thansettakij
thansettakij
พาณิชย์เร่งผลักดันเอสเอ็มอี

พาณิชย์เร่งผลักดันเอสเอ็มอี

27 ก.ค. 60 | 08:27 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ค. 60 | 15:27 น.
พาณิชย์เร่งผลักดันเอสเอ็มอี โดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์เร่งใช้ประโยชน์โครงการ one belt one road ของจีน หวังขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี จะต้องเร่งปรับตัว และพัฒนาประสิทธิภาพทั้งการให้บริการ การบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานตลอดจนเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆ เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาเข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่ทำให้เอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพ มีต้นทุนลดลง แต่สามารถขยายกิจการออกไปทั่วโลกได้

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยเองต้องตระหนักและสร้างโอกาสจากการเชื่อมโยงเส้นทางของเอเชีย ผ่านโครงการ one belt one road หรือ เส้นทางสายไหม ของจีน ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะเชื่อมโยงระบบการขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำเข้าด้วยกัน จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทย ซึ่งปัจจุบันมีนิติบุคคลที่จดทะเบียนกว่า 21,763 ราย ให้เกิดการพัฒนา และธุรกิจขยายตัว เนื่องจากเส้นทางสายไหมจะเป็นการเชื่อมโยงคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก และทะเล ใน 64 ประเทศทั่วโลกเข้าด้วยกัน ขณะที่ไทยเองได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งที่ถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียน

ดังนั้น หากไทยสามารถเชื่อมโยงกับโครงการดังกล่าวได้จะทำให้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน ซึ่งช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างไทยและจีน สูงสุดเป็นอันดับ 1 มีมูลค่าสูงถึง 28,884 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นหากสามารถเชื่อมโยงกัน จะได้รับประโยชน์จากการค้าการลงทุนที่จะมีขึ้น รวมทั้งยังจะมีความร่วมมือด้านนโยบายการอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน และทางการเงินร่วมกันกับจีน รวมทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการสามารถกระจายสินค้าไปยังตลาดใหม่ๆทั่วโลกได้สะดวกขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่ลดลง และทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านบริการด้านโลจิสต์