thansettakij
thansettakij
เตือนผู้ซื้อบ้านแฝดย่านพหลโยธิน-วังน้อยขายอืดควรศึกษาให้รอบคอบ

เตือนผู้ซื้อบ้านแฝดย่านพหลโยธิน-วังน้อยขายอืดควรศึกษาให้รอบคอบ

21 ส.ค. 60 | 12:31 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 60 | 19:31 น.
พบบ้านแฝด สินค้ายอดนิยมทำเลพหลโยธิน-วังน้อย ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาทขายไม่ออก หรือขายอืด อาจไม่รอดในอนาคตอันใกล้ แนะผู้ซื้อควรพิจารณาให้รอบคอบเป็นทั้งโอกาสทองและความเสี่ยง

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัดเผยว่าได้สำรวจพบว่าโครงการบ้านแฝดในบางทำเลอาจมีปัญหาในการขาย จึงเป็นสินค้าที่ไม่ควรทำการพัฒนาซ้ำ เพราะคาดว่าไม่น่าจะขายได้ สถาบันการเงินหากปล่อยสินเชื่อกับสินค้าเหล่านี้ อาจจะมีปัญหาหนี้เสียได้ ผู้ซื้อบ้านเองก็ไม่ควรซื้อ ยกเว้นจะสามารถต่อรองได้มากเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้บางโครงการในกลุ่มนี้ ก็อาจไม่เป็นเหมือนภาพรวมได้ ดังนั้นในการใช้ข้อมูลต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัดด้วย

THAN7145

สำหรับอันดับโครงการบ้านแฝดที่มีปัญหา คือ
อันดับที่ 1 ทำเลพหลโยธิน-วังน้อย ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 3.955 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 0.36% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 56 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง นับสิบปี คาดว่าคงจะไปต่อไม่ได้แล้ว

อันดับที่ 2 ทำเลหนองจอก ระดับราคา 1.001-2.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.892 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 0.61% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 152 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 115 เดือน คาดว่าคงจะไปต่อไม่ได้

อันดับที่ 3 ทำเลวงแหวนรอบนอก-เพชรเกษม ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 4.329 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 0.85% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 215 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 47 เดือน ราคาอาจสูงเกินไปในย่านทำเลนี้

อันดับที่ 4 ทำเลทวีวัฒนา-พุทธมณฑลสาย 4 ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 3.500 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 0.90% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 50 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 26 เดือน ราคาอาจสูงเกินไปในย่านทำเลนี้

อันดับที่ 5 ทำเลวงแหวนรอบนอก-คลองมหาสวัสดิ์ ระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 2.996 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.03% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 218 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 63 เดือน อาจไปต่อได้ยากในกลุ่มนี้

อันดับที่ 6 ทำเลบางนา-ตรา กม.1-10 ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 4.149 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.03% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 104 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 87 เดือน ราคาอาจสูงเกินไปในย่านทำเลนี้

fad

อันดับที่ 7 ทำเลสะพานใหม่ ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 4.990 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.07% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 86 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 66 เดือน ราคาอาจสูงเกินไปในย่านทำเลนี้

อันดับที่ 8 ทำเลหนองจอก ระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 2.805 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.07% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 493 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 70 เดือน ยังเหลืออยู่ค่อนข้างมาก

อันดับที่ 9 ทำเลลาดกระบัง ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 3.187 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.11% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 615 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 55 เดือน เป็นสินค้าที่ราคาค่อนข้างสูงในย่านนี้

อันดับที่ 10 ทำเลรังสิต คลอง 7-16 ระดับราคา 1.001-2.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.736 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.12% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 184 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 25 เดือน อาจเป็นปัญหาเฉพาะบางโครงการ

อันดับที่ 11 ทำเลไทรน้อย-สุพรรณบุรี ระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 3.258 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.20% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 597 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 57 เดือน ราคาอาจสูงเกินไปในย่านทำเลนี้

อันดับที่ 12 ทำเลศรีนครินทร์-เทพารักษ์ ระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 2.870 ล้านบาท มีอัตราการขายต่ำมากเพียง 1.21% ต่อเดือน ขณะนี้ยังมีเหลือขายอีก 81 หน่วย คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกนานถึง 48 เดือน ยังมีสินค้าอื่นทดแทน

ในแง่หนึ่งนั้นอาจเป็นโอกาสทองในการต่อรองกับผู้ขายเผื่อได้ราคาที่ถูกลง แต่โดยที่ยังขายไม่ได้ บางโครงการก็ยังไม่ได้สร้างจนครบถ้วน จึงอาจมีความเสี่ยงในการซื้อเช่นกัน แต่หากต่อรองซื้อขายกันได้ ก็จะถือว่า Win Win ต่อทั้งสองฝ่าย (ผู้ซื้อ ผู้ขาย) และอาจรวมถึงสถาบันการเงินที่อำนวยสินเชื่อด้วย