thansettakij
thansettakij
อุตฯเครื่องปรับอากาศเฮ! ปี 59 ได้อานิสงส์จากตลาดส่งออกขยายตัวพร้อมเด้งรับเออีซี

อุตฯเครื่องปรับอากาศเฮ! ปี 59 ได้อานิสงส์จากตลาดส่งออกขยายตัวพร้อมเด้งรับเออีซี

01 ม.ค. 59 | 01:00 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 59 | 11:34 น.
ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศเด้งรับสัญญาณบวก ปี 59 ภาพรวมแนวโน้มดีขึ้น ได้อานิสงส์ตลาดส่งออกและเออีซี ด้านแอร์ไทย “ซัยโจ เด็นกิ”อัดทุน 300-400 ล้านบาท เพิ่มส่งออกไปตลาดเดิม เน้นเจาะเทคโนโลยีINVERTER เทียบมาตรฐานโลก พร้อมบุกเวียดนามครั้งแรกประเดิมที่5 หมื่นชุด เจาะกลุ่มที่อยู่อาศัย ตั้งเป้ารายได้ปีหน้าโตเท่าตัว

นางจินตนา ศิริสันธนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าปี 2559 อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศจะดีขึ้นกว่าปี 2558 เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากการส่งออกเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีปัจจัยหนุนจากการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) โดยไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศแหล่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนมีกำลังการผลิตต่อปีราว 8-10 ล้านชุด มีตั้งแต่ขนาด 9 พัน - 6 หมื่นบีทียู ในจำนวนนี้จะผลิตเพื่อส่งออกไปทั่วโลกราว8 ล้านชุดต่อปี และขายในประเทศประมาณ1.5 ล้านชุดต่อปี โดยไทยมีคู่แข่งสำคัญคือจีนแต่คุณภาพของผู้ผลิตไทยจะเหนือกว่า และประหยัดไฟได้ดีกว่า

[caption id="attachment_23988" align="aligncenter" width="437"] สมศักดิ์ จิตติพลังศรี สมศักดิ์ จิตติพลังศรี[/caption]

สอดคล้องกับที่นายสมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศคนไทยเจ้าของแบรนด์ “ซัยโจ เด็นกิ” กล่าวว่าปี 2559บริษัทจะใช้เงินลงทุนใหม่ราว 300-400ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเครื่องปรับอากาศให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารุกตลาดเครื่องปรับอากาศเทคโนโลยี INVERTER มากขึ้น เพราะสามารถประหยัดพลังงานได้มากและเป็นเครื่องปรับอากาศประเภทที่นิยมใช้กันมากในประเทศที่พัฒนาแล้วโดยจะเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศที่ส่งออกอยู่แล้วมากขึ้นทั้งญี่ปุ่น ตะวันออกกลางซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ดูไบ และออสเตรเลีย

อีกทั้งปี 2559 เป็นปีแรกที่บริษัทจะเข้าไปเปิดตลาดเวียดนาม ส่งเครื่องปรับอากาศ “ซัยโจ เด็นกิ” เป็นครั้งแรกเริ่มต้นที่ 5 หมื่นชุด ผลิตจากไทยส่งออกเจาะกลุ่มตลาดที่อยู่อาศัย โดยมีตัวแทนจำหน่ายของบริษัทที่เวียดนาม โดยมองว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพในตลาดเออีซี และเป็นตลาดที่ “ซัยโจเด็นกิ” จะต้องแข่งขันกับเทคโนโลยีเดียวกันที่มีฐานผลิตอยู่ที่เวียดนาม และเวียดนามนำเข้ามาจากแบรนด์ต่างประเทศ จึงไม่ได้ไปแข่งขันกับตลาดสินค้าราคาถูก แต่จะเน้นการแข่งขันในสินค้าคุณภาพสูงใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

สำหรับผลการดำเนินกิจการในปี2558 เดิมบริษัทตั้งเป้าว่าจะเติบโต 15%แต่ทำได้เกินเป้าเพราะเติบโตได้ถึง 22%มีรายได้รวมกว่า 1.5 พันล้านบาท ปี 2559 ตั้งเป้าว่ายอดขายจะเติบโตเท่าตัว โดยจะมีรายได้ราว 3.5 พันล้านบาท หลังจากที่บริษัทมีการเพิ่มปริมาณส่งออกไปยังฐานลูกค้ากลุ่มเดิมในประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงการออกไปบุกตลาดเวียดนาม นอกจากนี้ตลาดในประเทศยังเป็นศูนย์กลางเออีซีที่จะมีประชากรเข้าออกมากขึ้น

โดยปัจจุบัน “ซัยโจ เด็นกิ” มีขนาดกำลังผลิตอยู่ที่ 3 แสนยูนิตต่อปี ส่งออกไปต่างประเทศ 30% และขายในประเทศ70% ผลิตเครื่องปรับอากาศตั้งแต่ขนาด9 พัน-6 หมื่นบีทียู

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่าในช่วง10 ปีที่ผ่านมาผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศไทยต้องสูญเสียขีดความสามารถในการผลิตไปมาก เนื่องจากผู้ผลิตเลือกนำเข้าชิ้นส่วนเข้ามา 100% เพื่อมาประกอบเป็นสำเร็จรูปอีกที รวมถึงผู้ผลิตไทยเปลี่ยนสถานะตัวเองจากผู้ผลิตไปเป็นผู้นำเข้ามากขึ้น จึงน่าเป็นห่วง หากรายใดไม่มีความตั้งใจที่จะลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีก็จะแข่งขันไม่ได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,117 วันที่ 27 - 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business