
ค้าเคมีเกษตร2หมื่นล้านป่วนรัฐอายัดสินค้าหลังทะเบียนหมดอายุ-ผู้ค้าวอนเห็นใจ
2 สมาคมค้าเคมีเกษตรร้องกรมวิชาการเกษตรป้องสมาชิก หลังถูกสารวัตรเกษตรอายัดสินค้า สั่งให้ตีกลับ-ห้ามจำหน่าย ด้านรัฐลั่นทะเบียนหมดอายุขายไม่ได้ ขณะอีกด้านฝนดีเกษตรกรแห่ปลูกพืชเพิ่ม ดันยอดนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตร 6 เดือนพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน
จากที่ “ฐานเศรษฐกิจ” ได้เปิดประเด็น “3 สารอันตรายป่วนเคมีเกษตร 3 หมื่นร้านค้าเบรกออร์เดอร์-ลุ้นผลสรุปเวที 4 ภาค” ฉบับที่ 3,286 วันที่ 10-12 สิงหาคม 2560 ล่าสุดอีกด้านหนึ่ง 2 สมาคม ได้แก่ สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมอารักขาพืชไทย ซึ่งมีสมาชิกรวมกัน 142 บริษัทได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพื่อขอทราบความชัดเจนและแนวทางปฏิบัติการจัดการวัตถุอันตรายที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนได้หมดอายุลง
นายปราโมทย์ ติรไพรวงศ์ นายกสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา 2 สมาคมได้ยื่นหนังสือถึงนายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพื่อขอความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากทาง 2 สมาคมได้รับร้องเรียนจากบริษัทสมาชิก และร้านค้าหลายจังหวัดแจ้งเข้ามาว่า ทางเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรได้เข้ามาตรวจสอบที่ร้านและออกคำสั่งเด็ดขาดให้คืนสินค้าและห้ามวางจำหน่าย บางร้านถูกอายัดสินค้า สร้างความกังวลใจให้ผู้ค้าเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้สาระสำคัญในหนังสือเช่น 1. ขอความชัดเจนในเรื่องวัตถุอันตรายที่เคยมีทะเบียนเดิม ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) ในปี 2551 ซึ่งกรมวิชาการเกษตรเคยผ่อนผันการครอบครองวัตถุอันตรายที่เคยมีทะเบียน แต่ทะเบียนสิ้นสุดลงตามผลของกฎหมาย ซึ่งล่าสุดทางสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร แจ้งคำสั่งถึงผู้ประกอบการให้ส่งมอบวัตถุอันตรายที่ทะเบียนหมดอายุให้เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรในพื้นที่ร้านค้าตั้งอยู่ภายใน 30 วัน
2. ในระหว่างที่บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาต่ออายุทะเบียน และมีบางรายได้ดำเนินการต่ออายุแล้ว 2 สมาคมขอให้ยังคงอนุญาตให้ร้านค้ายังคงวางจำหน่ายสินค้าฉลากเดิมในร้านค้าได้ตามปกติ เนื่องจากทางบริษัทได้ยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนก่อนใบสำคัญหมดอายุ และ 3. วัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนใหม่ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2551 ซึ่งทะเบียนมีอายุ 6 ปี แต่ผู้ประกอบการไม่ยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียนสำคัญภายในเวลาที่กำหนด เนื่องจากต้องการเลิกผลิตหรือเปลี่ยนแปลงแหล่งผลิต หรือวัตถุดิบ หรือประสบปัญหาทางธุรกิจ เมื่อใบสำคัญทะเบียนวัตถุอันตรายหมดอายุ แต่ยังมีวัตถุอันตรายดังกล่าววางจำหน่ายตามร้านค้าอยู่ เนื่องจากเป็นสต๊อกสินค้าเดิมและยังไม่หมดอายุ จึงขอให้ทางกรมวิชาการเกษตรอนุญาตให้จำหน่ายได้
ด้านนางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย กล่าวว่า จะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะบางรายที่ทะเบียนไม่หมดอายุ ก็ขายได้ แต่บางรายที่ทะเบียนหมดอายุก็เสียโอกาส อีกทั้งสินค้าที่ยังคงเหลืออยู่ก็ไม่สามารถขายได้ เรียกประเมินค่าเป็นศูนย์ ทั้งๆ ที่ทะเบียนสิ้นสุด แต่สรรพคุณยาไม่หมดอายุ จึงขอความเห็นใจจากกรมวิชาการเกษตร
ขณะที่นายธีระ รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนหมดอายุลง เปรียบกับรถยนต์ หากทะเบียน หรือใบขับขี่หมดอายุไม่ไปต่อให้ถูกต้อง ตำรวจก็ต้องจับไม่สามารถอนุโลมได้ ทั้งที่รถยังขับขี่ได้ปกติ
ด้านแหล่งข่าวจากกรมวิชาการเกษตร เผยว่า จากที่ปีนี้ฝนตกต้องตามฤดูกาล มีนํ้าท่าที่ดี ส่งผลให้เกษตรกรปลูกพืชกันมากขึ้น มีผลให้ผู้ประกอบการค้านำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาจำหน่ายแล้วในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ปริมาณรวม 1.05 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.42 หมื่นล้านบาท จากปี 2559 ไทยมีการ นำเข้า 1.60 แสนตัน มูลค่า 2.06 หมื่นล้านบาท
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,294 วันที่ 7 - 9 กันยายน พ.ศ. 2560
จากที่ “ฐานเศรษฐกิจ” ได้เปิดประเด็น “3 สารอันตรายป่วนเคมีเกษตร 3 หมื่นร้านค้าเบรกออร์เดอร์-ลุ้นผลสรุปเวที 4 ภาค” ฉบับที่ 3,286 วันที่ 10-12 สิงหาคม 2560 ล่าสุดอีกด้านหนึ่ง 2 สมาคม ได้แก่ สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมอารักขาพืชไทย ซึ่งมีสมาชิกรวมกัน 142 บริษัทได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพื่อขอทราบความชัดเจนและแนวทางปฏิบัติการจัดการวัตถุอันตรายที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนได้หมดอายุลง
นายปราโมทย์ ติรไพรวงศ์ นายกสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา 2 สมาคมได้ยื่นหนังสือถึงนายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพื่อขอความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากทาง 2 สมาคมได้รับร้องเรียนจากบริษัทสมาชิก และร้านค้าหลายจังหวัดแจ้งเข้ามาว่า ทางเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรได้เข้ามาตรวจสอบที่ร้านและออกคำสั่งเด็ดขาดให้คืนสินค้าและห้ามวางจำหน่าย บางร้านถูกอายัดสินค้า สร้างความกังวลใจให้ผู้ค้าเป็นอย่างมาก
2. ในระหว่างที่บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาต่ออายุทะเบียน และมีบางรายได้ดำเนินการต่ออายุแล้ว 2 สมาคมขอให้ยังคงอนุญาตให้ร้านค้ายังคงวางจำหน่ายสินค้าฉลากเดิมในร้านค้าได้ตามปกติ เนื่องจากทางบริษัทได้ยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนก่อนใบสำคัญหมดอายุ และ 3. วัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนใหม่ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2551 ซึ่งทะเบียนมีอายุ 6 ปี แต่ผู้ประกอบการไม่ยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียนสำคัญภายในเวลาที่กำหนด เนื่องจากต้องการเลิกผลิตหรือเปลี่ยนแปลงแหล่งผลิต หรือวัตถุดิบ หรือประสบปัญหาทางธุรกิจ เมื่อใบสำคัญทะเบียนวัตถุอันตรายหมดอายุ แต่ยังมีวัตถุอันตรายดังกล่าววางจำหน่ายตามร้านค้าอยู่ เนื่องจากเป็นสต๊อกสินค้าเดิมและยังไม่หมดอายุ จึงขอให้ทางกรมวิชาการเกษตรอนุญาตให้จำหน่ายได้
ด้านนางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย กล่าวว่า จะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะบางรายที่ทะเบียนไม่หมดอายุ ก็ขายได้ แต่บางรายที่ทะเบียนหมดอายุก็เสียโอกาส อีกทั้งสินค้าที่ยังคงเหลืออยู่ก็ไม่สามารถขายได้ เรียกประเมินค่าเป็นศูนย์ ทั้งๆ ที่ทะเบียนสิ้นสุด แต่สรรพคุณยาไม่หมดอายุ จึงขอความเห็นใจจากกรมวิชาการเกษตร
ขณะที่นายธีระ รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนหมดอายุลง เปรียบกับรถยนต์ หากทะเบียน หรือใบขับขี่หมดอายุไม่ไปต่อให้ถูกต้อง ตำรวจก็ต้องจับไม่สามารถอนุโลมได้ ทั้งที่รถยังขับขี่ได้ปกติ
ด้านแหล่งข่าวจากกรมวิชาการเกษตร เผยว่า จากที่ปีนี้ฝนตกต้องตามฤดูกาล มีนํ้าท่าที่ดี ส่งผลให้เกษตรกรปลูกพืชกันมากขึ้น มีผลให้ผู้ประกอบการค้านำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาจำหน่ายแล้วในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ปริมาณรวม 1.05 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.42 หมื่นล้านบาท จากปี 2559 ไทยมีการ นำเข้า 1.60 แสนตัน มูลค่า 2.06 หมื่นล้านบาท
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,294 วันที่ 7 - 9 กันยายน พ.ศ. 2560






