thansettakij
thansettakij
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้รับแรงหนุนจากการประชุมโอเปก

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้รับแรงหนุนจากการประชุมโอเปก

24 ก.ค. 60 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 60 | 14:30 น.
ราคาน้ำมันดิบคาดจะได้รับแรงหนุนจากการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 45-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 47-52 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

thaioil0724-1 แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (24 – 28 ก.ค. 60)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 22 และ 24 ก.ค. 60 ที่คาดว่าอาจได้เห็นความร่วมมือเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบมากขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่าตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะสมดุลในอนาคต อย่างไรก็ตาม ราคน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบีย และไนจีเรียที่ยังคงผลิตในระดับที่สูงสุดในรอบ 2 และ 4 ปี ตามลำดับ อย่างต่อเนื่อง รวมถึง ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นตามจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

จับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 22 และ 24 ก.ค. นี้ หลังได้มีการเชิญลิเบียและไนจีเรีย ซึ่งเป็นสองประเทศที่ได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต ให้เข้าร่วมการประชุมในวันที่ 22 ก.ค. เพื่อรายงานสถานะการผลิตน้ำมันดิบของทั้งสองประเทศนี้ นอกจากนี้ ในวันที่ 24 ก.ค. จะมีการหารือกันระหว่างตัวแทนของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกทั้ง 6 ประเทศได้แก่ คูเวต เวเนซูเอลา แอลจีเรีย ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย และโอมาน เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดน้ำมันดิบ ณ ปัจจุบัน ทั้งนี้ ยังต้องติดตามว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบหรือไม่

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังคาดการณ์ว่าโรงกลั่นสหรัฐฯ จะคงอัตราการกลั่นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 ก.ค. 60  ปรับลดลงราว 4.7 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 490.6 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ก็ปรับลดเช่นกันราว 4.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลงเพียง 1 ล้านบาร์เรล และปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลงราว 2.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียคาดว่าปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศคลี่คลายลง ซึ่งได้มีการตั้งเป้าหมายว่าลิเบียจะผลิตน้ำมันดิบแตะระดับ 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปีนี้ และแตะระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 61 โดยปัจจุบันลิเบียผลิตน้ำมันดิบอยู่เหนือระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงกว่าระดับการผลิตที่ต่ำที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมาซึ่งผลิตอยู่เพียง 250,000 บาร์เรลต่อวัน

กำลังการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ของสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น หลัง EIA คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นดินดานของสหรัฐฯ ในเดือนส.ค. ปรับเพิ่มขึ้นราว 112,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 5.585 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ รายงานโดย Baker Hughes มีการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง ในช่วงที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันดิบลดลง  ซึ่งส่งสัญญาณว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ อาจไม่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วเหมือนในขณะนี้ รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ก.ค. 60 ปรับลดลง 1 แท่น มาอยู่ที่ 764 แท่น เป็นสัปดาห์ที่ 2 นับตั้งแต่เดือนมค. 60 ที่แท่นขุดเจาะในสหรัฐฯ ถูกปรับลดลง

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตและการบริการยูโรโซน ดัชนีภาคการผลิตและการบริการสหรัฐฯ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ และจีดีพีไตรมาส 2 สหรัฐฯ

10359794_s สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 – 21 ก.ค. 60)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.77 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 45.77 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 48.06 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดที่เกิดจากการเพิ่มกำลังการผลิตของ ลิเบีย ไนจีเรีย และสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเป็นการปรับลดลงสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์น้ำมันดิบของจีนที่แข็งแกร่ง หลังโรงกลั่นในจีนปรับเพิ่มอัตราการกลั่นในเดือนมิ.ย. ไปอยู่ที่ระดับ 11.21 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงขึ้นจากเดือนพ.ค. ที่ระดับ 10.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ที่มา : บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์