
ทล.สรุปน้ำท่วม9จ.18 พ.ท.จราจรสามารถผ่านได้ 9 แห่ง ผ่านไม่ได้ 9 แห่ง
กรมทางหลวง สรุปสถานการณ์เนื่องจากอุทกภัย ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เวลา 15.00 น. ได้รายงานสรุปเหตุการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในเส้นทางสายหลัก ซึ่งจากการเกิดอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา มีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ 9 จังหวัด มีสายทางที่มีสภาวะน้ำท่วม จำนวนทั้งสิ้น 13 สายทาง มีสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ 18 แห่ง การจราจรสามารถผ่านได้ 9 แห่ง ผ่านไม่ได้ 9 แห่ง ดังนี้
1.จังหวัดกาฬสินธุ์
-ทางหลวงหมายเลข 12 สี่แยกสมเด็จ -คำพอก ในพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง ช่วง กม.ที่ 696 - 698 ทางเบี่ยงขาด อยู่ระหว่างทอดสะพานเบลี่ย์ คาดว่าแล้วเสร็จเวลาประมาณ 16.00 น.
2.จังหวัดสกลนคร
-ทางหลวงหมายเลข 2346 ดอนเชียงบาน- นาหว้า ในพื้นที่ อ.กุสุมาลย์ ช่วง กม.ที่ 15 - 18 ระดับน้ำสูง 50 ซม. (เส้นทางเลี่ยงเมื่อถึง กม.15+300 ทางหลวงหมายเลข 2346 ให้เลี้ยวขวาเข้าบ้านแสนพัน ผ่าน อบต.อุ่มจาน ออกบ้านหนองปลาตอง ไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 2132 ท่าแร่ - นาเพียง เข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร
-ทางหลวงหมายเลข 2307 วานรนิวาส - อากาศอำนวย ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 17 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้เส้นทางเลี่ยง จ.สกลนครไปอำเภอศรีสงคาม (ทล.2132) และ มุ่งหน้าไปยังอำเภออากาศอำนวย (ทล.2177)
-ทางหลวงหมายเลข 2307 วานรนิวาส -อากาศอำนวย ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 24 คอสะพานขาด ใช้เส้นทางเลี่ยง จ.สกลนครไปอำเภอศรีสงคาม (ทล.2132) และ มุ่งหน้าไปยังอำเภออากาศอำนวย (ทล.2177)
3.นครพนม
-ทางหลวงหมายเลข 2033 นาแก-นาเหนือ ในพื้นที่ อ.นาแก ช่วง กม.ที่ 0 -2 คอสะพานขาด ใช้เส้นทางผ่าน อ.นาแก (ทล.2425) มุ่งสู่ อ.ธาตุพนม (ทล.212) เข้าสู่ อ.เรณูนคร (ทล.2031) ไป อ.ปลาปาก (อยู่ระหว่างทอดสะพานเบลี่ย์ คาดว่าแล้วเสร็จ วันที่ 2 ส.ค. 60 เวลา 14.00 น. อยู่ระหว่างประสานศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) เพื่อทอดสะพานเบลี่ย์
อย่างไรก็ตามยังเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกรมทางหลวงประกอบด้วยสำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงในพื้นที่ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตลอด 24 ชม. โดยภารกิจหลักตอนนี้คือช่วยให้การจราจรผ่านได้ก่อน หลังจากเมื่อน้ำลดจะทำการสำรวจความเสียหายเพื่อซ่อมแซมสู่ความยั่งยืนต่อไป พร้อมทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ของผู้ใช้ทาง หากต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
1.จังหวัดกาฬสินธุ์
-ทางหลวงหมายเลข 12 สี่แยกสมเด็จ -คำพอก ในพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง ช่วง กม.ที่ 696 - 698 ทางเบี่ยงขาด อยู่ระหว่างทอดสะพานเบลี่ย์ คาดว่าแล้วเสร็จเวลาประมาณ 16.00 น.
2.จังหวัดสกลนคร
-ทางหลวงหมายเลข 2346 ดอนเชียงบาน- นาหว้า ในพื้นที่ อ.กุสุมาลย์ ช่วง กม.ที่ 15 - 18 ระดับน้ำสูง 50 ซม. (เส้นทางเลี่ยงเมื่อถึง กม.15+300 ทางหลวงหมายเลข 2346 ให้เลี้ยวขวาเข้าบ้านแสนพัน ผ่าน อบต.อุ่มจาน ออกบ้านหนองปลาตอง ไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 2132 ท่าแร่ - นาเพียง เข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร
-ทางหลวงหมายเลข 2307 วานรนิวาส - อากาศอำนวย ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 17 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้เส้นทางเลี่ยง จ.สกลนครไปอำเภอศรีสงคาม (ทล.2132) และ มุ่งหน้าไปยังอำเภออากาศอำนวย (ทล.2177)
-ทางหลวงหมายเลข 2307 วานรนิวาส -อากาศอำนวย ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 24 คอสะพานขาด ใช้เส้นทางเลี่ยง จ.สกลนครไปอำเภอศรีสงคาม (ทล.2132) และ มุ่งหน้าไปยังอำเภออากาศอำนวย (ทล.2177)
3.นครพนม
-ทางหลวงหมายเลข 2033 นาแก-นาเหนือ ในพื้นที่ อ.นาแก ช่วง กม.ที่ 0 -2 คอสะพานขาด ใช้เส้นทางผ่าน อ.นาแก (ทล.2425) มุ่งสู่ อ.ธาตุพนม (ทล.212) เข้าสู่ อ.เรณูนคร (ทล.2031) ไป อ.ปลาปาก (อยู่ระหว่างทอดสะพานเบลี่ย์ คาดว่าแล้วเสร็จ วันที่ 2 ส.ค. 60 เวลา 14.00 น. อยู่ระหว่างประสานศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) เพื่อทอดสะพานเบลี่ย์
อย่างไรก็ตามยังเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกรมทางหลวงประกอบด้วยสำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงในพื้นที่ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตลอด 24 ชม. โดยภารกิจหลักตอนนี้คือช่วยให้การจราจรผ่านได้ก่อน หลังจากเมื่อน้ำลดจะทำการสำรวจความเสียหายเพื่อซ่อมแซมสู่ความยั่งยืนต่อไป พร้อมทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ของผู้ใช้ทาง หากต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)






