
“บิ๊กส่งออก” เจอ 4 เด้ง! ได้ “ข้าวผิดสเปก”
จากที่มี “ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่” หลายราย ที่ชนะประมูลซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาล ซึ่งทำสัญญาซื้อขายแล้วกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และอยู่ในช่วงการชำระเงินและขนย้ายข้าวสารออกจากคลังให้แล้วเสร็จตามสัญญา แต่กลับพบปัญหา “ข้าวที่รับมอบ” บางส่วนเป็น “ข้ามผิดสเปก” ด้อยคุณภาพ เป็นข้าวผิดชนิด ไม่ตรงตามสัญญาซื้อขาย เช่น ซื้อข้าวขาว 5% แต่ได้เป็นปลายข้าว บางส่วนข้าวมีเมล็ดเหลือง และข้ามเสื่อมสภาพมีเมล็ดแตกหักปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากวงการข้าว ระบุ บริษัทค้าข้าวรายใหญ่ที่ประสบปัญหาดังกล่าวมีหลายราย แต่ที่เป็นรายใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 80% มี 5 ราย ได้แก่ กลุ่มเอเชียโกลเด้นไรซ์, กลุ่มนครหลวงค้าข้าว, กลุ่มข้าวไชยพร, กลุ่มพงษ์ลาภ และกลุ่มธนสรรไรซ์ คิดเป็นปริมาณข้าวรวมกัน 1,000,000 ตัน รวมความเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท
“ฐานเศรษฐกิจ” ได้ติดต่อไปยังผู้บริหารของ 3 ใน 5 กลุ่มดังกล่าว ต่างยอมรับว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งแต่ละกลุ่มได้แจ้งนามบริษัทไปยังอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, ผู้อำนวยการ อคส. และ อ.ต.ก. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและขอให้เจ้าของคลังสินค้าช่วยรับผิดชอบในส่วนของข้าวที่ไม่ได้คุณภาพให้กับบริษัทด้วย แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด
“ข้าวที่ประมูลได้ของบริษัทหลายแสนตัน เฉพาะรายเดียวมูลค่าเป็นพันล้านบาท เบื้องต้น ก่อนหน้านี้ในคลังที่มีปัญหาเราได้ขอคัดข้าว แต่เจ้าของคลังสินค้าไม่ยอมให้คัด โดยระบุ หากมีการคัดข้าว บริษัทต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและต้องรับข้าวที่ไม่ได้คุณภาพดังกล่าวไปทั้งหมด แต่เนื่องจากข้าวที่ไม่ได้คุณภาพมีจำนวนมากกว่า เราจึงขอระงับการรับมอบในคลังที่มีปัญหา ครั้นพอไปเปิดคลังใหม่ ก็ปรากฏข้าวคุณภาพแย่พอ ๆ กัน เพราะข้าวเสื่อมคุณภาพเกิน 30% เรารับไม่ไหวที่จะนำมาปรับปรุงคุณภาพ” แหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุ
ขณะที่ แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ กระทบผู้ประกอบการใน 4 เรื่อง คือ 1.ตามสัญญาต้องรับมอบข้าว ต้องชำระเงิน และขนย้ายข้าวออกจากคลังให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด หากผิดสัญญาจะต้องถูกปรับ 2.มีภาระค่าฝากเก็บ หากขนข้าวออกช้ากว่ากำหนด 3.ความล่าช้าในการรับมอบข้าวที่เกิดขึ้น หากขนสินค้าขึ้นเรือเพื่อส่งมอบให้ลูกค้าไม่ทันตามกำหนดเวลา ก็จะถูกสายเดินเรือปรับอีก เพราะเรือมีค่าเสียเวลา และ 4.หากส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าปลายทางไม่ทันเวลาที่กำหนด ก็ต้องจ่ายค่าปรับอีก
“เรื่องข้าวผิดสเปกและเสื่อมคุณภาพนี้ ผู้เกี่ยวข้อง คือ เจ้าของคลัง เซอร์เวเยอร์ ซึ่งผู้ตรวจรับรองคุณภาพข้าว หัวหน้าคลัง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ อคส. และ อ.ต.ก. จะต้องหาคนรับผิดชอบในเรื่องนี้”
พ.อ.(พิเศษ) ดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานกรรมการ อคส. เผยว่า จะเชิญเอกชนที่มีปัญหาทั้งหมดเข้าชี้แจง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1-4 ต.ค. 2560
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากวงการข้าว ระบุ บริษัทค้าข้าวรายใหญ่ที่ประสบปัญหาดังกล่าวมีหลายราย แต่ที่เป็นรายใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 80% มี 5 ราย ได้แก่ กลุ่มเอเชียโกลเด้นไรซ์, กลุ่มนครหลวงค้าข้าว, กลุ่มข้าวไชยพร, กลุ่มพงษ์ลาภ และกลุ่มธนสรรไรซ์ คิดเป็นปริมาณข้าวรวมกัน 1,000,000 ตัน รวมความเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท
“ฐานเศรษฐกิจ” ได้ติดต่อไปยังผู้บริหารของ 3 ใน 5 กลุ่มดังกล่าว ต่างยอมรับว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งแต่ละกลุ่มได้แจ้งนามบริษัทไปยังอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, ผู้อำนวยการ อคส. และ อ.ต.ก. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและขอให้เจ้าของคลังสินค้าช่วยรับผิดชอบในส่วนของข้าวที่ไม่ได้คุณภาพให้กับบริษัทด้วย แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด
“ข้าวที่ประมูลได้ของบริษัทหลายแสนตัน เฉพาะรายเดียวมูลค่าเป็นพันล้านบาท เบื้องต้น ก่อนหน้านี้ในคลังที่มีปัญหาเราได้ขอคัดข้าว แต่เจ้าของคลังสินค้าไม่ยอมให้คัด โดยระบุ หากมีการคัดข้าว บริษัทต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและต้องรับข้าวที่ไม่ได้คุณภาพดังกล่าวไปทั้งหมด แต่เนื่องจากข้าวที่ไม่ได้คุณภาพมีจำนวนมากกว่า เราจึงขอระงับการรับมอบในคลังที่มีปัญหา ครั้นพอไปเปิดคลังใหม่ ก็ปรากฏข้าวคุณภาพแย่พอ ๆ กัน เพราะข้าวเสื่อมคุณภาพเกิน 30% เรารับไม่ไหวที่จะนำมาปรับปรุงคุณภาพ” แหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุ
ขณะที่ แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ กระทบผู้ประกอบการใน 4 เรื่อง คือ 1.ตามสัญญาต้องรับมอบข้าว ต้องชำระเงิน และขนย้ายข้าวออกจากคลังให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด หากผิดสัญญาจะต้องถูกปรับ 2.มีภาระค่าฝากเก็บ หากขนข้าวออกช้ากว่ากำหนด 3.ความล่าช้าในการรับมอบข้าวที่เกิดขึ้น หากขนสินค้าขึ้นเรือเพื่อส่งมอบให้ลูกค้าไม่ทันตามกำหนดเวลา ก็จะถูกสายเดินเรือปรับอีก เพราะเรือมีค่าเสียเวลา และ 4.หากส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าปลายทางไม่ทันเวลาที่กำหนด ก็ต้องจ่ายค่าปรับอีก
“เรื่องข้าวผิดสเปกและเสื่อมคุณภาพนี้ ผู้เกี่ยวข้อง คือ เจ้าของคลัง เซอร์เวเยอร์ ซึ่งผู้ตรวจรับรองคุณภาพข้าว หัวหน้าคลัง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ อคส. และ อ.ต.ก. จะต้องหาคนรับผิดชอบในเรื่องนี้”
พ.อ.(พิเศษ) ดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานกรรมการ อคส. เผยว่า จะเชิญเอกชนที่มีปัญหาทั้งหมดเข้าชี้แจง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1-4 ต.ค. 2560






