thansettakij
thansettakij
บิ๊กธุรกิจอัดแคมเปญสู้ รับมือกำลังซื้อซึม หลังQ4ไร้ปัจจัยบวก

บิ๊กธุรกิจอัดแคมเปญสู้ รับมือกำลังซื้อซึม หลังQ4ไร้ปัจจัยบวก

09 ก.ย. 60 | 12:03 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ย. 60 | 19:03 น.
กำลังซื้อไตรมาส 4 ซึมยาว ไร้ปัจจัยบวกหนุนธุรกิจฟื้นตัว ผู้ประกอบการลุ้นโค้งท้ายตลาดเป็นบวก “ล็อกซเล่ย์” เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า “สหพัฒน์” เตรียมอัดแคมเปญกระตุ้นยอด ขณะที่แบรนด์ต่างๆ ขนนวัตกรรม แคมเปญดันยอดขาย
ปลายปี

ผลการวิจัยล่าสุดจากบริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เกี่ยวกับการเติบโตสินค้าอุปโภคบริโภค พบว่า ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา อัตราการบริโภคตกตํ่าไปถึงระดับ 1.0 ตํ่ากว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่อยู่ในอัตรา 2.4 แต่หากเทียบกับภาพรวมของทั้งปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราการบริโภคอยู่ที่ 1.7 ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ก็ยังตํ่ากว่าอยู่ดี ซึ่งผลกระทบหลักยังคงเป็นเรื่องของเศรษฐกิจในระดับมหภาค ปัญหาหนี้ครัวเรือนของผู้บริโภคที่ยังสูง และผู้บริโภคยังคงไม่มั่นใจต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
นั่นเอง การจะทำให้อัตราการบริโภคสินค้าของปีนี้กลับมาอยู่ในอัตราเท่ากับปีที่ผ่านมา ช่วงครึ่งปีหลังอัตราการบริโภคจะต้องอยู่ในระดับ 3.0 ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ยากในความเป็นจริงปัจจุบัน บทสรุปของภาพรวมในปีนี้จึงเชื่อว่า ทำดีได้แค่เสมอตัว หรืออัตราการบริโภคอยู่ในระดับ 1.0 เท่านั้น

ต่อเรื่องดังกล่าวนางโกสุม สินเพิ่มสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือล็อกซเล่ย์ กล่าวแสดงความคิดเห็นถึงกำลังซื้อในช่วงไตรมาสสุดท้ายว่า ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมากนัก ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มีปัจจัยบวกอะไรมากระตุ้นที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าเป็นช่วงปลายปีที่มีเทศกาลบันเทิงมากมาย แต่ผู้บริโภคยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวังจากหนี้ครัวเรือน หนี้บัตรเครดิตที่ยังคงอยู่ในอัตราที่สูง

MP36-3294-A สำหรับแผนงานของล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง ได้ปรับตัวด้วยการขยายธุรกิจที่ไม่ใช่อาหารเพิ่มจากธุรกิจอาหาร และเพิ่มช่องทางการค้ากลุ่มโฮเรกา ด้วยการนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เสนอเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า มีการแตกไลน์สินค้า เพิ่มขนาด เพิ่มรสชาติ ให้ทางเลือกกับผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงการทำโปรโมชันต่างๆ 
เพื่อกระตุ้นยอดซื้อ และเพื่อช่วยให้ร้านค้าขายสินค้าได้ง่ายขึ้นด้วย

ด้านนายตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวว่า กำลังซื้อโดยรวมในไตรมาส 4 เชื่อว่าจะยังไม่ดีขึ้น อยู่ในภาวะทรงตัว ทำให้ผู้ประกอบการต้องจัดกิจกรรม อีเวนต์ต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามา และเมื่อเข้ามาแล้วจะใช้จ่ายเงินในการซื้อสินค้า อาหารต่างๆ

“กลุ่มที่ลูกค้ายอมใช้จ่ายเงินมากขึ้นคือ ร้านอาหาร จะพบว่าลูกค้ายอมจ่ายเงินให้กับร้านอาหารที่ชื่นชอบแม้จะมีราคาสูง ทำให้ผู้ประกอบการเองต่างปรับตัว เพิ่มสัดส่วนร้านอาหารให้มีจำนวนมากขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้า”

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาพบว่า ธุรกิจในส่วนของศูนย์การค้ามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 8-10% โดยมาจากการปรับเพิ่มพื้นที่โซนอาหาร และการจัดอีเวนต์ที่หลากหลายเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้า

ขณะที่นางวรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาภาพรวมตลาดทีวี เมืองไทยติดลบ 3% ทั้งนี้เป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ซึ่งประเมินว่าภาพรวมตลาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป จากปัจจัย
บวกในหลายด้านไม่ว่าจะเป็น บรรยากาศการจับจ่ายเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงสิ้นปี รวมถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ของแต่ละแบรนด์ แคมเปญโปรโมชันที่แต่ละค่ายจะออกมากระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี

“ไตรมาส 4 เชื่อว่าภาพรวมตลาดทีวีจะดีดตัวกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในรอบ 1 ปีที่สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัวเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลจากช่วงไตรมาสสุดท้ายที่จะถึงนี้กำลังซื้อภายในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง กอปรกับผู้ประกอบการเครื่องใช้ ไฟฟ้าแต่ละแบรนด์ต่างโหมกิจกรรมกระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย”

ส่วนนางปัทมา ถกลศรี ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด กล่าวว่า ช่วงปลายปีคาดว่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ดีทั้งภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลควรกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหภาค เพื่อกระจายเม็ดเงินลงมาสู่ผู้บริโภค ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายภาพรวมครึ่งปีหลังมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากใช้นวัตกรรมและคุณภาพสินค้าเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขาย ที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้เติบโตสูงกว่าภาพรวมของตลาดด้วย เช่น สินค้าเด็กแบรนด์ดีนี่

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว นายวิบูลย์ สมบูรณ์ศักดิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส.ซี.เสรีชัยบิวตี้ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมแบรนด์ โลแลน กล่าวว่า ช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม สถานการณ์โดยรวมคงเป็นไปตามที่ทุกคนเข้าใจ ตลาดอาจจะกลับมาเป็นปกติได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ที่จะมีการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างเต็มที่ ส่วนกำลังซื้อจะเป็นอย่างไรนั้น คงขึ้นอยู่กับบรรยากาศของบ้านเมืองโดยรวม ถ้าเป็นไปในทิศทางที่ดีเชื่อว่ากำลังซื้อจะกลับมาเป็นปกติ เนื่องจากมองว่าประเทศไทยผ่านจุดตํ่าสุดมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยบวกในเรื่องการขยายตัวของห้างสรรพสินค้า และห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ ไปยังต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคในต่างจังหวัดมีไลฟ์สไตล์และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเหมือนกับผู้บริโภคในเมือง จึงทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม ยังคงมีอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วย ซึ่งคาดว่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมเติบโต 6% สูงกว่าจีดีพีของประเทศ

ฟากนายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ เปิด
เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวโน้มกำลังซื้อในช่วงไตรมาส 4 นี้มีจะเติบโตดีขึ้นกว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากปัจจัยบวกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังซื้อที่มีแนวโน้มดีขึ้น การจัดแคมเปญโปรโมชัน ที่แต่ละแบรนด์จะจัดทำออกมากระตุ้นตลาดในช่วงโค้งท้าย ซึ่งโดยปกติไตรมาส 4 เป็นช่วงที่ดีที่สุดของปีอยู่แล้ว แน่นอนว่าปีนี้ก็เช่นกัน ภาพรวมกำลังซื้อน่าจะดีขึ้น

“ปกติไตรมาส 4 คือช่วงที่ดีที่สุดของปี เพราะถ้าเราซึมๆเศร้าๆ มาตลอดทั้งปี ไตรมาส 4 ก็คือความหวัง ซึ่งแน่นอนว่าปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน ต้องบอกว่าในการดำเนินธุรกิจผู้ประกอบการหลายรายตั้งความหวังไว้กับไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน โดยในส่วนของบริษัทมีการเตรียมแคมเปญหรือสินค้าใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อไตรมาสสุดท้ายอยู่แล้ว”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,294 วันที่ 7 - 9 กันยายน พ.ศ. 2560