thansettakij
thansettakij
กรมป่าไม้ยึดคืนพื้นที่สวนยาง 1.5 แสนไร่ ควบคุมยาง 3.6 แสนตันออกสู่ตลาด

กรมป่าไม้ยึดคืนพื้นที่สวนยาง 1.5 แสนไร่ ควบคุมยาง 3.6 แสนตันออกสู่ตลาด

11 พ.ย. 60 | 10:06 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ย. 60 | 17:06 น.
นายทุนระส่ำกรมป่าไม้ ยึดคืนพื้นที่สวนยาง 1.5 แสนไร่ ควบคุมยาง 3.6 แสนตันออกสู่ตลาด

ศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดยนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร สนธิกำลังศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4กอ.รมน.) นำโดยพันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบสวนยางพาราของนายทุนรายใหญ่ ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ท้องที่ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

154360 หลังชุดการข่าวแจ้งว่า มีบุคคลเข้ามาลักลอบกีดยางพารา ทั้งที่สวนยางดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ปฎิบัติการครั้งนี้เป้าหมายคือสวนยางหลังบ้านหนองเขียว เนื้อที่หลายร้อยไร่บนเนินเขาที่มีความสูงชัน

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบแคมป์คนงาน 5 หลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นของนายสุริน สีหสกุล ชาวอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจค้นภายในที่พัก พบเลื่อยโซ่ยนต์ 1เครื่อง พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์อีก 3 กระบอกบริเวณที่นอน

แต่เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบอุปกรณ์การทำสวนยางภายในโรงเก็บของหลายรายการ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งความดำเนินคดีฐานมีอาวุธปืนไว้ในตรอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปี 2490 และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้มีหรือใช้เลื้อยโฅ่ยนต์แตกต่างจากใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ปี 2545 พร้อมนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งจากข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายสุรินเป็นลูกน้องคนสนิทของเสี่ยุทธเจ้าของสวนยางอีกด้วย

154361 นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ปฎิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากการยางแห่งประเทศไทยได้ประสานความร่วมมือขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคุมผลผลิตยางพาราในเขตป่า ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์   ได้สั่งการให้ศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า เข้มงวดในการตรวจสอบสวนยางพาของนายทุนที่ผิดกฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากพบข้อมูลว่า กลุ่มทุนที่ถูกดำเนินคดีมีความพยายามเข้ามาหาผลประโยชน์

จากสวนยางที่ผิดกฎหมาย โดยใช้วิธีการจ้างคนงานต่างพื้นที่เข้ามากีดน้ำยาง ขณะเดียวกันศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่าได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ร่วมถึงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 1-4 และศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เฝ้าตรวจตราไม่ให้มีการเข้าไปกีดยางในสวนยางของนายทุกที่ถูกดำเนินคดี

จากข้อมูลของกรมป่าไม้พบว่า มีสวนยางประมาณ 30 ล้านไร่ อยุ่ในเขตป่าไม้ 8.5 ล้านไร่ โดยอยุ่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 5.2 ล้าไร่ คาดว่าเป็นของนายทุนประมาณ 1.2 ล้านไร่ ยึดคืนได้ 150,000 ไร่ ซึ่งจะมีน้ำยาง 360,000 ตัน/ไร่/ปี ที่จะควบคุมไม่ให้ออกสู่ตลาด

วิทยุพลังงาน-6-503x73  ขณะที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่เข้าดำเนินการวันนี้ มีสวนยางพาราในเขตป่าทั้งหมดกว่า 60,000ไร่ สามารถทวงคืนได้ 23,000ไร่ มีน้ำยาง 5.8 ตัน/ไร่/ปี ที่จะควบคุมไม่ให้ออกสู่ตลาด

นอกจากนี้ในอนาคต กรมป่าไม้มีแนวคิดจะนำพื้นที่สวนยางพาราของนายทุนที่ยึดได้ เปิดโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบป่าชุมชน หรือใช้ประโยชน์ในรูปแบบสหกรณ์ชุมชน หรือจะนำมาเป็นพื่นที่ป่าดังเดิม

ส่วนในพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 ชั้น 2 จะต้องควบคุมโดยเปลี่ยนจากสวนยางพาราที่เป็นพืชเชิงเดียว ให้เป็นป่าแบบผสมผสาน เพื่อให้ป่าต้นน้ำมีความสมดุลในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ ไม่ใช่สวนยางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-34