
นิเวศใหม่ของ‘สื่อ’ กับ‘ดิจิตอลเจนเนอเรชั่น’(ตอน1)
เป็นอีกหนึ่งกระแสร้อนแรงในสังคมช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สำหรับบทบาทการทำหน้าที่ของ “สื่อ” เมื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับสังคมมากขึ้น ทำให้เกิดการ “สื่อสาร” ที่หลายรูปแบบ จากการเข้าถึงสื่อได้หลากหลายช่องทาง รูปแบบ และเนื้อหา ตลอดจนกลายมาเป็นผู้สร้างสื่อเอง จึงเกิดเป็นแนวคิดการจัดระบบนิเวศของสื่อใหม่ขึ้นเพื่อร่วมกันหาทางออกและพัฒนา “สื่อ” ภายในประเทศให้สามารถอยู่รอดรวมถึงเป็นกระบอกเสียงที่จะส่งไปยังภาครัฐ ในการระดมทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “นิเวศสื่อ : กับการรับมือการปรับเปลี่ยนระบบการสื่อสารในอนาคต” โดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
++ตอบโจทย์สังคมดิจิตอล
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยถึงทิศทางของสื่อในปัจจุบันนี้ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเกิดขึ้นของรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลาย โดยเฉพาะในช่องทางอินเตอร์เน็ตส่งผลให้เกิดสื่อต่างๆมากมายออกมา จนเกิดเป็นสื่อออนไลน์ที่มีฐานคนอ่านจำนวนมาก เนื่องจากสามารถกระจายและเข้าถึงกลุ่มผู้เสพได้ตรงจุดและหลากหลาย ซึ่งถ้าหากมีการทำการตลาดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชัน การดึงดูดจากกลยุทธ์ต่างๆ ก็จะช่วยกระตุ้นให้น่าอ่าน
แน่นอนว่าหากสื่อเหล่านั้นมีคอนเทนต์ที่ดีอยู่ในมือก็จะเป็นผลดีต่อระบบ คือก่อให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรม แต่ทว่าแนวโน้มในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสพสื่อส่วนใหญ่เริ่มอ่านหรือเลือกรับชม รับฟังสื่อเฉพาะที่อยากฟังเท่านั้น ซึ่งนิเวศใหม่ของสื่อที่เกิดขึ้นในช่วงหลังนี้แม้มีมากมายแต่ 95% แทบไม่มีคนดู ไม่มีคนเสพ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง ที่คนไม่ดู จึงเกิดมองว่าน่าจะมีการจัดระบบนิเวศสื่อใหม่ เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพตลาดพัฒนาคุณภาพของสื่อในอนาคต
นิเวศใหม่ของสื่อที่เกิดขึ้นมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ไขใน 3 โจทย์เชิงเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ 1.มีสื่อที่เป็นมลพิษต่อสังคมเกิดขึ้นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสื่อที่เอาเปรียบผู้บริโภค โฆษณาเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งข่าวที่ไม่เป็นจริง ยกตัวอย่างช่วงหลายปีที่ผ่านมามีกลุ่มคนในยุโรป หรือมีการจ้างกลุ่มนักศึกษาเขียนข่าวที่ไม่เป็นจริงขึ้น เพื่อให้คนคลิกเข้ามาอ่านในช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้รายได้มากระจุกในส่วนเดียว 2.สื่อสร้างสรรค์น้อย ขาดคอนเทนต์รายการที่มีคุณภาพขาดข่าวสืบสวนสอบสวน 3.สื่อแยกย่อย สังคมเกิดการแบ่งชนชั้นในการเสพสื่อ ตัวสื่อเองมีการคัดเลือกว่าสื่อแบบไหนจะให้กลุ่มไหนเสพ ถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค แต่ในทางกลับกันคนที่เลือกเสพสื่อเฉพาะความเชื่อของตน จะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา
โดยแนวทางการสร้างระบบนิเวศใหม่เพื่อแก้ไขสื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น จะต้องปรับปรุงใน 3 ส่วนให้สอดคล้องกัน ได้แก่ 1.การพัฒนาให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อ เพื่อให้การเสพสื่ออย่างปลอดภัย 2.ควรจะให้สื่อกำกับดูแลตัวเองให้มากขึ้น ถ้ายังไม่สำเร็จก็กำกับดูแลร่วมกันในแต่ละองค์กร 3.สื่อสร้างสรรค์มีน้อย ดังนั้นกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และองค์กรสื่อสาธารณะอย่าง TPBS และสื่อสาธารณะจะมีประโยชน์อย่างมากในการทำสื่อที่มีคุณภาพ แต่โจทย์สำคัญคือการทำอย่างไรให้สื่อเนื้อหาดีๆนั้นๆ ต้องเป็นสื่อที่มีคนดู ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่เป็นการแก้โจทย์ เพราะแม้มีสื่อดีแต่คนไม่เสพก็เหมือนไม่มีอยู่นั่นเอง
เมื่อบริบทของสื่อเปลี่ยนไป หน้าที่ของสื่อสาธารณะจึงต้องมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอย่างไรมาติดตามตอนต่อไปในฉบับหน้า...
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,287 วันที่ 13 -16 สิงหาคม พ.ศ. 2560
++ตอบโจทย์สังคมดิจิตอล
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยถึงทิศทางของสื่อในปัจจุบันนี้ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเกิดขึ้นของรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลาย โดยเฉพาะในช่องทางอินเตอร์เน็ตส่งผลให้เกิดสื่อต่างๆมากมายออกมา จนเกิดเป็นสื่อออนไลน์ที่มีฐานคนอ่านจำนวนมาก เนื่องจากสามารถกระจายและเข้าถึงกลุ่มผู้เสพได้ตรงจุดและหลากหลาย ซึ่งถ้าหากมีการทำการตลาดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชัน การดึงดูดจากกลยุทธ์ต่างๆ ก็จะช่วยกระตุ้นให้น่าอ่าน
แน่นอนว่าหากสื่อเหล่านั้นมีคอนเทนต์ที่ดีอยู่ในมือก็จะเป็นผลดีต่อระบบ คือก่อให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรม แต่ทว่าแนวโน้มในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสพสื่อส่วนใหญ่เริ่มอ่านหรือเลือกรับชม รับฟังสื่อเฉพาะที่อยากฟังเท่านั้น ซึ่งนิเวศใหม่ของสื่อที่เกิดขึ้นในช่วงหลังนี้แม้มีมากมายแต่ 95% แทบไม่มีคนดู ไม่มีคนเสพ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง ที่คนไม่ดู จึงเกิดมองว่าน่าจะมีการจัดระบบนิเวศสื่อใหม่ เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพตลาดพัฒนาคุณภาพของสื่อในอนาคต
โดยแนวทางการสร้างระบบนิเวศใหม่เพื่อแก้ไขสื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น จะต้องปรับปรุงใน 3 ส่วนให้สอดคล้องกัน ได้แก่ 1.การพัฒนาให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อ เพื่อให้การเสพสื่ออย่างปลอดภัย 2.ควรจะให้สื่อกำกับดูแลตัวเองให้มากขึ้น ถ้ายังไม่สำเร็จก็กำกับดูแลร่วมกันในแต่ละองค์กร 3.สื่อสร้างสรรค์มีน้อย ดังนั้นกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และองค์กรสื่อสาธารณะอย่าง TPBS และสื่อสาธารณะจะมีประโยชน์อย่างมากในการทำสื่อที่มีคุณภาพ แต่โจทย์สำคัญคือการทำอย่างไรให้สื่อเนื้อหาดีๆนั้นๆ ต้องเป็นสื่อที่มีคนดู ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่เป็นการแก้โจทย์ เพราะแม้มีสื่อดีแต่คนไม่เสพก็เหมือนไม่มีอยู่นั่นเอง
เมื่อบริบทของสื่อเปลี่ยนไป หน้าที่ของสื่อสาธารณะจึงต้องมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอย่างไรมาติดตามตอนต่อไปในฉบับหน้า...
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,287 วันที่ 13 -16 สิงหาคม พ.ศ. 2560






