
ทุนข้ามชาติแข่งประกันรถ
ตลาดประกันวินาศภัยระอุ บริษัทข้ามชาติร่วมวงชิงแชร์กรมธรรม์รถยนต์-ไซเบอร์ ชี้แนวโน้มเบี้ยถูก แถมเพิ่มความคุ้มครอง สมาคมฯลุ้นเคลมเบี้ยสุขภาพ “มะเร็ง-ค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุ” ทันใช้สิ้นปีนี้ พร้อมถกสรรพากรหาช่องนำเบี้ยเรือหักลดหย่อนเพิ่ม
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดประกันวินาศภัยไทยแนวโน้มการแข่งขันเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศแทบทุกรายกลับเข้ามาทำตลาดในไทย โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาด 65% เป็นตลาดใหญ่ที่สุดเริ่มมีบริษัทต่างประเทศเข้ามาทำตลาด
นอกจากนี้บริษัทต่างชาติยังเข้ามาแข่งในตลาดประกันภัยไซเบอร์ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นตลาดระดับโกลบัล เพราะบริษัทที่เข้ามาลงทุนในไทยมักจะซื้อกรมธรรม์ประเภทนี้มาจากต่างประเทศอยู่แล้ว
[caption id="attachment_218475" align="aligncenter" width="377"]
จีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด[/caption]
ส่วนแนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2560 คาดว่าจะยังรักษาระดับการเติบโตที่ประมาณ 1.6% ตามที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ได้ประเมินไว้ก่อนหน้าว่าจะมีอัตราเติบโต 1.63% คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับประมาณ 2.13 แสนล้านบาท โดยแนวโน้มเบี้ยประกันภัยรับสูงสุดยังเกาะกลุ่มใน รถยนต์ ทรัพย์สิน สุขภาพ และอุบัติเหตุ โดยส่วนใหญ่เป็นประกันภัยส่วนบุคคล
สำหรับปัจจัยสนับสนุนมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่สะท้อนบรรยากาศของการฟื้นตัวอย่างตัวเนื่อง โดยเฉพาะภาคการส่งออกและภาคท่องเที่ยวดีขึ้นอย่างเด่นชัด ประกอบกับการลงทุนภาครัฐที่ยังคงเร่งผลักดันทั้งในส่วนของโครงการหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เหล่านี้ล้วนเป็นอานิสงส์ให้ธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงเติบโตไปได้ แม้จะไม่หวือหวา เพราะอาจจะต้องใช้เวลาในส่วนของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยออกมา ซึ่งจะส่งผลเชิงตัวเลขสำหรับเบี้ยรับประกันภัยโครงสร้างขนาดใหญ่ในระยะข้างหน้า
นายจิรพันธ์ กล่าวว่า สาเหตุที่เบี้ยรับประกันภัยไม่เติบโตหวือหวา นอกจากปัจจัยอัตราเบี้ยประกันภัยที่ปรับลดลงแล้ว แนวโน้มของการบริหารจัดการภัยต่างๆ มีความเสี่ยงที่ลดลง ซึ่งเป็นผลพวงจากที่ผ่านมาทั้งภาครัฐและเอกชนต่างรณรงค์ด้านต่างๆ เช่น กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ปลอดแอลกอฮอล์ หรือรณรงค์ติดกล้องซีซีทีวีเพื่อลดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันได้มีการปรับลดอัตราเบี้ยประกันภัยทั้งในแง่ของอาคารสูง และนาข้าว ซึ่งปีนี้มีการปรับลดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเหลือ 90 บาทต่อไร่จากเดิมอยู่ที่ 100 บาทต่อไร่ แต่เพิ่มความคุ้มครองเป็น 1,260 บาทต่อไร่ จากเดิมอยู่ที่ 1,111 บาทต่อไร่ เหล่านี้สะท้อนการเสนอบริการที่เพิ่มความคุ้มครองแต่มุ่งลดเบี้ยฯ เป็นต้น
“ตอนนี้สมาคมยังอยู่ระหว่างประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกรมสรรพากรกำลังหารือความเป็นไปได้เกี่ยวกับการนำเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่งเพื่อนำมาหักลดหย่อนในอนาคต สำหรับกรณีการหักลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันสุขภาพ 1.5 หมื่นบาทต่อปี ขณะนี้กำลังหารือในรายละเอียดปลีกย่อยว่าจะนำมาเคลมประกันได้หรือไม่ เช่น เบี้ยประกันมะเร็ง, ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ หรือกรณีที่ลูกซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่จะแยกอย่างไร ซึ่งน่าจะมีข้อสรุปออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ จากนั้นรอเพียงประกาศของกรมสรรพากรคงจะทันใช้ภายในปีนี้”
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาช่วง 8-9 เดือนของปีนี้มีสัญญาณของความร่วมมือที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่เน้นการบริหารความเสี่ยง นอกจากในเชิงธุรกิจยังให้ความสำคัญกับโรงงานด้วยโดยได้รับความร่วมมือจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ร่วมกันสนับสนุนให้ความรู้ นอกจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ตระหนักเรื่องภัยต่างๆดีอยู่แล้ว
นายจีรพันธ์ กล่าวถึง แนวทางทำตลาดของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ ว่าบริษัทตั้งเป้าทั้งปีขยายตัว 7.7% จากปีก่อน เบี้ยประกันรับรวมสุทธิ 3,200 ล้านบาท โดยเน้นนวัตกรรมในการทำตลาด ในช่วงที่เหลือยังคงเสนอบริการ “ประกันรถเติมเงินไทยวิวัฒน์” เป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถทุกประเภท ที่นำแอพพลิเคชัน Thaivivat เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ TBeacon เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้งาน สามารถเปิดหรือปิดความคุ้มครองอัตโนมัติ ทั้งนี้สามารถเลือกซื้อหรือเติมเงินได้ทั้ง 3 ประเภท คือ ประเภท 1 เดือน, ประเภท 2 พลัส และประเภท 3 พลัส เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,304 วันที่ 12 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดประกันวินาศภัยไทยแนวโน้มการแข่งขันเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศแทบทุกรายกลับเข้ามาทำตลาดในไทย โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาด 65% เป็นตลาดใหญ่ที่สุดเริ่มมีบริษัทต่างประเทศเข้ามาทำตลาด
นอกจากนี้บริษัทต่างชาติยังเข้ามาแข่งในตลาดประกันภัยไซเบอร์ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นตลาดระดับโกลบัล เพราะบริษัทที่เข้ามาลงทุนในไทยมักจะซื้อกรมธรรม์ประเภทนี้มาจากต่างประเทศอยู่แล้ว
[caption id="attachment_218475" align="aligncenter" width="377"]
ส่วนแนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2560 คาดว่าจะยังรักษาระดับการเติบโตที่ประมาณ 1.6% ตามที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ได้ประเมินไว้ก่อนหน้าว่าจะมีอัตราเติบโต 1.63% คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับประมาณ 2.13 แสนล้านบาท โดยแนวโน้มเบี้ยประกันภัยรับสูงสุดยังเกาะกลุ่มใน รถยนต์ ทรัพย์สิน สุขภาพ และอุบัติเหตุ โดยส่วนใหญ่เป็นประกันภัยส่วนบุคคล
สำหรับปัจจัยสนับสนุนมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่สะท้อนบรรยากาศของการฟื้นตัวอย่างตัวเนื่อง โดยเฉพาะภาคการส่งออกและภาคท่องเที่ยวดีขึ้นอย่างเด่นชัด ประกอบกับการลงทุนภาครัฐที่ยังคงเร่งผลักดันทั้งในส่วนของโครงการหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เหล่านี้ล้วนเป็นอานิสงส์ให้ธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงเติบโตไปได้ แม้จะไม่หวือหวา เพราะอาจจะต้องใช้เวลาในส่วนของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยออกมา ซึ่งจะส่งผลเชิงตัวเลขสำหรับเบี้ยรับประกันภัยโครงสร้างขนาดใหญ่ในระยะข้างหน้า
นายจิรพันธ์ กล่าวว่า สาเหตุที่เบี้ยรับประกันภัยไม่เติบโตหวือหวา นอกจากปัจจัยอัตราเบี้ยประกันภัยที่ปรับลดลงแล้ว แนวโน้มของการบริหารจัดการภัยต่างๆ มีความเสี่ยงที่ลดลง ซึ่งเป็นผลพวงจากที่ผ่านมาทั้งภาครัฐและเอกชนต่างรณรงค์ด้านต่างๆ เช่น กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ปลอดแอลกอฮอล์ หรือรณรงค์ติดกล้องซีซีทีวีเพื่อลดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันได้มีการปรับลดอัตราเบี้ยประกันภัยทั้งในแง่ของอาคารสูง และนาข้าว ซึ่งปีนี้มีการปรับลดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเหลือ 90 บาทต่อไร่จากเดิมอยู่ที่ 100 บาทต่อไร่ แต่เพิ่มความคุ้มครองเป็น 1,260 บาทต่อไร่ จากเดิมอยู่ที่ 1,111 บาทต่อไร่ เหล่านี้สะท้อนการเสนอบริการที่เพิ่มความคุ้มครองแต่มุ่งลดเบี้ยฯ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาช่วง 8-9 เดือนของปีนี้มีสัญญาณของความร่วมมือที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่เน้นการบริหารความเสี่ยง นอกจากในเชิงธุรกิจยังให้ความสำคัญกับโรงงานด้วยโดยได้รับความร่วมมือจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ร่วมกันสนับสนุนให้ความรู้ นอกจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ตระหนักเรื่องภัยต่างๆดีอยู่แล้ว
นายจีรพันธ์ กล่าวถึง แนวทางทำตลาดของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ ว่าบริษัทตั้งเป้าทั้งปีขยายตัว 7.7% จากปีก่อน เบี้ยประกันรับรวมสุทธิ 3,200 ล้านบาท โดยเน้นนวัตกรรมในการทำตลาด ในช่วงที่เหลือยังคงเสนอบริการ “ประกันรถเติมเงินไทยวิวัฒน์” เป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถทุกประเภท ที่นำแอพพลิเคชัน Thaivivat เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ TBeacon เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้งาน สามารถเปิดหรือปิดความคุ้มครองอัตโนมัติ ทั้งนี้สามารถเลือกซื้อหรือเติมเงินได้ทั้ง 3 ประเภท คือ ประเภท 1 เดือน, ประเภท 2 พลัส และประเภท 3 พลัส เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,304 วันที่ 12 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560






