thansettakij
thansettakij
ธุรกิจเด้งรับ “กม.ศุลฯ ใหม่” ... ชี้! ทันสมัย นำเข้า-ส่งออกคล่องตัว

ธุรกิจเด้งรับ “กม.ศุลฯ ใหม่” ... ชี้! ทันสมัย นำเข้า-ส่งออกคล่องตัว

13 ต.ค. 60 | 07:50 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ต.ค. 60 | 14:50 น.
เอกชนขานรับ! “กฎหมายศุลกากรใหม่” แจงทันสมัย นำเข้า-ส่งออกคล่องตัว ลดซ้ำซ้อน โปร่งใส ปฏิบัติง่าย .... “กุลิศ” เผย พ.ร.บ.ใหม่ อนุญาตยื่นพิกัดล่วงหน้า ลดรางวัลสินบนนำจับไม่เกิน 5 ล้านบาท แถมห้ามเจ้าหน้าที่ซอยคดี

พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร พ.ศ. 2560 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 พ.ย. 2560 ปรับเปลี่ยนในหลายมาตรา เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและสนับสนุนการลงทุนทำธุรกิจ ด้วยการลดกระบวนการและพิธีการทางศุลกากรให้ความคล่องตัว และสร้างความโปร่งใส ลดการทุจริตในการทำงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วย

[caption id="attachment_129345" align="aligncenter" width="500"] เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย[/caption]

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า “กฎหมายศุลกากรใหม่” โดยภาพรวมถือว่าดีต่อการทำธุรกิจ เนื่องจากมีการปรับแก้หลายส่วนให้ทันสมัยและเป็นไปตามความเห็นของภาคเอกชนที่เสนอด้วย

“หลายเดือนก่อนหน้านี้ ศุลกากรกับเอกชนมีการหารือร่วมกันต่อเนื่อง เช่น กรณีที่ทำผิดกฎหมายจะมีการกำหนดรางวัลนำจับ หรือ กรณีที่ทำผิดระเบียบ เดิมจะถูกปรับ 4 เท่า ซึ่งสูงเกินไป ของใหม่จะกำหนด ‘ปรับไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้’ หรือกรณีการตีพิกัด เดิมทีมีของเข้ามาก่อนถึงจะตีพิกัดได้ ต่อไปสามารถนำเฉพาะเอกสารไปตีพิกัดก่อนได้ เวลานำสินค้าเข้ามาจะได้ไม่ขัดแย้งกันในเรื่องพิกัด”

[caption id="attachment_131267" align="aligncenter" width="499"] พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย[/caption]

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้เป็นกรรมาธิการในการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้รับความร่วมมือดีจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับใหม่ ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อนมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเป็นจริง กระแสตอบรับจากภาคเอกชนออกมาก็ได้รับการตอบรับดีมาก

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า มีหลายประเด็นตาม พ.ร.บ.ใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ประการแรก การวินิจฉัยอากรและการอุทธรณ์ประเมินอากร กำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อพิพาททางภาษี 4 คณะ และกำหนดเวลาให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากวันที่ได้รับอุทธรณ์และมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์ครบถ้วน

[caption id="attachment_158746" align="aligncenter" width="503"] นายกุลิศ สมบัติศิริ นายกุลิศ สมบัติศิริ[/caption]

หากมีเหตุจำเป็นสามารถขยายเวลาออกไปอีกได้แต่ไม่เกิน 90 วัน ถ้าเกินกว่านั้นให้ผู้ยื่นอุทธรณ์ไปฟ้องศาลได้ ทำให้ผู้ประกอบการมีความคล่องตัวในการทำงานและเวลาลดลงในข้อพิพาท จากเดิมที่ไม่จำกัดอายุ อาจจะยาว 5 ปี 10 ปี ประการที่ 2 ผู้ที่ต้องการจะขอทราบราคาศุลกากร ถิ่นกำเนิด หรือ พิกัดอัตราศุลกากร สามารถยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยล่วงหน้าได้ โดยจ่ายค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ 2,000 บาท ประการที่ 3 กรณีไม่เสียอากร หรือ เสียอากรไม่ครบถ้วน ให้ดำเนินการได้ภายใน 3 ปี นับจากวันยื่นใบขนสินค้า เว้นแต่มีเหตุจำเป็นขอขยายเวลาได้อีก 2 ปี และกรณีที่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อได้ว่า มีเจตนาฉ้ออากร สามารถขยายเวลาได้อีก 5 ปี หลังประเมินอากรแล้ว ผู้นำเข้ามีหน้าที่เสียอากรภายใน 30 วัน หากล่าช้าให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอีกใน 1% ต่อเดือน และหากยังล่าช้าไม่มาชำระใน 30 วัน ให้เสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มเป็น 20% ของอากรที่ต้องเสีย


P1-3304-a

ประการที่ 4 การยึดอายัดสินค้ากำหนดไว้ 30 วัน ให้มาชำระ ถ้าไม่มาให้ขายทอดตลาด ครอบคลุมสินค้าทุกอย่างที่ถูกอายัด และไปใช้ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาบังคับใช้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะไปออกกฎระเบียบ 1 ฉบับ กรมศุลกากร 1 ฉบับ และเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับอีก 1 ฉบับ กฎหมาย 3 ตัวนี้ จะเป็นหัวใจของการแก้ปัญหาของกรมศุลกากร

ประการที่ 5 การคืนภาษี ให้สามารถใช้ได้กับทุกด่าน เดิมจะขอคืนได้เฉพาะด่านที่ส่งออก ที่จะส่งออกสินค้าผ่านด่านเท่านั้น ประการที่ 6 สินค้าผ่านแดน เดิมสินค้าผ่านแดน 90 วัน ต้องนำออก แต่ของใหม่กำหนดไว้แค่ 30 วัน ต้องนำออก แต่เนื่องจากมีตกลงระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงมีบทเฉพาะกาลให้ใช้ 90 วัน ตามเดิม

ประการที่ 7 เขตปลอดอากร คลังสินค้าทัณฑ์บนและสินค้าคงทน เพื่อส่งเสริมส่งออก กฎหมายใหม่มุ่งเน้นให้เป็นที่เก็บของ สนับสนุนดิวตี้ฟรี มุ่งเน้นการสร้างโรงงานผลิตสินค้าที่ต่อเนื่อง ต้องมีใบอนุญาตและเพิกถอนได้ เขตปลอดอากร มีการสนับสนุนนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต หากขายในประเทศเสียภาษี ส่งออกจะได้รับการยกเว้น
แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ

ประการที่ 8 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้ ป.วิอาญา ตรวจค้นสินค้าในที่สาธารณะได้ กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้

ประการที่ 9 สินบนรางวัลได้ปรับ วงเงินรวมกันไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อคดี จากเดิมไม่กำหนด และไม่สามารถซอยคดีได้ และจำกัดคดีเฉพาะความผิด 3 กลุ่ม คือ 1.ลักลอบ 2.ซื้อของผิดกฎหมาย 3.หลีกเลี่ยงข้อหาม จากเดิมที่ให้ทุกอย่าง ขณะที่ เงินที่ได้หัก 5% เข้ากองทุนสนับสนุนของกรมศุลกากร

ประการสุดท้าย ตัวแทนออกของ หรือ ชิปปิ้ง จากเดิมที่ใคร ๆ ก็สามารถประกอบอาชีพได้ ต่อไปจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศุลกากรและต้องขึ้นทะเบียนกับกรมศุลกากรเท่านั้น

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,304 วันที่ 12-14 ต.ค. 2560

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว