thansettakij
thansettakij
บี้! คลอด ‘ก.ม.อีอีซี’ ทุนมาปีหน้าแสนล้าน

บี้! คลอด ‘ก.ม.อีอีซี’ ทุนมาปีหน้าแสนล้าน

26 พ.ย. 60 | 11:35 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ย. 60 | 18:35 น.
1824

แผนเชิญชวนนักลงทุนเข้า ‘อีอีซี’ ปีนี้พลาดเป้า! ‘คณิศ’ ยอมรับ นักลงทุนรายสำคัญจากต่างประเทศลังเล ขอรอกฎหมายคลอดค่อยตัดสินใจ ยัน! ปีหน้ามีเม็ดเงินยื่นขอแน่ ... แสนล้าน

การชักจูงนักลงทุนรายสำคัญ ถือเป็นหนึ่งในโครงการเร่งด่วนของแผนการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยในปี 2560 ทางสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ได้กำหนดแผนและวางเป้าหมายที่จะชักจูงนักลงทุนให้ได้ 30 ราย ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) / ดิจิตอล, อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า, อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน และโครงการอื่น ๆ ทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

แต่การดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา กลับไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ เนื่องจากนักลงทุนรายใหม่ แม้จะมีความสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี แต่ก็ยังมีความลังเลและชะลอการตัดสินใจ ที่จะยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้วยเห็นว่า ยังมีความไม่แน่นอนของร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... ที่ยังไม่มีผลบังคับใช้


TP14-3255-1-696x653

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในการชักจูงนักลงทุนในปีนี้ ราว 30 บริษัทนั้น ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง อาจจะต้องขยับไปถึงเดือน มี.ค. 2561 เนื่องจากขณะนี้ นักลงทุนยังรอการประกาศกฎหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกให้มีผลบังคับใช้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ และคาดว่า ในเดือน ธ.ค. นี้ จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ซึ่งคาดว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว น่าจะมีผลบังคับภายในสิ้นปีนี้ หรือช้าสุดไม่เกิน ม.ค. 2561

 

[caption id="attachment_225362" align="aligncenter" width="503"] คณิศ แสงสุพรรณ คณิศ แสงสุพรรณ[/caption]

ทั้งนี้ จะเห็นได้จากการรายงานตัวเลขของผู้ที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน ตั้งแต่เดือน ม.ค. - ก.ย. 2560 ของบีโอไอ พบว่า มีผู้ที่เข้ามายื่นขอรับการส่งเสริมในพื้นที่อีอีซีคิดเป็นมูลค่ารวมราว 1.04 แสนล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายถึง 6.7 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า เมื่อสิ้นสุดปีนี้ จะมีผู้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายได้ราว 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่วางเป้าหมายไว้ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับนักลงทุนรายสำคัญ ที่ได้มีการติดต่อประสานและนำเสนอโอกาสในการลงทุนในอีอีซีที่ผ่านมา ราว 40 ราย ทำให้เชื่อมั่นว่า หลังจาก พ.ร.บ.อีอีซี มีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้การลงทุนในปี 2561 เป็นไปตามที่วางไว้ ปีละ 1 แสนล้านบาท ได้

โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน 11 ราย ที่ได้ยื่นข้อเสนอการลงทุนมาให้ สกรศ. พิจารณา น่าจะตัดสินใจลงทุนได้ก่อน เช่น อุตสาหกรรมอากาศยาน มีบริษัท Airbus, Boeing, ST Aerospace, Air Asia อุตสาหกรรมดิจิตอล มีบริษัท LAZADA, R2GE และอาลีบาบา กรุ๊ป อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ มีบริษัท Nissan และ BMW อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ มีบริษัท Shaman Technologies และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร มีบริษัท ไมเนอร์ฟูด กรุ๊ปฯ เป็นต้น ซึ่งข้อเสนอต่าง ๆ สกรศ. อยู่ระหว่างพิจารณา


บาร์ไลน์ฐาน

นายคณิศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนรายสำคัญที่อยู่ระหว่างติดต่อและประสานงานอีก เช่น กลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ มีบริษัท 3 เอ็มฯ กลุ่มอากาศยาน เช่น กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิฯ, Senior Aerospace, PACMET, จีอี, โรลส์-รอยซ์, ลุฟท์ฮันซ่า, ทีเอเอส และทีเอไอ ส่วนอุตสาหกรรมดิจิตอล มีบริษัท Amazon, Google, ไมโครซอฟต์, ไอบีเอ็ม, เอ็นทีที, เอสเค เทเลคอม เป็นต้น อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร มีองค์การเภสัชกรรม และฟูจิฟิล์ม

ส่วนยานยนต์สมัยใหม่ มีบริษัท GM, Ford และ FOMM, มิตซูบิชิ มอเตอร์ เป็นต้น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ มีบริษัท ฮิตาชิฯ, ซัมซุง, เอ็นอีซี เป็นต้น

“ในปีแรกนี้ เป็นการลงทุนของนักลงทุนรายเก่าที่ลงทุนอยู่ในไทยอยู่แล้ว และต้องการขยายการลงทุน ส่วนนักลงทุนรายใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามา จากที่เคยหารือกัน เขารอให้ พ.ร.บ.อีอีซี ประกาศใช้ และหลังจากนั้น ถึงจะไปยื่นขอรับส่งเสริมจากบีโอไอ ดังนั้น หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จึงเชื่อว่า การลงุทนของภาคอุตสาหกรรมน่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท”


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,317 วันที่ 26-29 พ.ย.  2560 หน้า 01-02

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว