
พรมแดนบังกลาเทศ ระอุเมียนมายิงถล่ม! 'โรฮิงญา'
กองทัพเมียนมายิงปืนครกและปืนกลใส่ชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่กำลังหนีตายข้ามพรมแดนไปบังกลาเทศ หลังการต่อสู้ปะทุขึ้นระหว่างกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาและกองทัพ ที่ดำเนินมาตั้งแต่วันศุกร์ ยังทวีความรุนแรง
---27 ส.ค.60--- ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอเอฟพีและเจ้าหน้าที่บริเวณพรมแดนระหว่างเมียนมาและบังกลาเทศ เปิดเผยว่า กองทัพเมียนมาได้ยิงปืนครกและปืนกลใส่พลเรือนชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่กำลังอพยพหนีตายข้ามพรมแดนจากรัฐยะไข่ไปบังกลาเทศ ก่อให้เกิดความโกลาหล ชาวโรฮิงญาแตกตื่น พากันหนีตาย จนถึงตอนนี้ ยังไม่ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว แต่ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นับการใช้ปืนครกได้มากกว่า 12 ครั้ง และเสียงปืนกลดังต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นการโจมตีของกองทัพเมียนมาที่ยิงจากเนินเขาที่อยู่ใกล้พรมแดน ใส่กลุ่มชาวโรฮิงญาที่พยายามข้ามพรมแดน อย่างไรก็ดี รัฐบาลหรือกองทัพเมียนมายังไม่ออกมายอมรับ หรือแสดงความเห็นต่อการโจมตีดังกล่าว
สถานการณ์ความรุนแรงบริเวณพรมแดนเมียนมาและบังกลาเทศปะทุขึ้น นับตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาปะทะหนักกับกองทัพเมียนมา ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 92 คน และทำให้ชาวโรฮิงญาหลายพันคนพากันหนีตาย พยายามข้ามแดนไปบังกลาเทศ แต่ทางการบังกลาเทศปฏิเสธไม่อนุญาตให้ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่ข้ามแดนเข้าไป ทำให้ชาวโรฮิงญา ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ต้องหลบซ่อนตัวออยู่บริเวณพรมแดนด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้ากลับบ้าน
รัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของตนเอง อ้างว่าพวกเขาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ แต่พอชาวโรฮิงญาพยายามอพยพไปบังกลาเทศ ทางการบังกลาเทศก็ไม่ต้อนรับเท่าที่ควร เพราะต้องแบกรับชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยเข้ามาหลายหมื่นคนอยู่แล้ว ชาวโรฮิงญาที่หนีตายจากการต่อสู้ ต้องหลบซ่อนอยู่บริเวณพรมแดน รอจังหวะที่มาตรการความปลอดภัยหละหลวม เพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าไปในบังกลาเทศ
---27 ส.ค.60--- ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอเอฟพีและเจ้าหน้าที่บริเวณพรมแดนระหว่างเมียนมาและบังกลาเทศ เปิดเผยว่า กองทัพเมียนมาได้ยิงปืนครกและปืนกลใส่พลเรือนชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่กำลังอพยพหนีตายข้ามพรมแดนจากรัฐยะไข่ไปบังกลาเทศ ก่อให้เกิดความโกลาหล ชาวโรฮิงญาแตกตื่น พากันหนีตาย จนถึงตอนนี้ ยังไม่ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว แต่ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นับการใช้ปืนครกได้มากกว่า 12 ครั้ง และเสียงปืนกลดังต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นการโจมตีของกองทัพเมียนมาที่ยิงจากเนินเขาที่อยู่ใกล้พรมแดน ใส่กลุ่มชาวโรฮิงญาที่พยายามข้ามพรมแดน อย่างไรก็ดี รัฐบาลหรือกองทัพเมียนมายังไม่ออกมายอมรับ หรือแสดงความเห็นต่อการโจมตีดังกล่าว
สถานการณ์ความรุนแรงบริเวณพรมแดนเมียนมาและบังกลาเทศปะทุขึ้น นับตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาปะทะหนักกับกองทัพเมียนมา ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 92 คน และทำให้ชาวโรฮิงญาหลายพันคนพากันหนีตาย พยายามข้ามแดนไปบังกลาเทศ แต่ทางการบังกลาเทศปฏิเสธไม่อนุญาตให้ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่ข้ามแดนเข้าไป ทำให้ชาวโรฮิงญา ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ต้องหลบซ่อนตัวออยู่บริเวณพรมแดนด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้ากลับบ้าน
รัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของตนเอง อ้างว่าพวกเขาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ แต่พอชาวโรฮิงญาพยายามอพยพไปบังกลาเทศ ทางการบังกลาเทศก็ไม่ต้อนรับเท่าที่ควร เพราะต้องแบกรับชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยเข้ามาหลายหมื่นคนอยู่แล้ว ชาวโรฮิงญาที่หนีตายจากการต่อสู้ ต้องหลบซ่อนอยู่บริเวณพรมแดน รอจังหวะที่มาตรการความปลอดภัยหละหลวม เพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าไปในบังกลาเทศ






