thansettakij
thansettakij
“ประยุทธ์” เร่งให้ ปชช.รับรู้ร่างสัญญาประชาคม 

“ประยุทธ์” เร่งให้ ปชช.รับรู้ร่างสัญญาประชาคม 

15 ก.ค. 60 | 03:54 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 60 | 10:54 น.
วันที่ 14 ก.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า "ถ้าท่านติดตามรายการ“ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในปัจจุบัน และ รายการ “”คืนความสุขให้คนในชาติ” รวมทั้ง รายการ “เดินหน้าประเทศไทย”  และอื่นๆ ของทางรัฐบาลและ คสช. มาอย่างต่อเนื่อง

ท่านลองทบทวนดูนะครับว่าที่ผ่านมา มีรัฐบาลใดมาพูดถึงเรื่องต่างๆในหลายๆกิจกรรม ทุกกิจกรรม ให้ฟัง มากมาย ทั้งการแก้ปัญหา ทั้งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปในปัจจุบัน  แล้วไปสู่อนาคต ทุกคนจะต้องคาดหวังร่วมกันนะครับ  รัฐบาลนี้ที่พูด ชี้แจง หวังแต่เพียงให้เข้าใจ ร่วมมือ ไม่ต้องการจะมาบิดเบือน หรือไปให้ร้ายใครทั้งสิ้นนะครับ นะครับ อย่างไรก็ตาม ก็มีฝ่ายบิดเบือน สร้างความไม่เข้าใจอีกต่อไป ก็ขอให้ประชาชนช่วยทบทวนดูด้วย

20170711094236 ลองติดตามดู ก็จะทราบถึงเจตนาของรัฐบาล คสช.นี้ ที่ต้องการจะมอบความรู้ สร้างความเข้าใจและ แสวงหาความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ในรูปแบบ “ประชารัฐ”  อย่าแบ่งแยกแบ่งฝ่ายกันต่อไปอีกเลย  โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนผ่านประเทศ  ไปสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตลอดไปนะครับ  ผมมั่นใจว่าปัจจุบันคนไทยรู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ และ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นอย่างดี ไม่มาก ก็น้อย

อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ, การปฏิรูป,ประชารัฐ, เศรษฐกิจฐานราก, การบูรณาการ “งาน – คน – เงิน”, ไทยแลนด์ 4.0 รวมถึง 1.0, 2.0 และ 3.0,Smart Farmer, ตลาดชุมชน – ตลาด Online,การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม ห่วงโซ่มูลค่า, การพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และ EEC,

ความมั่นคงทางพลังงาน, มหาอำนาจทางอาหาร – บริการ – การท่องเที่ยวศูนย์กลางทางภูมิภาคอาเซียน, ไทยแลนด์ + อาเซียน + 1, Stronger together การเข้มแข็งไปด้วยกันและ Not let anyone behind โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง,

และที่สำคัญที่สุด คือหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สอดคล้องกับหลักการขององค์การสหประชาชาติ หรือ “SEP for SDG” ด้วยนะครับ

20170711094239 ทั้งนี้ ผมกำลังจะพูดถึง “ช่องทางการสื่อสาร” ของหน่วยงานภาครัฐ ที่รัฐบาลมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาทั้งรูปแบบ ทั้งวิธีการ หรืออะไรก็ตาม เพื่อ “เข้าถึง” ประชาชนทุกกลุ่ม หรือให้พี่น้องประชาชนทั้งหมดของประเทศ ได้รับทราบข่าวสารของทางราชการ บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ต้องไปพึ่งพาช่องทางอื่น ที่อาจไม่ใช่ “คำตอบที่ดีที่สุด” หรือ “คำตอบสุดท้าย” ของสังคม

โดยการศึกษาจากผลโพล ผลการประเมิน หรือคำติชมต่างๆ ผมก็รับฟังทุกค่ายนะครับ เพื่อนำมาปรับปรุง “การประชาสัมพันธ์ภาครัฐ”  อาทิ

(1) สวนดุสิตโพล มีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เกี่ยวกับการรับรู้ผลงานของรัฐบาล ก่อนแถลงผลงานรอบ 3 ปี ว่าประชาชน 54% พอรับรู้อยู่บ้าง จากสื่อต่างๆ 20% รับรู้อย่างดี เพราะติดตามข่าวรัฐบาล และรายการของนายกรัฐมนตรีและ 8% ไม่รับรู้เลย ไม่สนใจ เป็นต้น

(2) ข้อมูลจากการศึกษาของ TNS ระบุว่า คนไทยที่เข้าชมยูทูปมากกว่า 71% เข้ามาดูมากกว่า 1 ครั้งในแต่ละวัน โดย 90% เข้าใช้งานทุกวัน และ 61% ใช้เวลากับยูทูปมากกว่าทีวี  คนไทยใช้ออนไลน์รวม 8.3 ชั่วโมงต่อวัน ถือว่ามากนะครับ เป็นการใช้ผ่านมือถือ 4 ชั่วโมง ใช้เวลาดูทีวี 2.3 ชั่วโมง เหล่านี้เป็นต้น

(3) รูปแบบสื่อ และโฆษณา – ประชาสัมพันธ์ ที่จะได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันจะมีลักษณะ เน้นการเล่าเรื่องราวมากกว่าขายของ, เสริมด้วยเพลง– ดนตรี และการใช้ผู้มีชื่อเสียง, ดารา หรือผู้นำทางความคิด เป็นผู้นำเสนอ เป็นต้น

20170711094300 ที่กล่าวมานั้น เป็นตัวอย่างข้อมูลที่เป็นโจทย์ให้งานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล จำเป็นต้องปรับตัว เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง และดีที่สุด ปัจจุบัน นอกจากช่องทางสื่อสารเดิมที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว รัฐบาลได้สร้างกลไกการประชาสัมพันธ์ “เพิ่มเติม” อีก อาทิ…

(1) เครือข่าย ID-IA-IRChat ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงสื่อทุกประเภทของกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีทั้งวิทยุ – โทรทัศน์ – สื่อออนไลน์ กับโฆษกรัฐบาล – โฆษกกระทรวง, องค์กรมหาชน และรัฐวิสาหกิจ ในการตอบประเด็นปัญหาสังคม ทุกเรื่อง ทุกมิติ ที่เน้น “ความถูกต้อง – ทันเวลา” ภายใน 1 วัน หรือ “เร็วที่สุด” โดยมีสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) สนับสนุนในการปฏิบัติ

20170711094302 ปัจจุบัน ได้เปิดให้บริการ Facebook ชื่อ “PAGE IR”เพื่อนำคำตอบ – การไขข้อข้องใจ – และรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนโดยตรง เพิ่มเติมจากการสื่อสารผ่านเครือข่ายสื่อมวลชน ทุกแขนง  จะได้เป็น “การสื่อสาร 2 ทาง” ผมก็หวังว่า จะเป็นแหล่งข้อมูลให้ “สื่อโซเชียล – สื่อกระแสหลัก” สามารถนำไปใช้อ้างอิง ขยายผล และลดความเข้าใจผิด ลดความขัดแย้งในสังคมได้ ในอนาคต  ด้วยนะครับ อย่าไปเพิ่มมากกว่าเดิมก้แล้วกัน

(2) เครือข่ายวิทยุกระจายเสียง – หอกระจายข่าว – วิทยุชุมชน ขอความร่วมมือนะครับ โดยกรมประชาสัมพันธ์, กสทช. และกระทรวงมหาดไทย จะทำงานร่วมกัน  นอกจากการนำประเด็นใน IR Chat ดังกล่าวไปขยายผลให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละพื้นที่ อย่างปัจจุบันทันด่วนแล้ว ยังเป็นกลไกในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก แต่เล่าข่าวโดยคนในท้องถิ่น ด้วยภาษาถิ่น ก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น

สำหรับการสื่อสารกันเองในหน่วยงานราชการ ผมเน้นการสร้างความเข้าใจให้กับข้าราชการ “ทุกคน – ทุกกระทรวง-ทุกระดับ” ในนโยบายต่างๆ เพื่อการนำไปสู่การปฏิบัติ จะต้องไม่มีอุปสรรค และต้องสามารถทำความเข้าใจพี่น้องประชาชนได้อย่างชัดเจน

ได้สั่งการให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวง อธิบดีต่างๆ ได้เน้นย้ำให้ “ผู้บริหาร” ลงพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจกับ “ผู้ปฏิบัติ” และประชาชนโดยตรง เลี่ยงการทำงานบนโต๊ะ เน้นการชี้แจง การสร้างการรับรู้ ให้มากที่สุด ให้ถี่ ให้ถึงทุกพื้นที่ ข้าราชการระดับล่างจะได้มีกำลังใจด้วย

20170711094313 ทั้งนี้ ข่าวสารสำคัญในช่วงนี้ ก็คือ ภารกิจ “การสร้างความปรองดอง”  ที่ทุกคนอยากทราบของรัฐบาลและ คสช. ผมอยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความคืบหน้า และเชิญชวนให้มีส่วนร่วม ก็คือ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ของ ป.ย.ป. จะจัด “เวทีสาธารณะ” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน “ทั่วประเทศ” อีกครั้ง ช่วงสัปดาห์หน้า วันที่ 17 – 20 กรกฎาคมนี้  รายละเอียด วัน – เวลา – และสถานที่ ตามหน้าจอนะครับ

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการรับฟังความคิดเห็น – ข้อเสนอแนะ จากทุกภาคส่วน รวมทั้งจากพรรคการเมืองต่างๆ ด้วย แล้วจะนำมาจัดทำ “ร่างสัญญาประชาคม”  พี่น้องประชาชนที่สนใจ ก็ติดตามความคืบหน้าต่างๆ สามารถหาข้อมูลได้โดยตรง จาก Facebook ชื่อ “ปรองดองเป็นของประชาชน” โดยเวทีสาธารณะในครั้งนี้ นอกจากต้องการสร้างความตระหนักรู้แล้ว ก็ยังจะเปิดรับฟังความเห็นเพิ่มเติมอีกด้วย

ก่อนที่จะนำมาจัดทำเป็น “สัญญาประชาคม ฉบับสมบูรณ์” ผมก็ได้สั่งการไปแล้วในสัญญาฉบับประชาคมนั้นมันจะต้องมีแนวทางในการปฏิบัติด้วยไม่เช่นนั้นมันก็จะมีเฉพาะในเรื่องของ นามธรรม ต้องมีอะไรที่จะร่วมมือกันบาง เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขัดแย้ง ไม่มีการใช้อาวุธ อะไรต่างๆทำนองนี้แนบไปกับสัญญาประชาคมด้วย ถ้าเซ็นต์กันแล้วก็ต้องไม่เกิดความวุ่นวายสับสนอลม่านเมื่อเช่นที่ผ่านมาก่อนปี 2557 นะครับ

และเราจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ก็เป็นเสมือนการกระตุ้นจิตสำนึกความเป็นไทย ความรักชาติ และ “สัญญาทางใจ” ว่าเราจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไร เราจะร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็ง สังคมที่มีสันติสุขของเราได้อย่างไร ในอนาคต ประชาชนเป็นผู้กำหนดตรงนี้ไม่ใช่นักการเมือง"  20170711094318