
GUNKULคว้างานก่อสร้างเคเบิ้ลใต้น้ำ ส่งซิกครึ่งปีหลังสดใส
GUNKUL คว้างานรับเหมาก่อสร้างเคเบิ้ลใต้น้ำระบบ 33kv จากกฟภ. มูลค่า 87.28 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมยื่นประมูลบิ๊กโปรเจ็กจากกฟภ-กฟผ.มูลค่านับหมื่นล้านบาท
นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้พิจารณาตกลงให้บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ภายใต้ “Gunkul Consortium” รับจ้างงานเหมาก่อสร้างเคเบิ้ลใต้น้ำระบบ 33 KV ไปยังเกาะพระทอง จังหวัดพังงา เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 87,282,575 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้างนับจากวันลงนามในสัญญาจำนวน 450 วัน
“จากการที่บริษัทได้รับการพิจารณาสั่งจ้างจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจในศักยภาพของบริษัท ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่บริษัทและคู่ค้า Consortium ผ่านคุณสมบัติ และถือเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ที่สำคัญของบริษัท ที่จะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานในอนาคตเติบโตมากยิ่งขึ้น”
ประธานกรรมการบริหารกล่าวต่อว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการต่างๆ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เช่น โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินใน 4 จังหวัดใหญ่ คิดเป็นมูลค่างานกว่าหมื่นล้านบาทภายใต้กรอบระยะเวลา 2 ปีนี้ และงานวางเคเบิ้ลใต้ทะเล เป็นต้น ซึ่งหากได้งานจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ผลการดำเนินงานปีนี้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลัง จะขยายตัวอยู่ในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เนื่องจากทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิตขนาด 60 เมกะวัตต์ ของบริษัท พัฒนาพลังงานลม จำกัด (WED) และทยอยรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนทั้งแดดและลมรวม 180 เมกะวัตต์ อีกทั้งปัจจุบันบริษัทยังมีงานในมือ (Backlog) ที่จะทยอยรับรู้รายได้รวมประมาณ 1,000 ล้านบาท
นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้พิจารณาตกลงให้บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ภายใต้ “Gunkul Consortium” รับจ้างงานเหมาก่อสร้างเคเบิ้ลใต้น้ำระบบ 33 KV ไปยังเกาะพระทอง จังหวัดพังงา เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 87,282,575 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้างนับจากวันลงนามในสัญญาจำนวน 450 วัน
“จากการที่บริษัทได้รับการพิจารณาสั่งจ้างจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจในศักยภาพของบริษัท ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่บริษัทและคู่ค้า Consortium ผ่านคุณสมบัติ และถือเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ที่สำคัญของบริษัท ที่จะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานในอนาคตเติบโตมากยิ่งขึ้น”
ประธานกรรมการบริหารกล่าวต่อว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการต่างๆ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เช่น โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินใน 4 จังหวัดใหญ่ คิดเป็นมูลค่างานกว่าหมื่นล้านบาทภายใต้กรอบระยะเวลา 2 ปีนี้ และงานวางเคเบิ้ลใต้ทะเล เป็นต้น ซึ่งหากได้งานจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ผลการดำเนินงานปีนี้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลัง จะขยายตัวอยู่ในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เนื่องจากทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิตขนาด 60 เมกะวัตต์ ของบริษัท พัฒนาพลังงานลม จำกัด (WED) และทยอยรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนทั้งแดดและลมรวม 180 เมกะวัตต์ อีกทั้งปัจจุบันบริษัทยังมีงานในมือ (Backlog) ที่จะทยอยรับรู้รายได้รวมประมาณ 1,000 ล้านบาท






