thansettakij
thansettakij
‘ดร.แกลม’ลุยความงาม ปั้นแบรนด์ใหม่‘มาสก์-สบู่-เจลทำสีผม’โกยยอดขาย

‘ดร.แกลม’ลุยความงาม ปั้นแบรนด์ใหม่‘มาสก์-สบู่-เจลทำสีผม’โกยยอดขาย

07 ต.ค. 60 | 10:39 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 60 | 17:39 น.
“ดร.แกลม” เปิดแผนยึดตลาดความงามเมืองไทยโค้งท้าย เปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มสกินแคร์ทั้งมาสก์หน้า-สบู่เพื่อความงาม และผลิตภัณฑ์คริสตัลเจลทำสีผมนวัตกรรมใหม่ครั้งแรกในไทย พร้อมปั้นมาร์เก็ตเพลสใหม่ในช่องทางออนไลน์ หวังปั้นสู่ชุมชนความงามแห่งใหม่ของไทย

นายอายุวัต จงเจริญชัยกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดร.แกลม จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวโน้มตลาดสินค้าเพื่อความงามเมืองไทยแม้จะมีการแข่งขันรุนแรงและดุเดือดมาโดยตลอด แต่ยังมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง ซึ่งตลาดที่มีผู้เล่นสนใจเข้ามาแข่งขันจำนวนมากคือ ตลาดคอสเมติก ขณะที่ตลาดสกินแคร์มีจำนวนผู้เล่นที่น้อยกว่า ทำให้บริษัทมองเห็นช่องว่างทางการตลาด ได้นำเข้า “The oozoo” แบรนด์มาสก์หน้าแคปซูล จากประเทศเกาหลีเข้ามาทำตลาดช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยได้รับสิทธิการทำตลาดไทยและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เป็นเวลา 3 ปี (ก่อนจะขยายสัญญาต่อเนื่อง) ซึ่งถือว่าเป็นอินเตอร์แบรนด์ลำดับที่ 3 ในบริษัทที่มีการนำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยต่อจาก อีโคทูลส์, เรียล เทคนิค และถือเป็นกลุ่มสินค้าที่ 3 ของบริษัท ต่อจากอุปกรณ์เพื่อความงาม และผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม

[caption id="attachment_215319" align="aligncenter" width="335"] อายุวัต จงเจริญชัยกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดร.แกลม จำกัด อายุวัต จงเจริญชัยกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดร.แกลม จำกัด[/caption]

“ยอมรับว่าเราใหม่ในเรื่องของการทำตลาดสินค้าความงามในกลุ่มของสกินแคร์ แต่ว่าเราแข็งแกร่งในเรื่องของอุปกรณ์สำหรับความงาม ไม่ว่าจะเป็นแปรงแต่งหน้าที่มีการทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยหลักที่หันมารุกตลาดสกินแคร์ เนื่องมาจากกลุ่มสินค้าหลักเดิมของบริษัทคือกลุ่มแปรงแต่งหน้ามีการใช้งานค่อนข้างนาน 1-2 ปี ทำให้ความถี่ในการซื้อของกลุ่มเป้าหมายน้อยมาก จึงมองหากลุ่มสินค้าที่มีการซื้อถี่มากขึ้น เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายมากขึ้น แต่ต้องไม่ชนกันเองในพอร์ต ที่ก่อนหน้ามีการทำธุรกิจเมกอัพไปแล้ว ดังนั้นแผนงานหลักของเรานับจากนี้คือการสร้างแบรนด์อย่างไรให้ติดตลาดสกินแคร์”

สำหรับแผนการทำตลาดแบรนด์ The oozoo นับจากนี้ จะเน้นสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ใช้แล้วเห็นผล จากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และราคาไม่สูงมาก กลุ่มเป้าหมายสามารถจับต้องง่าย โดยมี 2 กลุ่มสินค้าให้เลือกได้แก่ รุ่นแคปซูล (รุ่นเล็ก) 159 บาท 2 รุ่น, รุ่นดับเบิล (รุ่นใหญ่) 199 บาท 3 รุ่น ควบคู่กับการขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยจะเน้นช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะกับแต่ละผลิตภัณฑ์ เช่น แปรงแต่งหน้าสำหรับมืออาชีพก็จะขยายเข้าไปในร้านสินค้าความงามโดยเฉพาะ ขณะที่สินค้าความงามทั่วไปจะเข้าร้านโมเดิร์นเทรดหรือร้านเพื่อสุขภาพและความงามทั่วไป จากเดิมที่เป็นเชนร้านความงาม นอกจากนี้ยังมีการใช้บิวตี้บล็อกเกอร์เข้ามาสร้างการรับรู้แบรนด์ต่อเนื่องด้วย

แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-4 ขณะที่ช่องทางออนไลน์จะเน้นการทำตลาดเองในช่องทางเฟซบุ๊ก ในชื่อ Beauty2u ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เป็นการสร้างชุมชนของกลุ่มคนที่รักสวยรักงามเข้ามาร่วม โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และวางเป้าหมายระยะยาวในการสร้างให้เป็นมาร์เก็ตเพลสสำหรับความงาม โดยวางเป้าหมายช่วง 3 ปีนับจากนี้ ช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ของบริษัทจะต้องสามารถสร้างการเติบโตและมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม รวมถึงขยายไปยังจีน และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในการวางจำหน่าย

นอกจากนี้ในช่วงปลายปี บริษัทยังมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์สบู่เพื่อความงามแบรนด์ใหม่ ที่พัฒนาสูตรขึ้นมาเอง เป็นสูตรจากประเทศญี่ปุ่นและเคยเป็นสินค้าขายดีแต่ว่าหายไปจากตลาดเมืองไทย ทำให้บริษัทสนใจนำกลับมาทำตลาดใหม่ โดยมีการปรับและพัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดและคิดชื่อแบรนด์เพื่อ
ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด โดยมีระดับราคาไม่เกิน 89 บาท

ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมนั้น มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทำสีผมเซ็กเมนต์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ “ซันเดย์ โปร” เข้ามาทำ ตลาดเพิ่มเติม โดยมีจุดเด่นที่ครีมเปลี่ยนสีผมแบบคริสตัลเจล สีใส และสามารถย้อมได้เลย โดยที่สีไม่เลอะบนใบหน้า ขณะที่นํ้าล้างออกมาเป็นสีนํ้าเปล่า แต่สีผมเปลี่ยนตามที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ครั้งแรกในไทยและมีไม่กี่ประเทศในโลกที่มีผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันกับแล็บที่ประเทศอังกฤษ วางจำหน่ายระดับ ราคาไม่เกิน 100 บาท โดยมีแผนนำแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นมาเองทั้ง สบู่และซันเดย์ โปร เข้าไปทำตลาด ในจีน ฮ่องกง ยุโรป ในเร็วๆ นี้ โดยในส่วนของสบู่อาจจะวางจำหน่ายในช่องทางแม็คโคร และห้างวอทมาร์ต เป็นต้น ซึ่งมีทั้งที่ไปจำหน่ายเองและร่วมกับพาร์ต เนอร์ในการเข้าไปรุกตลาด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,302 วันที่ 5 - 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9-3