thansettakij
thansettakij
‘ขายตรง’รุมชิง9หมื่นล. บิ๊กเนมจัดเต็มแผนตลาด TDSAลุ้นปีหน้าโต 5%

‘ขายตรง’รุมชิง9หมื่นล. บิ๊กเนมจัดเต็มแผนตลาด TDSAลุ้นปีหน้าโต 5%

02 พ.ย. 60 | 07:28 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ย. 60 | 14:28 น.
ยักษ์ขายตรงไทยขยับแผนพร้อมรบโค้งท้าย หวังกระตุ้นอุตสาหกรรมโต 2-3% “กิฟฟารีน” จัดเต็มแผนตลาดเร่งสปีดดันยอดทะลุ 5,000 ล้าน ด้าน “นิวไลฟ์” จ่อบุกออนไลน์ อัดกิจกรรมเพิ่ม 50% ส่วนนายกส.ขายตรงไทยประเมินปีหน้าโตได้ถึง 5%

ในอดีตอุตสาหกรรมขายตรงไทยมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว สอดคล้องไปกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ และต้องยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมของประเทศ ยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติดีนัก ยังคงมีปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งผลให้ในปี 2558 ธุรกิจขายตรงทั้งอุตสาหกรรมมีอัตราการเติบโตเพียง 3% ด้วยมูลค่ากว่า 9.24 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปีที่ผ่านมาการเติบโตของอุตสาหกรรม มีเพียง 1% ด้วยมูลค่ารวมกว่า 9.33 หมื่นล้านบาท ส่วนในปีนี้มีการประเมินว่าอุตสาหกรรมขายตรงไทยจะเติบโตขึ้น 2-3% เท่านั้น

[caption id="attachment_123091" align="aligncenter" width="466"] สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค[/caption]

นางสุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA (Thai Direct Selling Association) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในปีนี้น่าจะเติบโตในอัตรา 2-3% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยสิ้นไตรมาสที่ 3 ภาพรวมธุรกิจขายตรงเติบโตได้ 2% โดยเป็นผลจากปัจจัยบวกในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการที่บริษัทขายตรงปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการสร้างคอมมิวนิตี ที่รวบรวมผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ทำให้ธุรกิจในลักษณะงานที่เป็นคอมมูนิตี้อยู่แล้ว สามารถเติบโตได้อย่างเป็นธรรมชาติ การที่ธุรกิจขายตรงมีสินค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมในหลายประเภทสินค้า ส่งผลต่อโอกาสในการเติบโตได้แม้ว่าสินค้าบางรายการจะไม่ได้รับความนิยม แต่สินค้าบางรายการก็ได้รับความนิยม รวมถึงคนในยุคปัจจุบันมีความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจมากขึ้น

“ธุรกิจขายตรงจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ ปีที่แล้วธุรกิจเติบโต 1% ปีนี้คาดว่าจะกลับมาเติบโต 2-3% ส่วนในปีหน้าคาดว่าธุรกิจจะเติบโตในอัตรา 5% เพราะมีปัจจัยบวกหลายอย่างที่ส่งเสริมธุรกิจขายตรง ไม่ว่าการเข้าสู่ยุคดิจิตอล ที่ตอนนี้บริษัทขายตรงได้ปรับตัวเข้ากับภาวะตลาดดิจิตอล ปัจจุบันสมาชิกสมาคมมีสัดส่วนยอดขาย 15% มาจากช่องทางออนไลน์ ทั้งผ่านช่องทางเว็บไซต์ ไลน์ และเฟซบุ๊ก ขณะที่การสั่งซื้อผ่านช่องทางคอลเซ็นเตอร์ลดสัดส่วนลงไป และกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้หันมาให้ความสนใจธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้น โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 8-10% จากช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนเพียง 3-4% เท่านั้น”

ล่าสุด ประเทศไทยยังได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับโลก “WFDSA 2020 World Congress” ครั้งที่ 16 ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 หรือพ.ศ.2563 โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมร่วม 1,000 คน และมีเงินเข้ามาในประเทศกว่า 100 ล้านบาท จากกลุ่มบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงทั่วโลก ที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA : World Federation of Direct Selling Associations) ในกว่า 60 ประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความแข็งแกร่ง ได้มาตรฐานของสมาคมการขายตรงไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

[caption id="attachment_179283" align="aligncenter" width="335"] พงศ์พสุ อุณาพรหม พงศ์พสุ อุณาพรหม[/caption]

ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกาย ไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ประเมินว่าตลาดขายตรงจะกลับมาคึกคักมากขึ้น รวมถึงธุรกิจค้าปลีกทั่วไปด้วย แม้ว่าช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาตลาดจะคงที่ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพตลาดและเศรษฐกิจไม่มีความแตกต่างกันมากนัก สำหรับกิฟฟารีนได้มุ่งเน้นการทำตลาดภายในองค์กรมากขึ้น อาทิ โปรแกรมการท่องเที่ยว การจัดสัมมนาพิเศษประจำเดือน การจัดสัมมนาโครงการเดอะ วินเนอร์ (The Winner) การให้ความรู้การดำเนินธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์

MP36-3309-A “ในช่วง 3 ไตรมาสกิฟฟารีน มียอดขายเกือบ 4,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมียอดขายเกิน 5,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ซึ่งในช่วง 2 เดือนสุดท้ายได้เตรียมจัดโปรโมชัน เพื่อต้อนรับช่วงเทศกาล ปีใหม่ และการจัดทำโปรโมชันของขวัญ เพื่อผลักดันยอดขายด้วย”

ทั้งนี้ กิฟฟารีนยังได้เตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มาสก์หน้า หลังจากที่กิฟฟารีนไม่ได้มีภาพยนตร์โฆษณามานาน 2 ปีแล้ว เพื่อกระตุ้นยอดขายโดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภค โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ดังกล่าว จะใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท ผ่านช่องทางสื่อทีวีและป้ายโฆษณา นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มงบประมาณมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อใช้ผ่านสื่อออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ ไลน์ และแฟนเพจเฟซบุ๊ก

[caption id="attachment_137288" align="aligncenter" width="476"] สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ (เวิลด์ไวด์) ประเทศไทย จำกัด สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ (เวิลด์ไวด์) ประเทศไทย จำกัด[/caption]

ขณะที่ นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตเล็กน้อย ทำให้ภาพรวมในปีนี้น่าจะทำยอดขายได้ 200 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทมุ่งปรับโครงสร้างการทำงานด้วยการหันมาเน้นการสร้างเครือข่ายอย่างแท้จริง ส่วนช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี คาดว่า กำลังซื้อจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งบริษัทได้จัดโปรโมชันกระตุ้นมาตั้งแต่ต้นปีและจะปิดในช่วงเดือนสุดท้ายปี ทำให้คาดว่าสมาชิกจะเร่งทำยอดขายเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่บริษัทกำหนดไว้ และบริษัทยังได้เตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ ที่มีความถี่เพิ่มมากขึ้นอีก 50% ด้วย

“ก่อนหน้านี้บริษัทขายสินค้าผ่านทางวิทยุชุมชน จนมียอดขายถึง 600 ล้านบาท แต่หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปิดวิทยุชุมชนทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง บริษัทจึงได้ปรับแผนหันมาเน้นการสร้างเครือข่ายให้กับวิทยุชุมชนที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ จนสามารถขยายธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะวิทยุชุมชนในจังหวัดกระบี่ที่สามารถสร้างฐานเครือข่ายจนสามารถสร้างผู้นำในระดับเรนโบว์ที่มีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือนได้หลายรหัสในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงได้นำมาเป็นต้นแบบเพื่อขยายธุรกิจไปยังจังหวัดอื่นด้วย ส่วนแผนการรุกตลาดในปีหน้า จะมุ่งเน้นการทำตลาดผ่านออนไลน์มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยบริษัทจะให้การสนับสนุนในด้านการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งเพื่อให้สมาชิกทำงานได้สะดวกและง่ายมากขึ้นด้วย” นายสุเทพ กล่าวในตอนท้าย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,309
วันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว