
ทนายเบสท์รินร้อง "นายกฯ" ถูกยึดเงินประกัน338ล้าน
ทนายความเบสท์รินกรุ๊ป ระบุขสมก.เป็นฝ่ายผิดสัญญารถเมล์เอ็นจีวี วอนนายกรัฐมนตรีเข้ามาแก้ปัญหา
8 ก.ย. 60 - จากปัญหาโครงการรถเมล์เอ็นจีวี ที่ยังเป็นปัญหาระหว่างบริษัทเบสท์ริน ที่ไม่สามารถส่งมอบรถได้ตามสัญญา จนทำให้ขสมก.ขึ้นแบล็คลิสต์บริษัทผู้ทิ้งงาน และมีการบอกเลิกสัญญา เพื่อเปิดประมูลรอบใหม่
นายสันติ ปิยะทัต ทนายความ บริษัท เบสท์รินกรุ๊ป บอกกับสปริงนิวส์ว่า การถูกขสมก.ขึ้นบัญชีดำหรือแบล็คลิสต์ ส่งผลกระทบต่อการเข้าประมูลโครงการรถเมล์เอ็นจีวีของบริษัทเบสท์รินกรุ๊ป ถือเป็นความเสียหายของทั้งขสมก.ที่ยังไม่มีรถเมล์ใหม่ใช้ ประชาชนก็ต้องทนกับสภาพรถเมล์ที่เก่ามาก ที่ผ่านมาได้ยื่นข้อเรียกร้องกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาช่วยเหลือและแก้ไข เพราะการที่ขสมก.ขึ้นแบล็คลิสต์ ไม่ถูกต้องและไม่ถูกขั้นตอน และบริษัทไม่ได้กระทำผิดสัญญา แต่มีการยึดวงเงินค้ำประกันประมาณ 338 ล้านบาททันที ทั้งที่ศาลปกครองสูงสุดไม่ได้ระบุให้ยึดวงเงินดังกล่าว ดังนั้นเรื่องนี้ขสมก.น่าจะเป็นฝ่ายผิดสัญญา เพราะการส่งมอบรถเมล์แม้จะล่าช้า แต่ก็อยู่ที่ประมาณ 25 วัน ควรใช้การปรับก็น่าจะเพียงพอ เพราะได้มีการตกลงร่วมกันว่าจะมีการส่งมอบรถเป็นล็อต ซึ่งมีการส่งมอบแล้ว 390 คัน ส่วนอีก 98 คันที่ยังติดอยู่กับศุลกากร ทางบริษัทก็พร้อมที่จะนำรถออกมา
ทนายความบริษัทเบสท์รินฯ บอกว่า การที่คดีการประมูลครั้งที่ผ่านมายังไม่ได้ตัดสินว่าใครผิด มีเพียงการยกเลิกการคุ้มครองจากศาลปกครองสูงสุด ทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหายในด้านสภาพคล่อง เพราะการที่ขสมก.ยกเลิกสัญญา และขึ้นแบล็คลิสต์ จึงอยากให้เกิดการเจรจามากกว่าการฟ้องร้อง
8 ก.ย. 60 - จากปัญหาโครงการรถเมล์เอ็นจีวี ที่ยังเป็นปัญหาระหว่างบริษัทเบสท์ริน ที่ไม่สามารถส่งมอบรถได้ตามสัญญา จนทำให้ขสมก.ขึ้นแบล็คลิสต์บริษัทผู้ทิ้งงาน และมีการบอกเลิกสัญญา เพื่อเปิดประมูลรอบใหม่
นายสันติ ปิยะทัต ทนายความ บริษัท เบสท์รินกรุ๊ป บอกกับสปริงนิวส์ว่า การถูกขสมก.ขึ้นบัญชีดำหรือแบล็คลิสต์ ส่งผลกระทบต่อการเข้าประมูลโครงการรถเมล์เอ็นจีวีของบริษัทเบสท์รินกรุ๊ป ถือเป็นความเสียหายของทั้งขสมก.ที่ยังไม่มีรถเมล์ใหม่ใช้ ประชาชนก็ต้องทนกับสภาพรถเมล์ที่เก่ามาก ที่ผ่านมาได้ยื่นข้อเรียกร้องกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาช่วยเหลือและแก้ไข เพราะการที่ขสมก.ขึ้นแบล็คลิสต์ ไม่ถูกต้องและไม่ถูกขั้นตอน และบริษัทไม่ได้กระทำผิดสัญญา แต่มีการยึดวงเงินค้ำประกันประมาณ 338 ล้านบาททันที ทั้งที่ศาลปกครองสูงสุดไม่ได้ระบุให้ยึดวงเงินดังกล่าว ดังนั้นเรื่องนี้ขสมก.น่าจะเป็นฝ่ายผิดสัญญา เพราะการส่งมอบรถเมล์แม้จะล่าช้า แต่ก็อยู่ที่ประมาณ 25 วัน ควรใช้การปรับก็น่าจะเพียงพอ เพราะได้มีการตกลงร่วมกันว่าจะมีการส่งมอบรถเป็นล็อต ซึ่งมีการส่งมอบแล้ว 390 คัน ส่วนอีก 98 คันที่ยังติดอยู่กับศุลกากร ทางบริษัทก็พร้อมที่จะนำรถออกมา
ทนายความบริษัทเบสท์รินฯ บอกว่า การที่คดีการประมูลครั้งที่ผ่านมายังไม่ได้ตัดสินว่าใครผิด มีเพียงการยกเลิกการคุ้มครองจากศาลปกครองสูงสุด ทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหายในด้านสภาพคล่อง เพราะการที่ขสมก.ยกเลิกสัญญา และขึ้นแบล็คลิสต์ จึงอยากให้เกิดการเจรจามากกว่าการฟ้องร้อง






