
กูรูชี้ปี 61 ยุคทองอี-คอมเมิร์ซ
เป็นเพราะกระแสตอบรับการซื้อ-ขาย ผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ได้ออกมาเปิดเผยถึงมูลค่าอี-คอมเมิร์ซ ในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่าปีละ 2 ล้านล้านบาท และ เติบโตต่อเนื่องถึงปีละ 20-30%
ไม่เพียงเท่านี้แนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยนั้น ยังส่งผลต่อการปรับตัวของธุรกิจในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ติดตามได้จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับนี้
**ธุรกิจ C2C ขยายตัว
นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) กล่าวว่า สำหรับในปี 2017 นี้พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้นเปลี่ยนแปลงไปมากในการใช้ชีวิต โดยมีการซื้อสินค้าผ่านช่อง ทางมาร์เก็ตเพลสหรือช่องทางออนไลน์มากขึ้น คนทั่วไปหันมาขายสินค้าผ่านทางโซเชียลคอมเมิร์ซ ทั้งนี้การที่แบรนด์ต่างๆ เข้ามาสู่ช่องทางอี-คอมเมิร์ซนั้นอาจยังไม่สามารถเทียบกับการขายผ่านช่องทางปกติได้ แต่การขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้ได้รู้ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า เพื่อเก็บข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการวางแผนการตลาดได้ อีกทั้งสิ่งที่เห็น ได้ชัดและคาดว่ามาแน่นอนในปีหน้า คือธุรกิจแบบ Consumer to Consumer หรือ C2C ซึ่งเป็นการซื้อขายกันเองระหว่างพ่อค้าแม่ค้า
นอกจากนี้อี-คอมเมิร์ซยังส่งผลให้การชำระเงินผ่านทางอี-เพย์เมนต์ได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้บริโภคมีการใช้โมบายแบงกิ้งสูงขึ้น รวมถึงแนวโน้มของคิวอาร์โค้ด สแกนดิ้งที่ผู้ค้ารายย่อยจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญ โดยเชื่อว่าในปี 2561 นั้นจะยังอยู่ในช่วงของการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค และเน้นในเรื่องการเก็บดาต้าของลูกค้า รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่หากไม่ปรากฏตัวในการค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้แก่ลูกค้า ก็อาจทำให้สูญเสียลูกค้าที่อยู่บนช่องทางอี-คอมเมิร์ซไป
**“เทสโก้” ขี่กระแส
ทางด้านของ นายยุทธนา จิตจรุงพร VP-ecommerce online business เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า การที่เทสโก้ได้เข้าสู่ตลาด อี-คอมเมิร์ซนั้นทำให้เห็นว่า พฤติ กรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป การช้อปปิ้งนั้นไปอยู่บนช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่สินค้าบางอย่างก็อาจจะไม่เหมาะที่จะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น ผัก ผลไม้สด โดยผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์และราคาเป็นปัจจัยหลัก ทั้งนี้การเดินทางมาซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่แค่เพียงการมาช็อปปิ้ง เพราะห้างเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวที่จะมาใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่องทางออนไลน์ไม่สามารถทำได้ นอกจากจะเห็นว่าช่องทางออนไลน์มีการแข่งขันกันด้วยดีลลดราคาต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคยึดติดกับส่วนลด อาจทำให้ลำบากต่อผู้ประกอบการ
**“ช้อปปี้”เพิ่มพันธมิตร
นายศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของช็อปปี้ คือ ต้องการที่จะเรียนรู้ไปกับแบรนด์ที่ได้เข้ามาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ โดยในปีหน้าตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนพาร์ต เนอร์ที่เหมาะกับแพลตฟอร์มของช้อปปี้ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลดีต่อประเทศ คือช่วยสร้างระบบนิเวศในการซื้อ สินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซแก่ผู้บริโภค ช่วยให้เอสเอ็มอีเติบโต จำนวนสินค้าในมาร์เก็ตเพลสจะเพิ่มขึ้นมหาศาล มีการผลิตสินค้าต่างๆ เข้ามาขายในตลาด เช่น สินค้าจากจีน โดยอาจจะมากขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ค้าในไทย
นายผรินทร์ สงฆ์ประชา ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหาร บริษัท นาสเก็ต รีเทล จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ทุกธุรกิจต้องมีการขยายตัวเข้าสู่ตลาดอี-คอมเมิร์ซในทุกรูปแบบ โดยอาจเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ต่างๆ อีกทั้งแบรนด์ควรที่จะเพิ่มงบในการโฆษณาเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้ในปี 2561 แนวโน้มเรื่องของเศรษฐกิจจะดีขึ้น ความกังวลของผู้บริโภคเรื่องของเศรษฐกิจไม่ดีจะลดลงทำให้กล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทางด้านของผู้ค้ารายเล็กควรมองการแข่งขันระหว่างรายเล็กด้วยกัน โดยเจาะตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม เนื่อง จากงบในการโฆษณาไม่สามารถแข่งขันกับผู้ค้ารายใหญ่ได้ แต่สำหรับผู้ค้าขนาดกลางอาจจะลำบากเพราะมีคู่แข่งค่อนข้างเยอะ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เป็นช่องทางที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการขยายตัวของอาลีบาบา และ บรรดาผู้ประกอบการในประเทศไทย ได้ปรับเข้าสู่ยุคค้าขายออนไลน์ ถือได้ว่าในปี 2561 คือ ยุคทองอี-คอมเมิร์ซ ก็ว่าได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,319 วันที่ 3 - 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ไม่เพียงเท่านี้แนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยนั้น ยังส่งผลต่อการปรับตัวของธุรกิจในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ติดตามได้จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับนี้
นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) กล่าวว่า สำหรับในปี 2017 นี้พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้นเปลี่ยนแปลงไปมากในการใช้ชีวิต โดยมีการซื้อสินค้าผ่านช่อง ทางมาร์เก็ตเพลสหรือช่องทางออนไลน์มากขึ้น คนทั่วไปหันมาขายสินค้าผ่านทางโซเชียลคอมเมิร์ซ ทั้งนี้การที่แบรนด์ต่างๆ เข้ามาสู่ช่องทางอี-คอมเมิร์ซนั้นอาจยังไม่สามารถเทียบกับการขายผ่านช่องทางปกติได้ แต่การขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้ได้รู้ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า เพื่อเก็บข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการวางแผนการตลาดได้ อีกทั้งสิ่งที่เห็น ได้ชัดและคาดว่ามาแน่นอนในปีหน้า คือธุรกิจแบบ Consumer to Consumer หรือ C2C ซึ่งเป็นการซื้อขายกันเองระหว่างพ่อค้าแม่ค้า
นอกจากนี้อี-คอมเมิร์ซยังส่งผลให้การชำระเงินผ่านทางอี-เพย์เมนต์ได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้บริโภคมีการใช้โมบายแบงกิ้งสูงขึ้น รวมถึงแนวโน้มของคิวอาร์โค้ด สแกนดิ้งที่ผู้ค้ารายย่อยจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญ โดยเชื่อว่าในปี 2561 นั้นจะยังอยู่ในช่วงของการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค และเน้นในเรื่องการเก็บดาต้าของลูกค้า รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่หากไม่ปรากฏตัวในการค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้แก่ลูกค้า ก็อาจทำให้สูญเสียลูกค้าที่อยู่บนช่องทางอี-คอมเมิร์ซไป
**“เทสโก้” ขี่กระแส
ทางด้านของ นายยุทธนา จิตจรุงพร VP-ecommerce online business เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า การที่เทสโก้ได้เข้าสู่ตลาด อี-คอมเมิร์ซนั้นทำให้เห็นว่า พฤติ กรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป การช้อปปิ้งนั้นไปอยู่บนช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่สินค้าบางอย่างก็อาจจะไม่เหมาะที่จะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น ผัก ผลไม้สด โดยผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์และราคาเป็นปัจจัยหลัก ทั้งนี้การเดินทางมาซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่แค่เพียงการมาช็อปปิ้ง เพราะห้างเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวที่จะมาใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่องทางออนไลน์ไม่สามารถทำได้ นอกจากจะเห็นว่าช่องทางออนไลน์มีการแข่งขันกันด้วยดีลลดราคาต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคยึดติดกับส่วนลด อาจทำให้ลำบากต่อผู้ประกอบการ
นายศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของช็อปปี้ คือ ต้องการที่จะเรียนรู้ไปกับแบรนด์ที่ได้เข้ามาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ โดยในปีหน้าตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนพาร์ต เนอร์ที่เหมาะกับแพลตฟอร์มของช้อปปี้ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลดีต่อประเทศ คือช่วยสร้างระบบนิเวศในการซื้อ สินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซแก่ผู้บริโภค ช่วยให้เอสเอ็มอีเติบโต จำนวนสินค้าในมาร์เก็ตเพลสจะเพิ่มขึ้นมหาศาล มีการผลิตสินค้าต่างๆ เข้ามาขายในตลาด เช่น สินค้าจากจีน โดยอาจจะมากขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ค้าในไทย
นายผรินทร์ สงฆ์ประชา ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหาร บริษัท นาสเก็ต รีเทล จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ทุกธุรกิจต้องมีการขยายตัวเข้าสู่ตลาดอี-คอมเมิร์ซในทุกรูปแบบ โดยอาจเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ต่างๆ อีกทั้งแบรนด์ควรที่จะเพิ่มงบในการโฆษณาเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้ในปี 2561 แนวโน้มเรื่องของเศรษฐกิจจะดีขึ้น ความกังวลของผู้บริโภคเรื่องของเศรษฐกิจไม่ดีจะลดลงทำให้กล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทางด้านของผู้ค้ารายเล็กควรมองการแข่งขันระหว่างรายเล็กด้วยกัน โดยเจาะตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม เนื่อง จากงบในการโฆษณาไม่สามารถแข่งขันกับผู้ค้ารายใหญ่ได้ แต่สำหรับผู้ค้าขนาดกลางอาจจะลำบากเพราะมีคู่แข่งค่อนข้างเยอะ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เป็นช่องทางที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการขยายตัวของอาลีบาบา และ บรรดาผู้ประกอบการในประเทศไทย ได้ปรับเข้าสู่ยุคค้าขายออนไลน์ ถือได้ว่าในปี 2561 คือ ยุคทองอี-คอมเมิร์ซ ก็ว่าได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,319 วันที่ 3 - 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560






