thansettakij
thansettakij
AIS-ดีแทคกำไรQ2เพิ่ม

AIS-ดีแทคกำไรQ2เพิ่ม

06 ส.ค. 60 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ส.ค. 60 | 10:28 น.
2 ค่ายมือถือ แจงผลประกอบการไตรมาส 2 เอไอเอส เผยมีกำไรสุทธิ 7,215 ล้านบาท ขณะที่ฐานลูกค้าไฟเบอร์ เพิ่มขึ้นเป็น 72,000 ราย ส่วนค่าย “ดีแทค” กำไร 743 ล้านบาท รอเซ็นสัญญาคลื่น 2300 กับ ทีโอที ตั้งเป้าปี 2563 เป็นแบรนด์ดิจิตอลอันดับ 1 ของประเทศ

สืบเนื่องจากบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 2/2560 ปรากฏว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้ชี้แจงว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 7,215 ล้านบาท และมีรายได้จากการให้บริการเติบโตขึ้น 6.6% จากปีก่อน โดยมีจำนวนลูกค้า 4 จี ปัจจุบันมีถึง 39% จากจำนวนลูกค้าทั้งหมด 40.5 ล้านราย ในขณะที่ เอไอเอส ไฟเบอร์ มีจำนวนลูกค้า 445,900 ราย โดยครึ่งปีแรกรายได้จาก การให้บริการเพิ่มขึ้น 5.3% สอดคล้องกับที่คาดการณ์ทั้งปี รวมทั้งเอไอเอสยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลขั้นตํ่า 70% ของกำไรสุทธิ และประกาศจ่ายเงินปันผล 3.51 บาท/หุ้น โดยจะจ่ายในวันที่ 25 สิงหาคม 2560

“ในไตรมาส 2 ของปี 2560 รายได้จากการให้บริการของเอไอเอสเติบโตขึ้น 6.6% ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งบริการมือถือและบริการอินเตอร์เน็ตบ้าน ในด้านการให้บริการดาต้าบนมือถือ เนื่องจากเอไอเอสมีเครือข่ายคุณภาพที่แข็งแกร่งบนช่วงคลื่นความถี่ ทั้ง 900, 1800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์”

สำหรับธุรกิจอินเตอร์เน็ต ที่ให้บริการภายใต้ชื่อ เอไอเอส ไฟเบอร์ มีเป้าหมายในการก้าว สู่ผู้เล่นหลักในตลาดธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้านในอีก 3 ปี โดยในไตรมาสนี้ เอไอเอส ไฟเบอร์ มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 72,000 ราย

สำหรับในครึ่งปีหลังของปี 2560 เอไอเอสได้วางแผนในการเพิ่มความแข็งแกร่งสำหรับธุรกิจหลัก ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเตอร์เน็ตบ้าน และดิจิตอลคอนเทนต์ เพื่อให้พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกรูปแบบ ในส่วนของเอไอเอส ไฟเบอร์ บริษัทมีแผนในการขยายพื้นที่การให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้อง การด้วยเทคโนโลยีด้านไฟเบอร์ ในพื้นที่ใหม่ๆ รวมไปถึงบริการด้านความบันเทิงภายในบ้านที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้ชี้แจงกับตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ในไตรมาส 2/2560 มีรายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) และ EBITDA เพิ่มขึ้น 2.3% และ 21% ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 426% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 224% จากไตรมาสที่ผ่านมา อันเป็นผลจากการเติบโตของ EBITDA ซึ่งสามารถชดเชยการเพิ่มขึ้น ของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายอันเป็นผลจากการลงทุนขยายโครงข่าย ทั้งนี้ สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงมีความแข็งแรง

MP22-3285-B สำหรับในครึ่งแรกของปี 2560 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย เติบโต 0.5% จากปีก่อน และมี EBITDA อยู่ที่ 14,869 ล้านบาท และบริษัทได้ใช้เงินลงทุนกว่า 8.6 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อความต่อ เนื่องของโครงข่าย 2100 เมกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้บริษัทคาดว่าจะเพิ่มความเข้มข้นและความต่อเนื่องในการดำเนินงานมากขึ้น เพื่อรักษาแนวโน้มทาง การตลาดรวมทั้งนำเสนอประสบการณ์ดิจิตอล ให้กับลูกค้าโดยมีเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ดิจิตอลอันดับ 1 ในประเทศไทยภายในปี 2563 นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการสื่อสารไร้สายบนคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,285 วันที่ 6 -9 สิงหาคม พ.ศ. 2560