
สหภาพฯ ร้อง YUM ลอยแพ! ก่อนไป ‘ไทยเบฟ’
ปธ.สหภาพฯ ‘ยัมเรส-เทอรองตส์’ ร้องปลัดแรงงาน ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หลังบริษัทโอนขายร้านเคเอฟซี 250 สาขา ให้ ‘กลุ่มไทยเบฟ’ อ้างไม่มีตำแหน่งรองรับ คาดไม่อยากให้มีสหภาพฯ ด้าน ผู้บริหารยัน! ไม่ลอยแพ พร้อมมั่นใจพนักงานส่วนใหญ่พอใจ
บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) บริษัทย่อยของ ‘กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)’ ได้เข้าซื้อกิจการร้านเคเอฟซีจาก ‘บริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)’ ที่เหลืออยู่ 250 สาขา และสาขาที่มีแผนจะเปิดในอนาคต รวมมูลค่า 1.13 หมื่นล้านบาท ผลจากการโอนขายกิจการ ทำให้พนักงานจำนวนหนึ่งต้องถูกเลิกจ้าง
นางอภันตรี เจริญศักดิ์ ผู้จัดการเขตร้านนวัตกรรมใหม่ เคเอฟซี และในฐานะประธานสหภาพแรงงานผู้ปรุงอาหารและให้บริการ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ฯ อ้างว่า ต้องการลดขนาดองค์กร และทาง QSA ไม่มีตำแหน่งงานรองรับ โดยได้ทยอยเลิกจ้างพนักงานส่วนงานสนับสนุน ถึงปัจจุบันแล้วเกือบ 200 คน ส่วนพนักงานปฏิบัติการที่สาขา (Operation) ถึงระดับผู้จัดการสาขา ได้โอนทั้งหมด 7 พันคน ไป QSA ยกเว้น ตำแหน่งผู้จัดการเขตและผู้จัดการภาค 58 คน จะสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล
“บริษัทจะจ่ายชดเชยให้เป็น 2 เท่าของกฎหมายแรงงาน สูงสุด 21 เดือน แต่พนักงานบางส่วนต้องการที่จะทำงานต่อมากกว่า เพราะบางคนอายุเกิน 40 ปี (บริษัทเกษียณที่ 55 ปี) เพราะหางานใหม่ยาก และหากพิจารณาแผนขยายร้านค้าเคเอฟซีในปี 2563 ระบุ จะเพิ่มจาก 500 เป็น 800 สาขา
อีกทั้งเมื่อปี 2559 ที่บริษัทได้ตัดขาย 130 สาขา ให้กับ บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ก็ยังรับโอนพนักงานไปทั้งหมด”
นางอภันตรี ยังตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุที่เธอเองก็ถูกเลิกจ้าง โดยอ้างว่า ไม่สามารถหาตำแหน่งงานที่เหมาะสม ประกอบกับตำแหน่งงานของเธอจะไม่มีใน QSA โดยบริษัทเสนอเงินค่าชดเชยและบอกกล่าวล่วงหน้า 21 เดือน และให้หยุดการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2560 แต่หนังสือมีผลเลิกจ้างวันที่ 1 ธ.ค. 2560 แต่เธอไม่เซ็น เพราะเห็นว่า เหตุผลน่าจะมาจากการที่เธอเป็นแกนนำสหภาพแรงงาน และลึก ๆ บริษัทไม่ต้องการให้มีสหภาพแรงงาน
เหตุการณ์ถูกเลิกจ้างครั้งนี้ ยังคาบเกี่ยวกับช่วงที่สหภาพแรงงานยื่นไกล่เกลี่ยต่อรองเจรจาข้อเรียกร้อง เพื่อให้บริษัทปรับปรุงสวัสดิภาพพนักงาน ที่ทางสหภาพได้ยื่นหนังสือตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. 2560 แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งยังเห็นว่า บริษัทควรจะรอผลพิพากษาในชั้นฎีกาเสียก่อน ในคดีความเมื่อปี 2554 ที่บริษัทให้เลิกจ้างเธอจากกรณีการตั้งสหภาพแรงงาน
“หลักของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 31 ได้กำหนดการคุ้มครองลูกจ้างไว้ว่า กรณีที่ข้อเรียกร้องอยู่ระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ยพิพาท ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง หรือโยกย้ายหน้าที่การงาน”
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และนางอภันตรี ได้เข้ายื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงแรงงาน เรียกร้องให้กระทรวงพิจารณาช่วยเหลือในกรณีที่นางอภันตรีถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ด้าน นายสารพงศ์ ตุวพลางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ฯ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันพนักงานที่ทำงานประจำสาขา ได้มีการโอนการจ้างงานไปยัง QSA เรียบร้อยแล้ว 99.99% โดยที่ทางยัมฯ ยังได้มอบเงินพิเศษให้กับพนักงานทุกคนที่ย้ายไปทำงานกับ QSA โดยภาพรวมทุกคนมีความยินดี ที่สำคัญการทำงานก็ยังอยู่ภายใต้แบรนด์เคเอฟซีเช่นเดิม ส่วนพนักงานที่ไม่สามารถโอนย้าย ทางบริษัทก็ได้มีการเจรจาและดำเนินการช่วยเหลือตามที่กฎหมายกำหนด
“เราพร้อมที่จะพูดคุย และยังจัดการฝึกอบรมเรื่องการสมัครงานและการสัมภาษณ์งานให้พนักงาน และนัดหมายช่วยเหลือให้พนักงานในการหางานใหม่”
ก่อนหน้านี้ น.ส.โมนิก้า โรสเกอรี่ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและทรัพยากรบุคคล บริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ฯ กล่าวว่า หลังจากบริษัทเปลี่ยนระบบจากการบริหารเอง มาสู่รูปแบบแฟรนไชส์ 100% สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ จากเดิมที่บริษัทมีการบริการจัดการคนทั้งหมดเอง ก็เปลี่ยนให้เป็นแฟรนไชส์ที่ได้รับสิทธิ์เข้ามาบริหารจัดการในสาขาตนเอง แต่สิ่งที่บริษัทในฐานะเจ้าของแฟรนไชส์จะทำ ก็คือ ต้องแน่ใจว่า การบริการที่ร้านทั้งในส่วนของลูกค้าประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับนั้น ต้องเหมือนเดิมทุกอย่าง
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,315 วันที่ 19-22 พ.ย. 2560 หน้า 01-02






