
รมว.พลังงานทบทวนแผนรับซื้อโซลาร์รูฟท็อปเสรี
-11 ธ.ค.60-นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป)เสรี ซึ่งเป็นรับซื้อโซลาร์รูฟท็อปส่วนเกินที่เหลือจากการผลิตไฟฟ้าใช้เองเพื่อนำเข้าสู่ระบบ แม้เบื้องต้นได้ผ่านการพิจารณาหลักการจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อที่จะรับซื้อจำนวน 300 เมกะวัตต์ (MW)แล้ว แต่จะต้องมีการทบทวนใหม่ เพื่อให้มีความเหมาะสม โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไม่ช้า ซึ่งจะทำให้การเปิดรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปเสรีไม่ทันภายในปีนี้ตามแผนเดิม
ขณะนี้กระทรวงพลังงาน และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้หารือกันตลอด เพื่อเป็นการตกผลึกในความคิดเห็นจากหลาย ๆ ด้าน
"ถ้ายังไม่ชัดเจน อย่าเพิ่งไปรับปากอะไร คำถาม ทำไมต้อง 300 ทำไมไม่ใช่ 100 ทำไม่ไม่ใช่ 400 ทำไมต้องอย่างนั้น ทำไมต้องอย่างนี้ เราไม่ได้รื้อใหม่ แต่เราต้องมาดูกันว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน อย่างไร เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่รื้อของใครทั้งสิ้น แต่มากลั่นให้ชัดเจน ตัวเลข 300 เมกะวัตต์ ก็ไม่มีเหตุผลใดว่าไม่ปรับเปลี่ยน หรือไม่มีเหตุผลใดว่า ต้องปรับเปลี่ยน มันต้องตามความเหมาะสม อยากให้รอระยะหนึ่ง เราจะพยายามให้เร็วที่สุด"นายศิริ กล่าว
ก่อนหน้านี้ กบง.ได้พิจารณารายละเอียดอัตรารับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี โดยเบื้องต้นจะรับซื้อที่ 300 เมกะวัตต์ และเตรียมที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในปลายเดือนต.ค. แต่การประชุมกพช.ก็ได้เลื่อนออกไป ประกอบกับนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ขณะที่นายศิริ ได้รับโปรดเกล้าฯให้ตำแหน่งรมว.พลังงาน คนใหม่ เมื่อปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รัฐบาลได้จ้างสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาโครงการศึกษาวิเคราะห์โครงการนำร่องการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟเสรี เห็นว่ารัฐบาลควรสนับสนุนให้บ้านเรือน อาคารและโรงงาน มีทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา ทั้งเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และหากมีไฟฟ้าเหลือก็ควรอนุญาตให้มีไฟฟ้าไหลย้อนเข้าสู่ระบบจำหน่ายได้ โดยราคารับซื้อไฟฟ้าไหลย้อนให้อยู่ระดับที่เหมาะสม
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า กกพ.เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่างระเบียบและกำหนดกติกา รองรับการเป็นผู้ซื้อขายไฟฟ้าของภาคประชาชน ที่จะหันมาเป็นผู้ซื้อและผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปที่จะผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น โดยหากกระทรวงพลังงานอนุมัติการดำเนินโครงการดังกล่าว ก็คาดว่าจะสามารถเปิดรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปเสรีได้ในปีหน้า
ขณะนี้กระทรวงพลังงาน และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้หารือกันตลอด เพื่อเป็นการตกผลึกในความคิดเห็นจากหลาย ๆ ด้าน
"ถ้ายังไม่ชัดเจน อย่าเพิ่งไปรับปากอะไร คำถาม ทำไมต้อง 300 ทำไมไม่ใช่ 100 ทำไม่ไม่ใช่ 400 ทำไมต้องอย่างนั้น ทำไมต้องอย่างนี้ เราไม่ได้รื้อใหม่ แต่เราต้องมาดูกันว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน อย่างไร เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่รื้อของใครทั้งสิ้น แต่มากลั่นให้ชัดเจน ตัวเลข 300 เมกะวัตต์ ก็ไม่มีเหตุผลใดว่าไม่ปรับเปลี่ยน หรือไม่มีเหตุผลใดว่า ต้องปรับเปลี่ยน มันต้องตามความเหมาะสม อยากให้รอระยะหนึ่ง เราจะพยายามให้เร็วที่สุด"นายศิริ กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลได้จ้างสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาโครงการศึกษาวิเคราะห์โครงการนำร่องการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟเสรี เห็นว่ารัฐบาลควรสนับสนุนให้บ้านเรือน อาคารและโรงงาน มีทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา ทั้งเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และหากมีไฟฟ้าเหลือก็ควรอนุญาตให้มีไฟฟ้าไหลย้อนเข้าสู่ระบบจำหน่ายได้ โดยราคารับซื้อไฟฟ้าไหลย้อนให้อยู่ระดับที่เหมาะสม
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า กกพ.เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่างระเบียบและกำหนดกติกา รองรับการเป็นผู้ซื้อขายไฟฟ้าของภาคประชาชน ที่จะหันมาเป็นผู้ซื้อและผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปที่จะผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น โดยหากกระทรวงพลังงานอนุมัติการดำเนินโครงการดังกล่าว ก็คาดว่าจะสามารถเปิดรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปเสรีได้ในปีหน้า






