thansettakij
thansettakij
‘ไทยฮั้ว’เดินแผนยึดเบอร์1ยาง ควบรวมไทยก๋วงเขิ่นเพิ่มผลิต1.5 ล้านตัน-เป้าปีนี้2หมื่นล้าน

‘ไทยฮั้ว’เดินแผนยึดเบอร์1ยาง ควบรวมไทยก๋วงเขิ่นเพิ่มผลิต1.5 ล้านตัน-เป้าปีนี้2หมื่นล้าน

06 ก.ย. 60 | 04:44 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ย. 60 | 11:44 น.
ไทยฮั้วยางพารา เร่งควบรวมกิจการไทยก๋วงเขิ่น ก่อนแต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯใน 3 ปี ขณะเตรียมลงทุนอีก 1.5 หมื่นล้านตั้งโรงงานยางพาราเพิ่ม 8 แห่งในไทย-ลาว ดันกำลังผลิตเพิ่มเป็น 1.5 ล้านตันมากสุดของประเทศในปี 66 คาดปีนี้รายได้ 2 หมื่นล้าน

นายหลักชัย กิตติพล ประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่ไทยฮั้วได้ดึงบริษัท ไทยก๋วงเขิ่น รับเบอร์ จำกัด บริษัทลูกของกลุ่มก๋วงเขิ่นรับเบอร์รัฐวิสาหกิจด้านยางพารารายใหญ่สุดของจีนเข้ามาถือหุ้นในบริษัทสัดส่วน 59% และช่วยเพิ่มทุนจดทะเบียนไทยฮั้วจาก 2,300 ล้านบาท เป็น 6,900 ล้านบาทในปลายปีที่ผ่านมานั้น ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง โดยนำธุรกิจของไทยก๋วงเขิ่นเข้ามาควบรวมกิจการ

[caption id="attachment_202813" align="aligncenter" width="503"] หลักชัย กิตติพล ประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) หลักชัย กิตติพล ประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)[/caption]

ปัจจุบันไทยก๋วงเขิ่นมีโรง งานนํ้ายางข้น ยางแผ่น และยางแท่งในไทย 5 โรงงาน (ที่อุดรธานี ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง และสตูล) ขณะที่ไทยฮั้วมีโรงงานผลิตยางแท่งในไทย 17 โรงงานซึ่งหากรวมกับไทยก๋วงเขิ่นแล้วในปีนี้จะมีทั้งสิ้น 22 โรงงาน ทั้งนี้หลังการควบรวมกิจการซึ่งคาดจะแล้วเสร็จในปีนี้แล้ว ในปีหน้าจะทำเรื่องเพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป โดยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯครั้งนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 2-3 ปี

อย่างไรก็ดีในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ทางไทยฮั้วได้วางแผนจะทยอยสร้างโรงงานยางแท่งที่บริษัทได้ขอบีโอไอไว้ 6 โรงงานใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และสระแก้ว ซึ่งบริษัทมีพื้นที่ปลูกยางอยู่ 4-5 หมื่นไร่ในแต่ละจังหวัด การสร้างโรงงานอีก 6 แห่งนี้จะทยอยแล้วเสร็จใน 5 ปี ขณะที่ในปีหน้ายังมีแผนสร้างโรงงานยางแท่ง และโรงงานนํ้ายางข้นในลาวอีก 2 แห่งที่เวียงจันทน์และสะหวันนะเขต ซึ่งบริษัทมีพื้นที่ปลูกยางอยู่ ?2.5-3 หมื่นไร่

“การลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปยางเพิ่มอีก 8 แห่งในไทยและลาวจะใช้เงินลงทุนสร้างโรงงานไม่เกิน 5,000 ล้านบาท รวมทุนหมุนเวียนในการซื้อยางอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท รวมลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างโรงงานยางแท่งในกัมพูชาที่จังหวัด?อุดรมีชัย ซึ่งเรามีพื้นที่ปลูกยางอยู่กว่า 4.3 หมื่นไร่ ทั้งนี้ภายในปี 2566 บริษัทจะมีทั้งหมด 31 โรงงาน มีกำลังผลิตยางพารารวมประมาณ 1.5 ล้านตันมากสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ”

นายหลักชัยกล่าวอีกว่า ในปีนี้เดิมทางไทยฮั้วได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกยางพาราที่ 6 แสนตัน มูลค่าไม่ตํ่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่จากผลประกอบการในครึ่งแรกของปีนี้ยังทำไม่ได้?ตามเป้าหมาย ส่งออกได้ไม่ถึง 3 แสนตัน ผลจากราคายางในตลาดโลกยังขึ้นๆ ลงๆ ขณะผลผลิตยางในประเทศก็ไม่เพียงพอในการส่งออก ประกอบกับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์มีเข้ามาน้อย เพิ่งจะมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้นในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตามตลาดใหญ่คือจีนที่ผ่านจุดตํ่าสุดมาแล้วคาดจะมีการนำเข้ามากขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องสงครามระหว่างประเทศกรณีสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ และราคานํ้ามันที่ทำให้ราคายางลดลง ดังนั้นทางบริษัทคาดจะส่งออกยางพาราได้ในปีนี้กว่า 4 แสนตัน มูลค่าไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท

“ปีนี้มูลค่าส่งออกของไทยฮั้วคิดว่าไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท เป้า 3 หมื่นล้านบาทคงไม่ถึง เพราะตอนนี้ราคายางลดลงมาจากต้นปี อย่างไรก็ตาม จากที่เราได้กลุ่มก๋วงเขิ่น ซึ่งมีความเข้มแข็งมากทางด้านการเงินมาร่วมทุน ขณะที่ตลาดของเราดีอยู่แล้ว คาดหลังการควบรวมกิจการแล้วเสร็จจะทำให้เราส่งออกได้เพิ่มขึ้นโดยปีหน้าได้มาเพิ่มอีก 5 โรงงานได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาทซึ่งต้องทำให้ได้”

อนึ่ง จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร ช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ไทยมีการส่งออกยางพารามูลค่า 1.26 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 50% โดยตลาดส่งออก 5 อันดับแรกได้แก่ จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ สัดส่วน 47.4, 12.7, 7.8, 6.1 และ 4.0% ตามลำดับ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว