
นีออนไวท์ฯปูพรมรุกสกินแคร์ไทย
นีออนไวท์ ชี้แนวโน้มตลาดสกินแคร์เมืองไทยเติบโตไม่หยุด ทุ่ม 60 ล้านบาท ปูพรมสร้างแบรนด์ “นีออน” หวังโกยยอดขายสิ้นปีกว่า 400 ล้านบาท เล็งเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 แบรนด์รวดพร้อมสยายปีกบุกต่างประเทศ
นายธนกฤต ผ่องใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีออนไวท์ ไทยแลนด์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสกินแคร์ ภายใต้แบรนด์ “นีออน” (NEON)และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “อมาริต้า” (Amarita) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์นีออนไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายในช่องทางออนไลน์เป็นอย่างดีจนสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 200 ล้านบาท ในปีนี้บริษัทจึงเดินหน้ารุกตลาดอย่างเต็
[caption id="attachment_186338" align="aligncenter" width="335"]
ธนกฤต ผ่องใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีออนไวท์ ไทยแลนด์ จำกัด[/caption]
มตัวด้วยการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมาบริษัทมีการจำหน่ายเองเป็นหลัก โดยวางเป้าหมายเพิ่มตัวแทนจำหน่ายใน ?1-2 รายต่อจังหวัด ขณะที่แผนงานระยะยาวจะให้ความสำคัญกับการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ในบริษัทออกมาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 3-4 แบรนด์ ที่มีโพสิชันและจุดขายแตกต่างกันออกไปแต่ยังเป็นสินค้าในกลุ่มความงามเป็นหลักตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า
“เป้าหมายของบริษัทคือ การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายจังหวัดละ 1-2 รายเท่านั้น ซึ่งแล้วแต่พื้นที่และขนาดของจังหวัด โดยบริษัทไม่เน้นการมีตัวแทนจำหน่ายที่มากจนเกินไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการขายตัดราคากันเองในแต่ละพื้นที่”
ขณะเดียวกันยังได้เตรียมงบประมาณทางการตลาด 60 ล้านบาทเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางออนไลน์ในด้านการสื่อสารแบรนด์ และการทำกิจกรรมโปรโมชันต่างๆ ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายตลอดทั้งปี พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก 3 แบรนด์ภายในปีนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยแบรนด์โพดโพ ในกลุ่มเซรั่มบำรุงผม คิ้ว และขนตา ,แบรนด์ ดร.เพียว ในกลุ่มเวชสำอาง และแบรนด์เนรมิต โดยจะเน้นจำหน่ายสกินแคร์ในตลาดแมสเป็นหลัก
“แบรนด์ของเราเติบโตจากตลาดออนไลน์ตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการทำตลาด และแผนการทำตลาดนับจากนี้แน่นอนว่าต้องมีการขยายตลาดในช่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าตลาดเครื่องสำอางในช่องทางออนไลน์ของเมืองไทยมีการแข่งขันที่สูง ทั้งจากเครื่องกลุ่มผู้ขายที่หิ้วสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่าย และครีมที่เน้นขายเรื่องราคา ดังนั้นแนวทางการทำตลาดของเราจะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ที่ตรงไปตรงมาผ่านเรื่องของคุณภาพและความน่าเชื่อถือไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และรักษากลุ่มเป้าหมายเดิมไว้”
สำหรับตลาดต่างประเทศหลังจากที่บริษัทได้ขยายตลาดเข้าไปในสปป.ลาว ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาท ล่าสุดบริษัทได้เตรียมขยายตลาดไปยังประเทศเมียนมาร่วมกับตัวแทนจำหน่าย เบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาศึกษารูปแบบตลาดร่วมกับตัวแทนจำหน่าย โดยมั่นใจว่าจะสามารถเข้าไปวางจำหน่ายได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามบริษัทวางเป้าหมายด้านยอดขายในส่วนของแบรนด์นีออนสิ้นปีนี้ไว้ที่ 400 ล้านบาท หรือมีการเติบโต 100% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 200 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของ?แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อมาริต้าวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักที่ผลักดันให้บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเป็นผลพวงมาจากการที่บริษัทเปิดเกมรุกตลาดอย่างเต็มตัว อีกทั้งยังมีการเปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,283
วันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560
นายธนกฤต ผ่องใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีออนไวท์ ไทยแลนด์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสกินแคร์ ภายใต้แบรนด์ “นีออน” (NEON)และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “อมาริต้า” (Amarita) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์นีออนไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายในช่องทางออนไลน์เป็นอย่างดีจนสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 200 ล้านบาท ในปีนี้บริษัทจึงเดินหน้ารุกตลาดอย่างเต็
[caption id="attachment_186338" align="aligncenter" width="335"]
มตัวด้วยการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมาบริษัทมีการจำหน่ายเองเป็นหลัก โดยวางเป้าหมายเพิ่มตัวแทนจำหน่ายใน ?1-2 รายต่อจังหวัด ขณะที่แผนงานระยะยาวจะให้ความสำคัญกับการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ในบริษัทออกมาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 3-4 แบรนด์ ที่มีโพสิชันและจุดขายแตกต่างกันออกไปแต่ยังเป็นสินค้าในกลุ่มความงามเป็นหลักตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า
“เป้าหมายของบริษัทคือ การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายจังหวัดละ 1-2 รายเท่านั้น ซึ่งแล้วแต่พื้นที่และขนาดของจังหวัด โดยบริษัทไม่เน้นการมีตัวแทนจำหน่ายที่มากจนเกินไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการขายตัดราคากันเองในแต่ละพื้นที่”
ขณะเดียวกันยังได้เตรียมงบประมาณทางการตลาด 60 ล้านบาทเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางออนไลน์ในด้านการสื่อสารแบรนด์ และการทำกิจกรรมโปรโมชันต่างๆ ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายตลอดทั้งปี พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก 3 แบรนด์ภายในปีนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยแบรนด์โพดโพ ในกลุ่มเซรั่มบำรุงผม คิ้ว และขนตา ,แบรนด์ ดร.เพียว ในกลุ่มเวชสำอาง และแบรนด์เนรมิต โดยจะเน้นจำหน่ายสกินแคร์ในตลาดแมสเป็นหลัก
“แบรนด์ของเราเติบโตจากตลาดออนไลน์ตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการทำตลาด และแผนการทำตลาดนับจากนี้แน่นอนว่าต้องมีการขยายตลาดในช่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าตลาดเครื่องสำอางในช่องทางออนไลน์ของเมืองไทยมีการแข่งขันที่สูง ทั้งจากเครื่องกลุ่มผู้ขายที่หิ้วสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่าย และครีมที่เน้นขายเรื่องราคา ดังนั้นแนวทางการทำตลาดของเราจะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ที่ตรงไปตรงมาผ่านเรื่องของคุณภาพและความน่าเชื่อถือไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และรักษากลุ่มเป้าหมายเดิมไว้”
สำหรับตลาดต่างประเทศหลังจากที่บริษัทได้ขยายตลาดเข้าไปในสปป.ลาว ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาท ล่าสุดบริษัทได้เตรียมขยายตลาดไปยังประเทศเมียนมาร่วมกับตัวแทนจำหน่าย เบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาศึกษารูปแบบตลาดร่วมกับตัวแทนจำหน่าย โดยมั่นใจว่าจะสามารถเข้าไปวางจำหน่ายได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามบริษัทวางเป้าหมายด้านยอดขายในส่วนของแบรนด์นีออนสิ้นปีนี้ไว้ที่ 400 ล้านบาท หรือมีการเติบโต 100% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 200 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของ?แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อมาริต้าวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักที่ผลักดันให้บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเป็นผลพวงมาจากการที่บริษัทเปิดเกมรุกตลาดอย่างเต็มตัว อีกทั้งยังมีการเปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,283
วันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560






