
กองทุนวีซีลงขันอุ้มสตาร์ตอัพ‘โฟลว์แอคเคาท์-ซีกสเตอร์’ปลื้มได้เงินเสริมแกร่ง
สตาร์ตอัพไทยยังไปได้สวย ล่าสุด โฟลว์แอคเคาท์ ได้เงินลงทุนกว่า 38 ล้านบาท จากกองทุนไทยและเทศ 4 ราย ทั้ง บีคอน-เอสบีไอฯ โกลเดนเกตฯ และกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก ขณะที่ ซีกสเตอร์ ได้อนันดามาเป็นพันธมิตร
นายกฤษฎา ชุตินธร กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุน Venture Capital หรือ VC จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด หรือ Beacon VC ของธนาคารกสิกรไทย, บริษัท เอสบีไอ อินเวสเมนท์ จำกัด กองทุนภายใต้กลุ่มบริษัท SBI Group ของญี่ปุ่น โกลเดนเกต เวนเจอร์ส จากประเทศสิงคโปร์ และ กองทุน 500 TuksTuks ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา ได้สนับสนุนด้านเงินลงทุน 1.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 38 ล้านบาท โดยในอนาคตโฟลว์แอคเคาท์จะพัฒนาระบบบัญชีสำหรับเงินเดือนและระบบบัญชีสำนักงานเพิ่มเติม
[caption id="attachment_160677" align="aligncenter" width="503"]
กฤษฎา ชุตินธร กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด[/caption]
ทั้งนี้เว็บไซต์ FlowAccount.com ผู้ชนะจากโครงการ AIS The Start Up 2015 ได้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนั้นมาจากการมองเห็นปัญหาของเจ้าของกิจการที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาในการทำบัญชีที่มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน จึงได้คิดที่จะพัฒนาระบบบัญชีที่ง่ายต่อการใช้งานไม่ว่าใครก็สามารถใช้งานได้ และออกมาเป็นโฟลว์แอคเคาท์ โปรแกรมเพื่อการทำบัญชีสำหรับเอสเอ็มอีหรือสตาร์ตอัพ ที่สามารถเปิดบิล ทำใบเสนอราคา บันทึกราย รับรายจ่าย และสามารถตรวจสอบ บัญชีของธุรกิจได้ตลอดเวลา สามารถตรวจสอบยอดกำไรขาด ทุนได้ทันทีหลังสิ้นเดือน ซึ่งทำให้ประมาณการแนวโน้มของธุรกิจได้
นอกจากนี้โฟลว์แอคเคาท์ ยังได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ ด้วยระบบบัญชีที่มีราคาแค่เพียงปีละ 990 บาท ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการของโฟลว์แอคเคาท์แล้วกว่าหมื่นราย และมียอดรายการที่เกิด ขึ้นกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท หรือคิด เป็นเดือนละกว่า 2 พันล้านบาท
[caption id="attachment_160428" align="aligncenter" width="503"]
ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด แถลงเปิดตัว บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล[/caption]
ด้านนายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด หรือ Beacon VC ของธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกลงทุนกับโฟลว์แอคเคาท์ว่า เนื่องจากสิ่งที่โฟลว์แอคเคาท์ทำตอบโจทย์ความต้องการของเอสเอ็มอี เพราะปัญหาหลักของเอสเอ็มอีส่วนใหญ่คือเรื่องของการทำบัญชีที่มีความยุ่งยากซับซ้อน หลายคนประสบกับปัญหาการวางแผนทางบัญชีทำให้ธุรกิจสะดุดเพราะไม่มีเงินทุนหมุนเวียน อีกทั้งธนาคารกสิกรไทยนั้น มีฐานลูกค้าเอสเอ็มอีเยอะที่สุดในไทย ทางธนาคารจึงมองหาโซลูชันเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า K PLUS SME เพื่อสร้างความประทับใจในการบริการให้กับลูกค้า ทั้งนี้ Beacon VC ที่ก่อตั้งขึ้นนั้นมีเงินทุนทั้งหมด 1 พันล้านบาท โดยตั้งเป้าการลงทุนไว้ประมาณปีละ 5-6 บริษัท และต้องการลงทุนบริษัทละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ครั้งนี้เนื่องจากมีผู้ลงทุนรายอื่นด้วยจึงจำเป็นที่จะต้องลดมูลค่าการลงทุนลง แต่บีคอนยังคงเป็นผู้ลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในการระดมทุนครั้งนี้ของโฟลว์แอคเคาท์
ขณะที่นายยูซูเกะ อินาเบะ ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนบริษัท เอสบีไอ อินเวสเมนท์ จำกัด กองทุนภายใต้กลุ่มบริษัท SBI Group ของญี่ปุ่น กล่าวว่า นวัตกรรมอย่างฟินเทคนั้นจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี เนื่องจากระบบบัญชีนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำธุรกิจ หลังจากที่ได้เจรจากันนั้นทำให้รู้สึกว่าโฟลว์แอคเคาท์ เป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้มีการทดลองใช้โฟลว์แอคเคาท์แล้วในญี่ปุ่น ก็พบว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ
เช่นเดียวกับ นายเจฟฟรีย์ เพนน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการกองทุน โกลเดนเกต เวนเจอร์ส จากประเทศสิงคโปร์ ที่เลือก ลงทุนกับโฟลว์แอคเคาท์ เนื่องจากมีการพัฒนาเครื่องมือที่มีความเหมาะสมต่อวัฒนธรรมไทย รวมถึงมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้นายเรืองโรจน์ พูนผล ผู้บริหารกองทุน 500 TuksTuks กองทุนจาก ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้เป็นผู้ให้การสนับสนุนโฟลว์แอคเคาท์มาอย่างต่อเนื่อง ให้ความเห็นในเรื่องการปรับตัวของฟินเทคสตาร์ตอัพว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นมีข้อได้เปรียบเรื่องความเร็วเนื่องจากมีขนาดเล็ก ทำให้สามารถปรับตัวได้เร็วทันตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องเครื่องมือในการทำบัญชีที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องยากแต่โฟลว์แอคเคาท์สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอสเอ็มอีควรหันมาใช้เครื่องมือที่จะช่วยให้เราเคลื่อน ไหวทันกับพฤติกรรมของลูกค้า และสิ่งที่สำคัญคือการหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นายชัชนาท จรัญวัฒนากิจ ซีเอ็มโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Seekster กล่าวว่า ซีกสเตอร์เกิดขึ้นจากผู้ร่วมก่อตั้งที่พบปัญหาว่าในประเทศไทยยังไม่มีแพลตฟอร์มที่จะช่วยรวบรวมบริการต่างๆ เพื่อ ให้บริการลูกค้า จึงทำให้มีความคิดที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็นตัวกลางสำหรับการหาผู้ให้บริการและผู้ที่ต้องการใช้บริการให้มาพบกัน การให้บริการในช่วงแรกนั้น เมื่อมีลูกค้าเข้ามากรอกข้อมูลบริการที่ต้องการผ่านทางเว็บไซต์ ทางซีกสเตอร์ก็จะดำเนินการโทร.ติดต่อเพื่อสอบถามความต้องการและรายละเอียดเพิ่มเติมกับลูกค้าเช่นหากลูกค้าต้องการใช้บริการทำความสะอาด ซีกสเตอร์ ก็จะทำการโทรนัดหมายกับแม่บ้านให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ถึงแม้ว่าหลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท และตกรอบไปใน batch 4 แต่ก็ยังได้ไปขอคำแนะนำจากเมนเทอร์ ซึ่งได้ข้อคิดเห็นว่าเนื่องจากบริการของซีกสเตอร์นั้นมีความหลากหลายมากเกินไป เป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ยาก จึงได้กลับมาคิดวิธีการแก้ปัญหา และปรับโมเดลธุรกิจใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่การให้บริการแม่บ้านทำ ความสะอาดเป็นหลัก จึงทำให้ซีก สเตอร์ได้รับรางวัล Best Performing Startup จาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท batch 5 และรางวัลจากโครงการ Digital ventures 0 อีก จำนวน 1.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.9 ล้านบาท
นายสเฮ็ป อนันต์ทรงวิทย์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งแอพพลิเคชัน Seekster กล่าวว่า ปัจจุบันซีกสเตอร์ มีผู้ใช้บริการกว่า 1.2 หมื่นคน และมีผู้ให้บริการที่ประกอบด้วย แม่บ้าน และช่างเทคนิคด้านต่างๆ กว่า 1.8 พันคน มีงานเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 150-200 งาน หรือคิดเป็น 5-6 พันงานต่อเดือน โดยมีงานที่ให้บริการไปแล้วกว่า 4 หมื่นงาน ซึ่งให้บริการด้านความสะอาดและการซ่อมแซมให้กับบ้าน ออฟ ฟิศ คอนโดฯ และสถาน ประกอบการต่างๆ สำหรับการผนึก พันธมิตรกับบริษัท อนันดา ดีเวล ลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ จะเพิ่มในส่วนของการให้บริการแม่บ้านและบริการซ่อมแซมโครงการของ อนันดา เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายธุรกิจของซีกสเตอร์ให้เติบโตขึ้นและไม่ได้ถูกผูกขาดแค่การให้บริการเฉพาะอนันดาเท่านั้น ซีกสเตอร์ยังสามารถให้บริการลูกค้าด้วยตนเองได้อย่างอิสระ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560
นายกฤษฎา ชุตินธร กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุน Venture Capital หรือ VC จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด หรือ Beacon VC ของธนาคารกสิกรไทย, บริษัท เอสบีไอ อินเวสเมนท์ จำกัด กองทุนภายใต้กลุ่มบริษัท SBI Group ของญี่ปุ่น โกลเดนเกต เวนเจอร์ส จากประเทศสิงคโปร์ และ กองทุน 500 TuksTuks ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา ได้สนับสนุนด้านเงินลงทุน 1.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 38 ล้านบาท โดยในอนาคตโฟลว์แอคเคาท์จะพัฒนาระบบบัญชีสำหรับเงินเดือนและระบบบัญชีสำนักงานเพิ่มเติม
[caption id="attachment_160677" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้เว็บไซต์ FlowAccount.com ผู้ชนะจากโครงการ AIS The Start Up 2015 ได้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนั้นมาจากการมองเห็นปัญหาของเจ้าของกิจการที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาในการทำบัญชีที่มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน จึงได้คิดที่จะพัฒนาระบบบัญชีที่ง่ายต่อการใช้งานไม่ว่าใครก็สามารถใช้งานได้ และออกมาเป็นโฟลว์แอคเคาท์ โปรแกรมเพื่อการทำบัญชีสำหรับเอสเอ็มอีหรือสตาร์ตอัพ ที่สามารถเปิดบิล ทำใบเสนอราคา บันทึกราย รับรายจ่าย และสามารถตรวจสอบ บัญชีของธุรกิจได้ตลอดเวลา สามารถตรวจสอบยอดกำไรขาด ทุนได้ทันทีหลังสิ้นเดือน ซึ่งทำให้ประมาณการแนวโน้มของธุรกิจได้
นอกจากนี้โฟลว์แอคเคาท์ ยังได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ ด้วยระบบบัญชีที่มีราคาแค่เพียงปีละ 990 บาท ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการของโฟลว์แอคเคาท์แล้วกว่าหมื่นราย และมียอดรายการที่เกิด ขึ้นกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท หรือคิด เป็นเดือนละกว่า 2 พันล้านบาท
[caption id="attachment_160428" align="aligncenter" width="503"]
ด้านนายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด หรือ Beacon VC ของธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกลงทุนกับโฟลว์แอคเคาท์ว่า เนื่องจากสิ่งที่โฟลว์แอคเคาท์ทำตอบโจทย์ความต้องการของเอสเอ็มอี เพราะปัญหาหลักของเอสเอ็มอีส่วนใหญ่คือเรื่องของการทำบัญชีที่มีความยุ่งยากซับซ้อน หลายคนประสบกับปัญหาการวางแผนทางบัญชีทำให้ธุรกิจสะดุดเพราะไม่มีเงินทุนหมุนเวียน อีกทั้งธนาคารกสิกรไทยนั้น มีฐานลูกค้าเอสเอ็มอีเยอะที่สุดในไทย ทางธนาคารจึงมองหาโซลูชันเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า K PLUS SME เพื่อสร้างความประทับใจในการบริการให้กับลูกค้า ทั้งนี้ Beacon VC ที่ก่อตั้งขึ้นนั้นมีเงินทุนทั้งหมด 1 พันล้านบาท โดยตั้งเป้าการลงทุนไว้ประมาณปีละ 5-6 บริษัท และต้องการลงทุนบริษัทละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ครั้งนี้เนื่องจากมีผู้ลงทุนรายอื่นด้วยจึงจำเป็นที่จะต้องลดมูลค่าการลงทุนลง แต่บีคอนยังคงเป็นผู้ลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในการระดมทุนครั้งนี้ของโฟลว์แอคเคาท์
ขณะที่นายยูซูเกะ อินาเบะ ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนบริษัท เอสบีไอ อินเวสเมนท์ จำกัด กองทุนภายใต้กลุ่มบริษัท SBI Group ของญี่ปุ่น กล่าวว่า นวัตกรรมอย่างฟินเทคนั้นจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี เนื่องจากระบบบัญชีนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำธุรกิจ หลังจากที่ได้เจรจากันนั้นทำให้รู้สึกว่าโฟลว์แอคเคาท์ เป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้มีการทดลองใช้โฟลว์แอคเคาท์แล้วในญี่ปุ่น ก็พบว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ
เช่นเดียวกับ นายเจฟฟรีย์ เพนน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการกองทุน โกลเดนเกต เวนเจอร์ส จากประเทศสิงคโปร์ ที่เลือก ลงทุนกับโฟลว์แอคเคาท์ เนื่องจากมีการพัฒนาเครื่องมือที่มีความเหมาะสมต่อวัฒนธรรมไทย รวมถึงมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ
นายชัชนาท จรัญวัฒนากิจ ซีเอ็มโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Seekster กล่าวว่า ซีกสเตอร์เกิดขึ้นจากผู้ร่วมก่อตั้งที่พบปัญหาว่าในประเทศไทยยังไม่มีแพลตฟอร์มที่จะช่วยรวบรวมบริการต่างๆ เพื่อ ให้บริการลูกค้า จึงทำให้มีความคิดที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็นตัวกลางสำหรับการหาผู้ให้บริการและผู้ที่ต้องการใช้บริการให้มาพบกัน การให้บริการในช่วงแรกนั้น เมื่อมีลูกค้าเข้ามากรอกข้อมูลบริการที่ต้องการผ่านทางเว็บไซต์ ทางซีกสเตอร์ก็จะดำเนินการโทร.ติดต่อเพื่อสอบถามความต้องการและรายละเอียดเพิ่มเติมกับลูกค้าเช่นหากลูกค้าต้องการใช้บริการทำความสะอาด ซีกสเตอร์ ก็จะทำการโทรนัดหมายกับแม่บ้านให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ถึงแม้ว่าหลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท และตกรอบไปใน batch 4 แต่ก็ยังได้ไปขอคำแนะนำจากเมนเทอร์ ซึ่งได้ข้อคิดเห็นว่าเนื่องจากบริการของซีกสเตอร์นั้นมีความหลากหลายมากเกินไป เป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ยาก จึงได้กลับมาคิดวิธีการแก้ปัญหา และปรับโมเดลธุรกิจใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่การให้บริการแม่บ้านทำ ความสะอาดเป็นหลัก จึงทำให้ซีก สเตอร์ได้รับรางวัล Best Performing Startup จาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท batch 5 และรางวัลจากโครงการ Digital ventures 0 อีก จำนวน 1.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.9 ล้านบาท
นายสเฮ็ป อนันต์ทรงวิทย์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งแอพพลิเคชัน Seekster กล่าวว่า ปัจจุบันซีกสเตอร์ มีผู้ใช้บริการกว่า 1.2 หมื่นคน และมีผู้ให้บริการที่ประกอบด้วย แม่บ้าน และช่างเทคนิคด้านต่างๆ กว่า 1.8 พันคน มีงานเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 150-200 งาน หรือคิดเป็น 5-6 พันงานต่อเดือน โดยมีงานที่ให้บริการไปแล้วกว่า 4 หมื่นงาน ซึ่งให้บริการด้านความสะอาดและการซ่อมแซมให้กับบ้าน ออฟ ฟิศ คอนโดฯ และสถาน ประกอบการต่างๆ สำหรับการผนึก พันธมิตรกับบริษัท อนันดา ดีเวล ลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ จะเพิ่มในส่วนของการให้บริการแม่บ้านและบริการซ่อมแซมโครงการของ อนันดา เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายธุรกิจของซีกสเตอร์ให้เติบโตขึ้นและไม่ได้ถูกผูกขาดแค่การให้บริการเฉพาะอนันดาเท่านั้น ซีกสเตอร์ยังสามารถให้บริการลูกค้าด้วยตนเองได้อย่างอิสระ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560






