
สปท.ส่งมอบผลงานฝากงานใหญ่ 3 เรื่องสานต่อปฏิรูป-สร้างสามัคคีปรองดอง-ขจัดโกง
"อลงกรณ์"ชี้สปท.ปฏิรูปอัพเกรดประเทศดีขึ้น พร้อมส่งมอบผลงานปฏิรูปต่อ นายกฯ 200 เรื่อง 31ก.ค.นี้ ฝาก 3 ประเด็นสำคัญ สานต่อการปฏิรูป-สร้างความสามัคคีปรองดอง-ขจัดคอรัปชั่น
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) คนที่หนึ่ง กล่าววันนี้(30ก.ค.)ว่า สปท.ส่งมอบผลงานการปฏิรูปต่อนายกรัฐมนตรี วันที่ 31กรกฎาคมนี้ จำนวน200 เรื่องครอบคลุม 37 วาระปฏิรูปใน11ด้านเฉลี่ยเดือนละ10เรื่อง ทั้งแผนปฏิรูปข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปและกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิรูป ทำให้ประเทศแข็งแรงขึ้นและดีขึ้นกว่าในอดีตอย่างมีอนาคต ถือเป็นการเสร็จสิ้นภาระกิจที่ดำเนินการมา1ปี 9 เดือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งในการทำงานร่วมกับแม่น้ำ5สาย โดยการนำของนายกรัฐมนตรีและทุกภาคีภาคส่วนทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน(National competitiveness)ดีขึ้น3ปีต่อเนื่อง โดยการวัดผลของสถาบันไอเอ็มดี(IMD)จากอันดับที่30ในปี2558 ขยับเป็นอันดับที่28ในปี 2559 แซงเกาหลีใต้ที่ตกไปอยู่อันดับที่29 และปี2560 ขยับเป็นอันดับที่27
ส่วนสำนักบลูมสเบิร์ก จัดเรตติ้งก์ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลกติดต่อกัน3ปีซ้อน เหนือกว่าสวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐ จีน ฟินแลนด์และญี่ปุ่น เช่นเดียวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ 3 ปีติดต่อกันจากไม่ถึง1%ในปี 2557 จนใกล้ 4%ในปีนี้ โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สูงมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก ขณะที่หนี้สาธารณะมี44%ของจีดีพีเท่านั้นและหนี้ครัวเรือนลดลงครั้งแรก ในรอบทศวรรษจากการตรวจสอบ 10 ล้านบัญชีธนาคารโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่การหารายได้เข้าประเทศและการลงทุนใหม่ๆดีขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกครึ่งปีแรกเติบโดมากที่สุดในรอบ 6 ปีและการท่องเที่ยวของไทยสร้างรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกว่า 30 ล้านคน
ทำให้ไทยกระโดดเป็นแชมป์ท็อปไฟว์ของโลก ยิ่งกว่านั้นการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปีที่แล้วเพิ่มขึ้นเกือบ 200% และ51%ของโครงการใหม่เป็นการลงทุนในโมเดลเศรษฐกิจใหม่และ10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (First & new S-curve) สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศสู่เศรษฐกิจเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรมใหม่ๆกำลังเกิดขึ้นแล้วเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์4.0 ซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ของประเทศของเรา ตรงนี้เองที่เคยบอกว่า ต้องปฏิรูปประเทศให้เกิดมรรคผลให้คุ้มค่ากับการสูญเสียประชาธิปไตยจากการรัฐประหารเพื่อแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าอันเป็นต้นเหตุแห่งการรัฐประหาร13ครั้งที่ผ่านมาและนายกรัฐมนตรีก็ตั้งใจเช่นนี้ เพื่อตัดวงจรอุบาทก์ทางการเมืองและขอให้เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย
นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า ในวาระที่สปท.สิ้นสุดภาระกิจจึงขอฝาก 3 เรื่องสำคัญให้ทุกฝ่ายช่วยดำเนินการต่อไป ได้แก่ สานต่อและสนับสนุนการปฏิรูปให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน เพราะเป็นการปฏิรูปประเทศเพื่อคนไทยในวันนี้และวันหน้า ช่วยกันสร้างความสามัคคีปรองดองยุติความแตกแยกขัดแย้งแบ่งฝ่ายและลดละเลิกการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกินบ้านเมืองอย่างรุนแรงมาโดยตลอดทำให้ประเทศอ่อนแอ เมื่อกำจัดจุดอ่อนนี้แล้วการสร้างความมั่งคั่งมั่นคงอย่างยั่งยืนสู่ไทยแลนด์4.0 ด้วยการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ก็จะบรรลุเป้าหมายง่ายขึ้นเร็วขึ้นและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติของเราในที่สุด
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) คนที่หนึ่ง กล่าววันนี้(30ก.ค.)ว่า สปท.ส่งมอบผลงานการปฏิรูปต่อนายกรัฐมนตรี วันที่ 31กรกฎาคมนี้ จำนวน200 เรื่องครอบคลุม 37 วาระปฏิรูปใน11ด้านเฉลี่ยเดือนละ10เรื่อง ทั้งแผนปฏิรูปข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปและกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิรูป ทำให้ประเทศแข็งแรงขึ้นและดีขึ้นกว่าในอดีตอย่างมีอนาคต ถือเป็นการเสร็จสิ้นภาระกิจที่ดำเนินการมา1ปี 9 เดือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งในการทำงานร่วมกับแม่น้ำ5สาย โดยการนำของนายกรัฐมนตรีและทุกภาคีภาคส่วนทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน(National competitiveness)ดีขึ้น3ปีต่อเนื่อง โดยการวัดผลของสถาบันไอเอ็มดี(IMD)จากอันดับที่30ในปี2558 ขยับเป็นอันดับที่28ในปี 2559 แซงเกาหลีใต้ที่ตกไปอยู่อันดับที่29 และปี2560 ขยับเป็นอันดับที่27
ส่วนสำนักบลูมสเบิร์ก จัดเรตติ้งก์ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลกติดต่อกัน3ปีซ้อน เหนือกว่าสวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐ จีน ฟินแลนด์และญี่ปุ่น เช่นเดียวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ 3 ปีติดต่อกันจากไม่ถึง1%ในปี 2557 จนใกล้ 4%ในปีนี้ โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สูงมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก ขณะที่หนี้สาธารณะมี44%ของจีดีพีเท่านั้นและหนี้ครัวเรือนลดลงครั้งแรก ในรอบทศวรรษจากการตรวจสอบ 10 ล้านบัญชีธนาคารโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่การหารายได้เข้าประเทศและการลงทุนใหม่ๆดีขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกครึ่งปีแรกเติบโดมากที่สุดในรอบ 6 ปีและการท่องเที่ยวของไทยสร้างรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกว่า 30 ล้านคน
ทำให้ไทยกระโดดเป็นแชมป์ท็อปไฟว์ของโลก ยิ่งกว่านั้นการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปีที่แล้วเพิ่มขึ้นเกือบ 200% และ51%ของโครงการใหม่เป็นการลงทุนในโมเดลเศรษฐกิจใหม่และ10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (First & new S-curve) สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศสู่เศรษฐกิจเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรมใหม่ๆกำลังเกิดขึ้นแล้วเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์4.0 ซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ของประเทศของเรา ตรงนี้เองที่เคยบอกว่า ต้องปฏิรูปประเทศให้เกิดมรรคผลให้คุ้มค่ากับการสูญเสียประชาธิปไตยจากการรัฐประหารเพื่อแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าอันเป็นต้นเหตุแห่งการรัฐประหาร13ครั้งที่ผ่านมาและนายกรัฐมนตรีก็ตั้งใจเช่นนี้ เพื่อตัดวงจรอุบาทก์ทางการเมืองและขอให้เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย
นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า ในวาระที่สปท.สิ้นสุดภาระกิจจึงขอฝาก 3 เรื่องสำคัญให้ทุกฝ่ายช่วยดำเนินการต่อไป ได้แก่ สานต่อและสนับสนุนการปฏิรูปให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน เพราะเป็นการปฏิรูปประเทศเพื่อคนไทยในวันนี้และวันหน้า ช่วยกันสร้างความสามัคคีปรองดองยุติความแตกแยกขัดแย้งแบ่งฝ่ายและลดละเลิกการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกินบ้านเมืองอย่างรุนแรงมาโดยตลอดทำให้ประเทศอ่อนแอ เมื่อกำจัดจุดอ่อนนี้แล้วการสร้างความมั่งคั่งมั่นคงอย่างยั่งยืนสู่ไทยแลนด์4.0 ด้วยการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ก็จะบรรลุเป้าหมายง่ายขึ้นเร็วขึ้นและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติของเราในที่สุด






