thansettakij
thansettakij
ไขปม‘ซีทีเอช’(1) เบื้องหลังล้มไม่เป็นท่า

ไขปม‘ซีทีเอช’(1) เบื้องหลังล้มไม่เป็นท่า

02 ต.ค. 60 | 11:51 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 60 | 18:51 น.
เป็นหนังม้วนยาวที่หาทางจบไม่ลง เพราะล่าสุดการเดินหน้าเข้าหา “ดีเอสไอ” หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษของสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการเคเบิลทีวีกว่า 30 ชีวิตเพื่อขอให้ตรวจสอบบิ๊กซีทีเอชและพวกนำโดยนายวิชัย ทองแตง นางเพชรัตน์ ทองแตง นายเกษม อินทร์แก้ว นายอมฤต ศุขะวณิช นายเมธินทร์ สมนึก และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องว่ากระทำผิดในข้อหาอำพรางการสร้างราคาหุ้น และยังตกแต่งบัญชีกระแสเงินสด ทำให้ราคาหุ้นผิดไปจากสภาพปกติเพื่อชักจูงให้ผู้อื่นมาลงทุน สร้างความเสียหายกว่า 1,900 ล้านบาท

**ย้อนความสัมพันธ์ “CTH-เคเบิลทีวี”
ชื่อของ “ซีทีเอช” กระหึ่มดังเป็นพลุแตก เมื่อสามารถเบียดทรู วิชั่นส์คว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาด้วยเม็ดเงินสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท การสวมบทพ่อบุญทุ่มทำให้ “วิชัย ทองแตง” ซีอีโอถูกจับตามองเป็นพิเศษ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมมหาเศรษฐีเจ้าของฉายา “พ่อมดการเงิน” ถึงเกี่ยวโยงกับผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายเล็กรายน้อยกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ความสัมพันธ์เริ่มต้นของ “วิชัย” กับเคเบิลทีวีท้องถิ่นอาจไม่ใช่สายตรง แต่เมื่อผู้ประกอบการเคเบิลทีวีต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องของเงินลงทุน ลิขสิทธิ์คอนเทนต์ และอำนาจต่อรอง ข้อเสนอให้เกิดการรวมตัวเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางธุรกิจและอำนาจต่อรองจึงเกิดขึ้น ตามแนวคิด “รวมกันเราอยู่”

การลงขันเพื่อถือหุ้นจึงเกิดขึ้น โดยเคเบิลท้องถิ่น 1 ราย ถือหุ้นไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อป้องกันสิทธิในการออกเสียง พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการบริหาร ในชื่อบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (Cable Thai Holding Co, Ltd.) หรือ CTH ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นบริษัทกลาง รวบรวมซื้อช่องรายการลิขสิทธิ์ต่างๆ จากทั้งในและต่างประเทศ นำมาขายต่อให้กับผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นในราคาเป็นธรรม (ถูก) เสริมกับช่องรายการต่างๆ ที่เคเบิลท้องถิ่นแต่ละรายทำและให้บริการกับสมาชิก

หลังดำเนินการไม่นานกลุ่มเคเบิลไทยโฮลดิ้งต้องเผชิญปัญหาด้านสภาพคล่อง จึงมีการชักชวนให้นายทุนใหญ่เข้ามา และ “วิชัย ทองแตง” ก็เป็น 1 ในนั้น

 

[caption id="attachment_214103" align="aligncenter" width="503"] MP34-3301-A วิชัย ทองแตง[/caption]

**แปรรูปสู่มหาชน
การเข้ามาของ “วิชัย” ย่อมไม่ธรรมดาเพราะเพียงไม่นานโมเดลธุรกิจของ CTH ก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นคอนเทนต์ โพรวายเดอร์ ก็ก้าวสู่ “โอเปอเรเตอร์” เต็มตัว

พร้อมกับการแปรรูปบริษัทเป็นมหาชน เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,000 ล้านบาท โดย 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ประกอบด้วย นายวิชัย ทองแตง  นางยิ่งลักษณ์ วัชรพล และผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่น 30% อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดจึงตกอยู่กับนายวิชัย ที่เปิดตัวพร้อมพวกในวันแถลงชัยชนะการคว้าคอนเทนต์ระดับโลก “พรีเมียร์ลีก”

ภาพของซีทีเอชผ่านสายตาของ“วิชัย”คงไม่ใช่แค่ช่องทางสร้างสมาชิก(กลุ่มคอบอล) แต่การต่อยอดรายได้จากการรุกทำเพย์ ทีวีเต็มรูปแบบ โดยอาศัยคอนเทนต์ดังอย่างพรีเมียร์ลีกเรียกลูกค้า เพราะแม้ค่าเมมเบอร์จะสูงแค่ไหน (หลัก 2-3 หมื่นบาท) แต่ดูเหมือนบรรดาคอบอลก็ใจปํ้าทุ่มไม่อั้น เพื่อได้เกาะติดสดหน้าจอ

รวมไปถึงเม็ดเงินจากเวลาโฆษณาสปอนเซอร์การถ่ายทอดโมบายแพลตฟอร์มรวมถึงอีเวนต์ออนกราวด์ที่เกิดขึ้น ที่ประเมินแล้วเชื่อว่าจะคุ้มทุนค่าประมูลที่ควักจ่ายไปภายในเวลา 1-2 ปี เรียกได้ว่าไม่ถึงครึ่งทางของเวลาที่ประมูลได้ (3 ฤดูกาล)

เป้าหมายสวยหรู แต่เส้นทางธุรกิจไม่ได้เดินคนเดียว “CTH” ต้องเผชิญขวากหนามมากมาย การมองไปข้างหน้า โดยไม่เหลียวหลัง แม้จะมีผู้แห่สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกมากมาย แต่ก็ไม่สามารถให้บริการได้ทัน

“CTH” ต้องสูญเสียทั้ง “โอกาส”และ“รายได้” จาก “เสือติดปีก”ต้องหลบกลับมาเลียแผล พร้อมมองหาทางออก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “พันธมิตร”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว