
จับตา! "หุ้นกู้แปลงสภาพ" ฟื้นคืนชีพ
สมาคมตราสารหนี้ไทย จับตา! หุ้นกู้แปลงสภาพฟื้นคืนชีพ หลังจากสลบมานาน ตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เชื่อ! หุ้นคึก ทำให้คนอยากซื้อ คนออกจ่ายดอกเบี้ยแแค่ 1% ตัวเบาจากที่ต้องให้ 5%
นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นที่ดีขึ้นมาก จับตาว่า หุ้นกู้แปลงสภาพจะมาใหม่หรือไม่ หลังจากที่หายไปนานตั้งแต่ปี 2540 เนื่องจากมีหลายปัจจัยจูงใจ โดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะลดลง จ่ายเพียง 1-2% เมื่อเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยที่ประมาณ 5% ในปัจจุบัน คาดว่าจะได้รับความสนใจ เพราะนักลงทุนคาดหวังจะมีกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นตอนแปลงสภาพเป็นหุ้น
[caption id="attachment_222194" align="aligncenter" width="378"]
ธาดา พฤฒิธาดา[/caption]
“ก่อนหน้านี้ ก็มีบริษัทบางแห่งออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ แต่ไม่มาก หากตลาดหุ้นคึกคัก นอกจากเอื้อประโยชน์ต่อตลาดตราสารหนี้แล้ว หุ้นกู้แปลงสภาพก็จะกลับมาใหม่ ต้นทุนจะต่ำมาก ซึ่งจะมีการกำหนดราคาแปลงสภาพหุ้นสามัญและช่วงเวลาในการออก” นายธาดา กล่าว
นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีแผนที่จะออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำก็ตาม แต่จะมีผลกระทบจากหุ้นเพิ่มทุนหรือไดลูชันในอนาคต ทำให้กำไรต่อหุ้นลดลง ขณะที่ หุ้นกู้ไม่มีไดลูชัน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ก็จะสูงขึ้น
นอกจากนั้น การออกหุ้นกู้แปลงสภาพจะต้องขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ขณะที่ การเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทได้รับอนุมัติวงเงินในการออกแล้ว และที่สำคัญ เอกชนยังเลือกที่จะออกหุ้นกู้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ หากออกหุ้นกู้ 3-5 ปี จะมีต้นทุนคงที่ระยะยาว
“เรายังไม่มีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียน ยกเว้นว่า จะมีธุรกิจหรือการลงทุนใหญ่ ๆ ที่น่าสนใจ และการออกหุ้นกู้ บริษัท แสนสิริฯ มีต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อสิ้นไตรมาส 2/2559 ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.79% คาดแนวโน้มในปีหน้าน่าจะเหลือประมาณ 3.60%” นายวันจักร์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ประสบความสำเร็จในการออกระดมทุน 7,720 ล้านบาท โดยเสนอขายหุ้นใหม่แก่บุคคลในวงจำกัด 1,664 ล้านบาท ให้แก่ บลจ.วรรณฯ และกองทุนแฟรงกลิน เทมเพิลตัน รวมทั้งออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 6,056 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนต่างชาติสนใจซื้อเต็มมูลค่า
ขณะเดียวกัน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่เคยออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ไม่มีดอกเบี้ยให้แก่นักลงทุนในต่างประเทศ มูลค่า 10,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2557 จะครบกำหนดไถ่ถอนปี 2562 โดยผู้ถือขอไถ่ถอนตามเงื่อนไข ณ สิ้นปีที่ 3 ที่อัตรา 106.152% ของเงินต้น มูลค่า 1,560 ล้านบาท และบริษัทได้จ่ายให้กับผู้ไถ่ถอนจำนวน 1,656 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2560 ส่งผลให้มูลค่าเงินต้นของหุ้นกู้แปลงสภาพคงเหลือ 8,440 ล้านบาท (อัตราการแปลงสภาพหุ้นละ 21.045 บาท) ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ แนะนำถือสำหรับหุ้น BDMS ให้ราคาพื้นฐาน 21 บาท แม้ว่าต้นทุนดอกเบี้ยจะลดลงจากการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพก่อนกำหนด และกำไรจากการดำเนินงานจะเติบโตได้ 8% ในไตรมาส 3/2560 แต่การขยายธุรกิจและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูง
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,307 วันที่ 22-25 ต.ค. 2560
นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นที่ดีขึ้นมาก จับตาว่า หุ้นกู้แปลงสภาพจะมาใหม่หรือไม่ หลังจากที่หายไปนานตั้งแต่ปี 2540 เนื่องจากมีหลายปัจจัยจูงใจ โดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะลดลง จ่ายเพียง 1-2% เมื่อเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยที่ประมาณ 5% ในปัจจุบัน คาดว่าจะได้รับความสนใจ เพราะนักลงทุนคาดหวังจะมีกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นตอนแปลงสภาพเป็นหุ้น
[caption id="attachment_222194" align="aligncenter" width="378"]
“ก่อนหน้านี้ ก็มีบริษัทบางแห่งออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ แต่ไม่มาก หากตลาดหุ้นคึกคัก นอกจากเอื้อประโยชน์ต่อตลาดตราสารหนี้แล้ว หุ้นกู้แปลงสภาพก็จะกลับมาใหม่ ต้นทุนจะต่ำมาก ซึ่งจะมีการกำหนดราคาแปลงสภาพหุ้นสามัญและช่วงเวลาในการออก” นายธาดา กล่าว
นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีแผนที่จะออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำก็ตาม แต่จะมีผลกระทบจากหุ้นเพิ่มทุนหรือไดลูชันในอนาคต ทำให้กำไรต่อหุ้นลดลง ขณะที่ หุ้นกู้ไม่มีไดลูชัน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ก็จะสูงขึ้น
นอกจากนั้น การออกหุ้นกู้แปลงสภาพจะต้องขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ขณะที่ การเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทได้รับอนุมัติวงเงินในการออกแล้ว และที่สำคัญ เอกชนยังเลือกที่จะออกหุ้นกู้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ หากออกหุ้นกู้ 3-5 ปี จะมีต้นทุนคงที่ระยะยาว
“เรายังไม่มีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียน ยกเว้นว่า จะมีธุรกิจหรือการลงทุนใหญ่ ๆ ที่น่าสนใจ และการออกหุ้นกู้ บริษัท แสนสิริฯ มีต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อสิ้นไตรมาส 2/2559 ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.79% คาดแนวโน้มในปีหน้าน่าจะเหลือประมาณ 3.60%” นายวันจักร์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ประสบความสำเร็จในการออกระดมทุน 7,720 ล้านบาท โดยเสนอขายหุ้นใหม่แก่บุคคลในวงจำกัด 1,664 ล้านบาท ให้แก่ บลจ.วรรณฯ และกองทุนแฟรงกลิน เทมเพิลตัน รวมทั้งออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 6,056 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนต่างชาติสนใจซื้อเต็มมูลค่า
ขณะเดียวกัน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่เคยออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ไม่มีดอกเบี้ยให้แก่นักลงทุนในต่างประเทศ มูลค่า 10,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2557 จะครบกำหนดไถ่ถอนปี 2562 โดยผู้ถือขอไถ่ถอนตามเงื่อนไข ณ สิ้นปีที่ 3 ที่อัตรา 106.152% ของเงินต้น มูลค่า 1,560 ล้านบาท และบริษัทได้จ่ายให้กับผู้ไถ่ถอนจำนวน 1,656 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2560 ส่งผลให้มูลค่าเงินต้นของหุ้นกู้แปลงสภาพคงเหลือ 8,440 ล้านบาท (อัตราการแปลงสภาพหุ้นละ 21.045 บาท) ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ แนะนำถือสำหรับหุ้น BDMS ให้ราคาพื้นฐาน 21 บาท แม้ว่าต้นทุนดอกเบี้ยจะลดลงจากการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพก่อนกำหนด และกำไรจากการดำเนินงานจะเติบโตได้ 8% ในไตรมาส 3/2560 แต่การขยายธุรกิจและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูง
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,307 วันที่ 22-25 ต.ค. 2560






