
‘กฤษฎีกา’ เตือน! 4 ปัญหา หากออกพ.ร.บ.โอนที่ ‘ธรณีสงฆ์’
กฤษฎีกาเคยมีข้อห่วงใย 4 ประเด็น หากมีการออกพพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ บนที่ดินอัลไพน์
จากปัญหาที่ดินอัลไพน์ที่ยังไม่ได้ข้อยุติในส่วนของการถือครอง เพราะปัจจุบันที่ดินบางแปลงที่ปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร
ล่าสุดทีมข่าวสปริงนิวส์ ตรวจสอบความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา พบว่าเคยมีความเห็นเตือนในเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว
โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นให้กับกรมที่ดิน ที่มีมีหนังสือหารือ ด่วนที่สุด ลงวันที่ 5 กันยายน 2544 ถึงปัญหาที่ดินอัลไพน์หากมีการตราพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ ว่าอาจจะมี 4 ปัญหาตามมาหากออกกฎหมายดังกล่าว
1 ในแง่ของผู้ซื้อ การจดทะเบียนโอนที่ดินเป็นทอดๆ ต่อไปต้องมีการจดทะเบียนโอนที่ดินกันใหม่ ซึ่งเวลาผ่านมาหลายปีแล้ว ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนที่ดินก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป การจดทะเบียนคิดค่าธรรมเนียมใหม่ย่อมเป็นภาระเพิ่มขึ้นและยุ่งยาก
2. ในแง่ของรัฐ มีปัญหาว่า ค่าธรรมเนียมที่ได้รับมาแต่เดิมอาจต้องคืนไป และบรรดาภาษีบำรุงท้องที่ หรือภาษีโรงเรือนที่เกี่ยวข้องก็อาจต้องคืนไปด้วย เอกชนผู้รับโอนที่ดินโดยสุจริตทุกรายก็มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรมที่ดินได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งกรมที่ดินต้องฟ้องไล่เบี้ยกันอีกมากมายหลายรายตามภาระผูกพันต่างๆ
3. ในแง่ของสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อในการซื้อที่ดินเหล่านี้ก็ต้องฟ้องเรียกคืนเงินกู้โดยทันที เนื่องจากทรัพย์ที่เป็นหลักประกันไม่มีอยู่แล้ว
4. ในแง่ของบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ดินต่างๆ ที่รับโอนมาอาจมีการจำนอง ขายฝาก ภาระจำยอม ทางจำเป็น การครอบครองปรปักษ์ โดยมีค่าตอบแทนและไม่มีค่าตอบแทน ซึ่งการทำให้กลับคืนฐานะเดิมย่อมเป็นไปไม่ได้โดยวิธีการปกติ
กฤษฎีการะบุว่า ความเดือดร้อนต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่อาจนำมาพิจารณาชั่งดูความเป็นธรรมและความเหมาะสมในการตราพระราชบัญญัติเพื่อจัดทำให้สิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย หากผู้เสนอตราพระราชบัญญัติเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอก็ย่อมสามารถตราเป็นกฎหมายได้ ซึ่งผู้เสนอตราพระราชบัญญัตินั้นต้องรวบรวมรายละเอียดมาพิเคราะห์






