขา ที่สุขุมวิท 22 และ คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ ,ร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง มี 27 สาขา แบ่งเป็น สาขาในไทย 25 สาขา และสาขาในสปป.ลาว (เวียงจันทร์) 2 สาขา ,ร้านปาป้าปอนด์ และร้านปังยิ้ม (สาขาเกษตรนวมินทร์)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,118
วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - 2 มกราคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business