thansettakij
thansettakij
นิเวศใหม่ของ‘สื่อ’ กับ‘ดิจิตอล เจเนอเรชัน’(ตอนจบ)

นิเวศใหม่ของ‘สื่อ’ กับ‘ดิจิตอล เจเนอเรชัน’(ตอนจบ)

19 ส.ค. 60 | 13:24 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ส.ค. 60 | 20:24 น.
เมื่อนิเวศสื่อใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของสื่อสาธารณะที่จะต้องเพิ่มพันธกิจ โดย ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมและยุคสมัยเปลี่ยนไป การมองผลกระทบเพียงด้านเดียวว่าสื่อกระทบอะไรกับสังคมนั้นยังไม่เพียงพอหากแต่ยังต้องมองไปถึงว่าในระบบสื่อทั้งหมดมีใครหรืออะไรเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคนทำสื่อหรือผู้ผลิตสื่อถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่อยู่ในระบบนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วระบบสื่อทั้งระบบจะเกิดสมดุลได้ ต้องมองว่าผู้ใช้สื่อก็มีบทบาทมีผลกระทบ มีอิทธิพลไม่น้อยไปกว่ากัน

สำหรับกลไกการดูแล กฎหมายในการดูแลสื่อ รวมไปถึงการทำตลาดล้วนแต่ส่งผลกระทบไปหมดทั้งระบบและท้ายที่สุดโครงสร้างสังคมเป็นตัวกำกับว่าระบบนิเวศสื่อจะเป็นไปอย่างไร ยกตัวอย่างในปัจจุบัน ถ้าสังคมไทยยังเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมลํ้าสูง มีช่องว่างระหว่างสังคมรวยจน ต่างกันสูงแบบนี้ ก็ต้องบอกว่าระบบนิเวศของสื่อยังขาดความสมดุลอยู่ ซึ่งทุกคนก็ต้องร่วมสร้างนิเวศนี้ให้สมดุลซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของผู้ผลิตสื่อเพียงอย่างเดียวแต่ทุกคนต้องช่วยกัน และการมีตัวช่วยและตัวเสริมเช่น การมีกลไกทางการเงินการคลัง ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การมีสื่อสาธารณะที่มีงบประมาณเพื่อช่วยสนับสนุนในเรื่องของการสร้างสื่ออย่างสร้างสรรค์ ก็ถือว่าเป็นภาพแรกที่ต้องร่วมมือกันเพื่อยกระดับและแก้ไข

mp38-3288-2 **โจทย์ใหญ่‘สื่อ’ต้องปรับตัว
ขณะที่ นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการอิสระ ให้ความเห็นว่า ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเมื่อพูดถึงเรื่องการปรับตัวของสื่อ และต้องบอกว่าอันดับแรก “สื่อ” ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน ซึ่งการปรับตัวเปรียบได้กับเป็นสึนามิ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง เพราะนี่คือคลื่นที่ไม่มีพรมแดนไม่เลือกสถานที่และเวลา พร้อมที่จะซัดทุกอย่าง เพื่อไปเริ่มต้นใหม่ โดยมองว่าภายใน 3 ปีคนที่จะออกไปทำงานสื่อมวลชนอาจจะต้องโดนหุ่นยนต์(ระบบ AI)เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นการลดบทบาทของการทำงานสื่อหรือทำให้สื่อล้มหายไปได้

โดยมองว่ากระบวนการสื่อแบบเดิมที่เป็นแมสนั้นใช้งานไม่ได้แล้ว แต่มองว่าการทำงานสื่อในปัจจุบันจะต้องมีกระบวนการทำงานที่เป็นเซ็กเมนเตชัน เป็นนิชมาร์เก็ตมากขึ้น เนื่องจากทุกคนเป็นผู้สื่อสาร ไม่มีใครเป็นผู้รู้ที่สุด ดังนั้นจะทำอย่างไรให้สามารถเข้าถึงและมีคุณภาพ โดยมี “ดิจิตอล เจเนอเรชัน” เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนความหมายใหม่ๆให้กับสื่อ (คนเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยน)

รูปแบบของสื่อแบบบุคคล (One to One) จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอนาคต ซึ่งต้องยอมรับว่าสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์นั้นได้ผ่านยุครุ่งเรืองมาแล้ว และกำลังก้าวสู่ยุคPostTelevision หรือวิดีโอ ออนดีมานด์เข้ามาแทนที่ ซึ่งผู้คนจะไม่นิยมรับชมโทรทัศน์ ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า Internet of things ทุกๆอย่างสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ไม่ใช่เพียงโทรศัพท์มือถือเท่านั้นดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศสื่อที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง NetFlix ถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่เห็นได้ชัดในการเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศสื่อ ที่ได้รับการนิยมว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามากวาดล้างทุกๆอย่าง เพราะว่าได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับชมโทรทัศน์ซึ่งไม่ใช่แค่อยู่ในบริการแต่ยังสามารถพัดพาเข้าไปได้ในทุกประเทศผ่านระบบ นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่เราจะมองโลกแบบเดิมไม่ได้

“การรับโทรทัศน์ก็เปลี่ยนไป จากอดีตรับชมแบบบรอดแคสต์รอรับชมตามผังที่มีออกอากาศตามฟรีทีวี แต่ว่าปัจจุบันมีทีวีดิจิตอลหรือการเลือกชมจากหน้าจอที่ต้องการรับชมตามรายการที่อยากชม นี่เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อคอนเทนต์โดยตรง หรือยอมจ่ายเงินเพื่อไม่ต้องดูโฆษณา”

**แนะสื่อต้องมี 3S
อย่างไรก็ตามธุรกิจสื่อต้องยืนอยู่บนหลักการ 3 S ได้แก่ 1. SPEEDคือความเร็ว เพราะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเร็วได้ เพราะความเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การแข่งขันสำคัญมาก คุณมีของดีมีคอนเทนต์ดีก็ต้องแข่งให้เร็วที่สุดเพื่อให้ประชาชนรับชม 2.SPACE คือการทำคอนเทนต์เวลาไปอยู่ในอินเตอร์เน็ตต้องมีการทำคอนเทนต์เพื่อไปแข่งตลาดโลกให้ได้และ 3.Saving หรือ economize ทำให้ครบทุกฟอร์แมต ทุกแพลตฟอร์มขณะที่ปัญหาหลักของสื่อมวลชนไทยในปัจจุบันยังขาดทุนในการวิจัยและพัฒนาสังเกตจากรายการรูปแบบไหนที่ประสบความสำเร็จมีการซื้อรูปแบบเข้ามาทำ อย่างรายการร้องเพลงในปัจจุบันมีจำนวนมาก เรียกว่า“ไม่ได้มีความมากมายแต่มีความมากหลาย” นอกจากนี้ยังมีปัญหาการผูกขาดทางการเมือง มีกรอบการกำกับดูแลมากเกินไป ต้องมีการตีกรอบให้เหมาะกับยุคสมัย ยกตัวอย่างจากบีบีซีใช้แล้วประสบความสำเร็จ คือการปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมตามฟังก์ชัน, มีการสื่อสารกับผู้เสพ 2 ทางเป็นต้น กล่าวง่ายๆคือต้องมีการลงทุนกับสื่อด้านความรู้และนวัตกรรมเพื่อให้อยู่รอดในยุคปัจจุบัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560