thansettakij
thansettakij
2หมอเปิดศึก ผู้นำเฮลธ์แคร์

2หมอเปิดศึก ผู้นำเฮลธ์แคร์

27 ส.ค. 60 | 10:28 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 60 | 17:28 น.
ธุรกิจเฮลธ์แคร์สุดคึก 2 บิ๊ก “หมอบุญ-หมอเสริฐ” เปิดศึกกลางเมืองหลวง “บำรุงเมือง-ปาร์คนายเลิศ” สร้างอาณาจักรศูนย์แพทย์ครบวงจรแย่งเค้กก้อนโต 6 แสนล้าน จากลูกค้าสูงวัยที่กำลังเพิ่มขึ้นทะลุ 10 ล้านคนในปี 2562

การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยหรือประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เพิ่มขึ้นจาก 9.1 ล้านคนในปี 2559 เป็น 10.3 ล้านคนในปี 2562 ตามข้อมูลคาดการณ์สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้ภาครัฐกำหนดนโยบายให้ไทยเป็น Medical Hub ของอาเซียน การให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีกับผู้ประกอบการที่ด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือแม้แต่การให้ไทยเป็นแหล่งการพักอาศัยของคนต่างชาติวัยเกษียณ เป็นตัวเร่งให้ธุรกิจเฮลธ์แคร์ที่มีมูลค่าตลาดรวมปีละ 6 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโต 8% ต่อปี มาแรงทะลุปรอท

โดยเฉพาะ 2 คุณหมออย่างนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS กับนายแพทย์บุญ วนาสิน เจ้าของเครือโรงพยาบาลธนบุรี ที่กำลังขยับตัวแรงขยายธุรกิจทั้งซื้อกิจการ ลงทุนเองและร่วมลงทุน ล่าสุดนายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้วางแผนการพัฒนาโครงการเพื่อให้บริการผู้สูงอายุแบบครบวงจร

ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการลงทุน 3,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาอาคารโซโห ของบริษัท บำรุงเมืองพลาซ่า จำกัด (BMP) ให้เป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ด้านเวลเนสและแอนตี้เอจจิ้ง รองรับกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุทั้งชาวไทยและต่างชาติ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2561 และการลงทุน 4,400 พัฒนาโครงการจิณณ์เวลบีอิ้งเคาน์ตี้ บนเนื้อที่ 140 ไร่ย่านรังสิต

เฟสแรกของโครงการประกอบด้วย ส่วนที่พักอาศัยโลว์ไรส์ 7 อาคาร อาคารสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ คลับเฮาส์และเวลเนส เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงการยังมีคอมมิวนิตีมอลล์ และโรงพยาบาล คาดว่าจะใช้เงินลง ทุนรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท หากพัฒนาเสร็จสิ้นทุกเฟส

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปในการนำที่ดินของบริษัทมาพัฒนาเป็นโครงการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ได้แก่ พื้นที่หัวหินจำนวน 10 ไร่ จังหวัดกระบี่ จำนวน 200-300 ไร่ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 50 ไร่ อำเภอสมุย จำนวน 400 ไร่ และพื้นที่เขาใหญ่ จำนวน 200-300 ไร่”

กลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัท มุ่งเน้นจับตลาดผู้สูงอายุเป็นหลัก คาดว่าภายในอีก 5 ปีจะมีผู้สูงอายุจำนวน 15 ล้านคน แต่เป็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อเพียง 5% หรือ 1 ล้านคนเท่านั้น โดยบริษัทต้องการส่วนแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าวประมาณ 1 แสนคน

TP15-3290-2 บมจ.ธนบุรี อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 พบว่ามีสินทรัพย์รวม 10,460.16 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 5,304.57 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 5,155.59 ล้านบาท มีรายได้รวม 6,228.67 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 1,710.25 ล้านบาท รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดณวันที่ 31 ธันวาคม 2559 กลุ่มครอบครัววนาสิน 240,576,387 หุ้น หรือ 31.47% โดยนายแพทย์บุญ วนาสิน ถืออยู่จำนวน 5,801,848 หุ้น หรือ 0.76% กลุ่มครอบครัวอุนนะนันทน์ 58,710,970 หุ้น หรือ 7.67% กลุ่มครอบครัวเมฆสวรรค์ 32,625,000 หุ้น หรือ 4.27% ผู้ถือหุ้นเดิมรายอื่น 432,167,643 หุ้น หรือ 56.59% รวมจำนวนหุ้น 764,080,000 หุ้น หรือ 100.00%

ด้านนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือบีดีเอ็มเอส ก่อนหน้าได้เดินหน้าขยายธุรกิจด้านเฮลธ์แคร์อย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการสร้างอาณาจักรเฮลธ์แคร์รองรับผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของคนไทย เป้าหมายสำคัญคือ การผลักดันให้เครือบีดีเอ็มเอส ก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 โรงพยาบาลชั้นนำของเอเชียแปซิฟิกนั่นเอง

นายแพทย์ปราเสริฐสร้างปรากฏการณ์ดีลธุรกิจใหญ่เมื่อปีกลาย ด้วยการทุ่มงบ 1.08 หมื่นล้านบาท ซื้อที่ดินบริเวณโครงการปาร์คนายเลิศ รวม 15 ไร่และโรงแรมสวิสโฮเต็ลปาร์คนายเลิศ และอาคารต่างๆ รวมมูลค่า 1.08 หมื่นล้านบาท และลงทุน 2,000 ล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงการศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อ BDMS Wellness Clinic ซึ่งเป็นธุรกิจด้านบริการสุขภาพ มุ่งดูแลให้ผู้ใช้บริการมีสุขภาพที่แข็งแรงในองค์รวม

นอกจากนี้ บีดีเอ็มเอสยังซื้อโรงพยาบาลเมโย 1,390 ล้านบาทและได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเปาโลเกษตร ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 44 ซึ่งเปิดดำเนินการในปีนี้ด้วย จากก่อนหน้ามีโรงพยาบาลจำนวน 43 แห่ง รวม 7,703 เตียง ส่วนธุรกิจด้านการผลิตยาและเวชภัณฑ์ ได้มีการลงทุน 920 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ซึ่งเป็นโรงงานยาแห่งที่ 2 บนเนื้อที่ 15 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ซึ่งมีกำลังการผลิตที่เพิ่มมากกว่าโรงงานยาเดิม โดยสามารถผลิตยาเม็ด 6,700 ล้านเม็ดต่อปี ยาแคปซูล 1,000 ล้านแคปซูลต่อปี ยานํ้า 2.8 ล้านลิตรต่อปี ยาผง 175 ตันต่อปี และยากึ่งแข็ง เช่น ขี้ผึ้ง ครีม เจล อยู่ที่ 140 ตันต่อปี ปัจจุบันเครือบีดีเอ็มเอสมีสินทรัพย์มูลค่ากว่า 1.06 แสนล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,290 วันที่ 24 - 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560