
พงศ์พร"ค้านไม่ยอมรับ มติครม.ถูกเด้งเข้ากรุ - "ออมสิน" ชี้ เป็นผู้บังคับบัญชา มีอำนาจเซ็นย้าย
'พงศ์พร' ทำหนังสือถึง ออมสิน แจง 7 ข้อ ไม่ยอมรับ คำสั่ง เด้งเข้ากรุช่วยราชการ -ลุ้นสำนักนายกฯเตรียมงานใหม่ ส่งลงใต้ -'ออมสิน' ชี้ เป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจเซ็นย้าย
- 7 ก.ย.60- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่หนังสือของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา ซึ่งเพิ่งถูกยืมตัวมาช่วยราชการเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรีเพิ่งมีคำสั่งแต่งตั้งให้นายมนัส ทาใจรัตน์ เป็น รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาคนใหม่ โดยหนังสือดังกล่าว พ.ต.ท.พงศ์พร ทำถึงที่ พศ.0001/780
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายออมสิน ชีวะพฤกษ์) โดย ลงหนังสือเลขที่ พศ0001/780 เรื่องเรื่อง การรับโอนและการให้ไปช่วยราชการ โดยเนื้อหาระบุว่า
ตามที่ สำนักงานรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายออมสิน ชีวะพฤกษ์) ได้มีบันทึกข้อความ ที่ นร 0403(กร 7)/9580 ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 แจ้งว่า
ท่านได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 29 สิงหาคม 2560 รับโอนกระผม พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักงานนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และได้อนุมัติให้กระผมไปช่วยราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 29 สิงหาคม 2560 ทำให้กระผมไม่อาจปฏิบัติราชการในตำแหน่งได้ จึงมีคำสั่งดังกล่าวนั้น
กระผม ขอเรียนว่า
1.การับโอนและการให้ไปช่วยราชการข้างต้น มิได้เป็นไปโดยความรู้เห็นหรือความสมัครใจของเจ้าตัว
2.เมื่อมติคณะกรัฐมนตรี มีผลให้กระผมพ้นจากตำแหน่ง นับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯฉะนั้น กระผมจึงยังอยู่ในตำแหน่งนี้ และมีอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งทุกประการ จนกว่าจะเข้าเงื่อนไหขดังกล่าว
3.การขอและการให้ยืมตัวกระผมไปช่วยราชการ ทั้งที่รู้ว่าคณะรัฐมนตรีมีมติข้างต้น อาจขัดต่อ มติคณะรัฐมนตรี และอาจกระทบพระราชอำนาจได้
4.การอนุมัติให้ยืมตัวของท่าน พิจารณาเพียงว่าสำนักนายกรัฐมนตรีไม่เสียหาย แต่มิได้พิจารณาว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง(พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา 46) เสียหายหรือไม่ อนึ่ง การให้ยืมตัวหัวหน้าส่วนราชการขณะที่มีรองหัวหน้าส่วนราชการซึ่งใกล้เกษียณ(1 ตุลาคม 2560) เหลือเพียงนายเดียว น่าจะทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีภารกิจกว้างขวางเสียหายได้
5.การอนมุัติให้ยืมตัวไปช่วยราชการ มิใช่กฎหมาย จึงไม่ทำให้กระผมพ้นจากตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง อีกทั้งในความเป็นจริงกระผมยังปฏิบัติราชการในตำแหน่งได้ โดยมิต้องนั่งประจำที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฉะนั้น การรักษาราชการแทนตามคำสั่งที่อ้างถึงจึงยังไม่เกิด เพราะการรักษาราชการแทนเป็นไปโดยผลของกฎหมาย มิใช่การแต่งตั้งของผู้ใด นอกจากนี้ การแต่งตั้งตามคำสั่งที่อ้างถึงไม่จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีรองผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติเพียงนายเดียว (พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 46)
6.การถือปฏิบัติตามคำสั่งที่อ้างถึงในขณะนี้ จึงทำให้เกิดการปฏิบัติราชการโดยปราศจากอำนาจตามกฎหมาย ทำให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรงได้
7.การแจ้งให้กระผมไปช่วยราชการ ยังมิได้กระทำโดยผู้บังคับบัญชา
ทั้งนี้ กระผมได้มีหนังสือเรียนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ พศ 0001/09328 ลงวันที่ 4 กันยายน 2560 เพื่อแย้งกรณีดังกล่าวไว้ด้วยแล้ รายละเอียดตามเอกสารที่แนบ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ทั้งนี้ ในหนังสือ พ.ต.ท.พงศ์พร ได้เซ็นชื่อ และระบุตำแหน่งว่าเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
โดยนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าถึงกรณีดังกล่าวว่า พ.ต.ท.พงศ์พร ขณะนี้ยังไม่ได้มารายงานตังวหลังจาก ครม. มีมติโอนย้าย จากตำแหน่ง ผอ.พศ. ให้มาเป็นผู้ตรวจราชการ แต่ทางต้นสังกัดใหม่ ได้เตรียมภารกิจสำหรับผู้ตรวจราชการคนใหม่ไว้แล้วคือ ผู้ตรวจราชการเขต 8 ประกอบด้วย 5 จังหวัด สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส ปัตตานี ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นธรรมเนียม ที่เมื่อย้ายมาต้องไปเริ่มงานที่นี่ก่อน
ทั้งนี้เมื่อถามถึงหนังสือฉบับดังกล่าวนายจิรชัย กล่าวว่าขณะนี้กำลังหารือในเรื่องข้อกฎหมายอยู่
'ออมสิน'ชี้ เป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจเซ็นย้าย
ด้าน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีตผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ทำหนังสือแย้งคำสั่ง ถูกโอนย้ายให้มาเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ยังไม่เหห็นหนังสือตัวจริง และได้ทราบเรื่องนี้จากสื่อจึงต้องขอไปดูรายละเอียดก่อน
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนกำกับดูแลงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดังนั้นถือว่าตนเป็นผู้บังคับบัญชาของพ.ต.ท.พงศ์พร ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ค่อยไปว่ากัน ดังนั้นทั้งหมดนี้ถือเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องกำกับดูแลงาน และความเรียบร้อยของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เมื่อถามว่า หากพ.ต.ท.พงศ์พร จะฝืนไม่รับคำสั่ง ผู้บังคับบัญชา กระทำได้หรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า “ไม่รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาคงไม่ได้ แต่ผมเอง ยังมีตรงไหน ที่ยังไม่ได้สั่งหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจขอไปดูหนังสือให้ชัด เพราะหนังสือที่มีไปนั้นเดิมเป็นเรื่องที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือมาถึง เพื่อขอยืมตัวผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปปฏิบัติหน้าที่ เป็นการชั่วคราว และผมในฐานะผู้บังคับบัญชา ก็ได้อนุมัติไปแต่เขาจะถือว่าผมยังไม่ได้สั่งให้เขาไปหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ”
สำหรับคำสั่งย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร มีผลในวันที่ 29 ส.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติตามที่นายวิษณุ เครืองาม นำเสนอเรื่องที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) ขอรับโอนพ.ต.ท.พงศ์พร ไปดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และต่อมามีคำสั่ง ที่ 215/2560 เรื่องมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบการตรวจราชการ ให้พ.ต.ท.พงศ์พร ไปรับผิดชอบใน 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สตูล ซึ่งในท้ายคำสั่งลงนามโดยนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.เป็นต้นไป.
- 7 ก.ย.60- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่หนังสือของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา ซึ่งเพิ่งถูกยืมตัวมาช่วยราชการเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรีเพิ่งมีคำสั่งแต่งตั้งให้นายมนัส ทาใจรัตน์ เป็น รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาคนใหม่ โดยหนังสือดังกล่าว พ.ต.ท.พงศ์พร ทำถึงที่ พศ.0001/780
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายออมสิน ชีวะพฤกษ์) โดย ลงหนังสือเลขที่ พศ0001/780 เรื่องเรื่อง การรับโอนและการให้ไปช่วยราชการ โดยเนื้อหาระบุว่า
ตามที่ สำนักงานรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายออมสิน ชีวะพฤกษ์) ได้มีบันทึกข้อความ ที่ นร 0403(กร 7)/9580 ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 แจ้งว่า
ท่านได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 29 สิงหาคม 2560 รับโอนกระผม พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักงานนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และได้อนุมัติให้กระผมไปช่วยราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 29 สิงหาคม 2560 ทำให้กระผมไม่อาจปฏิบัติราชการในตำแหน่งได้ จึงมีคำสั่งดังกล่าวนั้น
กระผม ขอเรียนว่า
1.การับโอนและการให้ไปช่วยราชการข้างต้น มิได้เป็นไปโดยความรู้เห็นหรือความสมัครใจของเจ้าตัว
2.เมื่อมติคณะกรัฐมนตรี มีผลให้กระผมพ้นจากตำแหน่ง นับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯฉะนั้น กระผมจึงยังอยู่ในตำแหน่งนี้ และมีอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งทุกประการ จนกว่าจะเข้าเงื่อนไหขดังกล่าว
3.การขอและการให้ยืมตัวกระผมไปช่วยราชการ ทั้งที่รู้ว่าคณะรัฐมนตรีมีมติข้างต้น อาจขัดต่อ มติคณะรัฐมนตรี และอาจกระทบพระราชอำนาจได้
4.การอนุมัติให้ยืมตัวของท่าน พิจารณาเพียงว่าสำนักนายกรัฐมนตรีไม่เสียหาย แต่มิได้พิจารณาว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง(พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา 46) เสียหายหรือไม่ อนึ่ง การให้ยืมตัวหัวหน้าส่วนราชการขณะที่มีรองหัวหน้าส่วนราชการซึ่งใกล้เกษียณ(1 ตุลาคม 2560) เหลือเพียงนายเดียว น่าจะทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีภารกิจกว้างขวางเสียหายได้
5.การอนมุัติให้ยืมตัวไปช่วยราชการ มิใช่กฎหมาย จึงไม่ทำให้กระผมพ้นจากตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง อีกทั้งในความเป็นจริงกระผมยังปฏิบัติราชการในตำแหน่งได้ โดยมิต้องนั่งประจำที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฉะนั้น การรักษาราชการแทนตามคำสั่งที่อ้างถึงจึงยังไม่เกิด เพราะการรักษาราชการแทนเป็นไปโดยผลของกฎหมาย มิใช่การแต่งตั้งของผู้ใด นอกจากนี้ การแต่งตั้งตามคำสั่งที่อ้างถึงไม่จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีรองผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติเพียงนายเดียว (พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 46)
6.การถือปฏิบัติตามคำสั่งที่อ้างถึงในขณะนี้ จึงทำให้เกิดการปฏิบัติราชการโดยปราศจากอำนาจตามกฎหมาย ทำให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรงได้
7.การแจ้งให้กระผมไปช่วยราชการ ยังมิได้กระทำโดยผู้บังคับบัญชา
ทั้งนี้ กระผมได้มีหนังสือเรียนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ พศ 0001/09328 ลงวันที่ 4 กันยายน 2560 เพื่อแย้งกรณีดังกล่าวไว้ด้วยแล้ รายละเอียดตามเอกสารที่แนบ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ทั้งนี้ ในหนังสือ พ.ต.ท.พงศ์พร ได้เซ็นชื่อ และระบุตำแหน่งว่าเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
โดยนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าถึงกรณีดังกล่าวว่า พ.ต.ท.พงศ์พร ขณะนี้ยังไม่ได้มารายงานตังวหลังจาก ครม. มีมติโอนย้าย จากตำแหน่ง ผอ.พศ. ให้มาเป็นผู้ตรวจราชการ แต่ทางต้นสังกัดใหม่ ได้เตรียมภารกิจสำหรับผู้ตรวจราชการคนใหม่ไว้แล้วคือ ผู้ตรวจราชการเขต 8 ประกอบด้วย 5 จังหวัด สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส ปัตตานี ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นธรรมเนียม ที่เมื่อย้ายมาต้องไปเริ่มงานที่นี่ก่อน
ทั้งนี้เมื่อถามถึงหนังสือฉบับดังกล่าวนายจิรชัย กล่าวว่าขณะนี้กำลังหารือในเรื่องข้อกฎหมายอยู่
'ออมสิน'ชี้ เป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจเซ็นย้าย
ด้าน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีตผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ทำหนังสือแย้งคำสั่ง ถูกโอนย้ายให้มาเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ยังไม่เหห็นหนังสือตัวจริง และได้ทราบเรื่องนี้จากสื่อจึงต้องขอไปดูรายละเอียดก่อน
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนกำกับดูแลงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดังนั้นถือว่าตนเป็นผู้บังคับบัญชาของพ.ต.ท.พงศ์พร ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ค่อยไปว่ากัน ดังนั้นทั้งหมดนี้ถือเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องกำกับดูแลงาน และความเรียบร้อยของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เมื่อถามว่า หากพ.ต.ท.พงศ์พร จะฝืนไม่รับคำสั่ง ผู้บังคับบัญชา กระทำได้หรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า “ไม่รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาคงไม่ได้ แต่ผมเอง ยังมีตรงไหน ที่ยังไม่ได้สั่งหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจขอไปดูหนังสือให้ชัด เพราะหนังสือที่มีไปนั้นเดิมเป็นเรื่องที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือมาถึง เพื่อขอยืมตัวผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปปฏิบัติหน้าที่ เป็นการชั่วคราว และผมในฐานะผู้บังคับบัญชา ก็ได้อนุมัติไปแต่เขาจะถือว่าผมยังไม่ได้สั่งให้เขาไปหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ”
สำหรับคำสั่งย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร มีผลในวันที่ 29 ส.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติตามที่นายวิษณุ เครืองาม นำเสนอเรื่องที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) ขอรับโอนพ.ต.ท.พงศ์พร ไปดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และต่อมามีคำสั่ง ที่ 215/2560 เรื่องมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบการตรวจราชการ ให้พ.ต.ท.พงศ์พร ไปรับผิดชอบใน 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สตูล ซึ่งในท้ายคำสั่งลงนามโดยนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.เป็นต้นไป.






