
GEP ผนึกพันธมิตรลุยโซลาร์ฟาร์มเมียนมา
นายออง ทีฮา ประธานกรรมการ บริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GEP ในนามผู้บริหารจัดการและพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ขนาดกำลังการผลิต 220 เมกะวัตต์ ณ เมืองมินบู ประเทศเมียนมา เปิดเผยว่า โซลาร์ฟาร์มมินบู เป็นความร่วมมือของ 4 บริษัทหลัก ได้แก่ บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ VTE บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC และ Planet Energy Holding PTE. Ltd. หรือ PEH
โดยได้รับสัมปทานเพื่อพัฒนาและดำเนินงานแบบ BOT (Built-Operate-Transfer) มีระยะเวลาสัญญา 30 ปี ด้วยอัตราค่าไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ 0.1275 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อหน่วย แบ่งเป็นระยะเวลาการดำเนินการก่อสร้าง 4 ระยะ โดย 3 ระยะแรกจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 50 เมกะวัตต์ และระยะสุดท้าย 70 เมกะวัตต์ รวมพื้นที่โครงการมีขนาด 2,115 ไร่ ซึ่งได้รับสิทธิเช่าจากรัฐบาลและบริษัทในเมียนมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างระยะที่ 1 และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้า เชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงกลาง ปี 2561 จากนั้นจะดำเนินการก่อสร้าง ระยะที่ 2 ต่อทันที
ทั้งนี้ โซลาร์ฟาร์มดัง กล่าว ถือเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำลังการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้อง การใช้ไฟฟ้าได้ถึง 350 ล้านหน่วยต่อปี รองรับการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 2.172 แสนครัวเรือน
[caption id="attachment_175030" align="aligncenter" width="335"]
นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ กรรมการและกรรมการบริหาร VTE[/caption]
นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ VTE กล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนใน GEP ในสัดส่วน 12% และยังเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งการเข้าลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสทางธุรกิจของ VTE ทั้งส่วนที่เป็นงานรับเหมาก่อสร้างและพลังงานทดแทนให้ขยายตัวต่อไปในอนาคต ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 49% ล่าสุดกำลังอยู่ในกระบวนการติดตั้งแผงโซลาร์ดังกล่าว
นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF) กล่าวว่า บริษัทถือหุ้นในโครงการ 20% ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและสร้างการเติบโตของรายได้ที่มั่นคงให้แก่บริษัทต่อไปในอนาคต ก่อให้เกิดผลกำไรและกระแสเงินสดกลับสู่บริษัท และในท้ายที่สุดจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท
นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทได้มอบหมายให้บริษัท คิวทีซี โกลบอลเพาเวอร์ จำกัด (QTCGP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 99.99% เข้าไปลงทุนใน GEP คิดเป็นสัดส่วน 15% ของโครงการ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 267 ล้านบาท บริษัท เห็นว่าโครงการดังกล่าว มีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าสูง โดยมีค่าพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ต่อแผงโซลาร์ที่ติดตั้งสูงถึง 78.28% และมีอายุสัญญาสูงถึง 30 ปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,320 วันที่ 7 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560
โดยได้รับสัมปทานเพื่อพัฒนาและดำเนินงานแบบ BOT (Built-Operate-Transfer) มีระยะเวลาสัญญา 30 ปี ด้วยอัตราค่าไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ 0.1275 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อหน่วย แบ่งเป็นระยะเวลาการดำเนินการก่อสร้าง 4 ระยะ โดย 3 ระยะแรกจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 50 เมกะวัตต์ และระยะสุดท้าย 70 เมกะวัตต์ รวมพื้นที่โครงการมีขนาด 2,115 ไร่ ซึ่งได้รับสิทธิเช่าจากรัฐบาลและบริษัทในเมียนมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างระยะที่ 1 และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้า เชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงกลาง ปี 2561 จากนั้นจะดำเนินการก่อสร้าง ระยะที่ 2 ต่อทันที
ทั้งนี้ โซลาร์ฟาร์มดัง กล่าว ถือเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำลังการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้อง การใช้ไฟฟ้าได้ถึง 350 ล้านหน่วยต่อปี รองรับการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 2.172 แสนครัวเรือน
[caption id="attachment_175030" align="aligncenter" width="335"]
นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ VTE กล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนใน GEP ในสัดส่วน 12% และยังเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งการเข้าลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสทางธุรกิจของ VTE ทั้งส่วนที่เป็นงานรับเหมาก่อสร้างและพลังงานทดแทนให้ขยายตัวต่อไปในอนาคต ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 49% ล่าสุดกำลังอยู่ในกระบวนการติดตั้งแผงโซลาร์ดังกล่าว
นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF) กล่าวว่า บริษัทถือหุ้นในโครงการ 20% ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและสร้างการเติบโตของรายได้ที่มั่นคงให้แก่บริษัทต่อไปในอนาคต ก่อให้เกิดผลกำไรและกระแสเงินสดกลับสู่บริษัท และในท้ายที่สุดจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,320 วันที่ 7 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560






