
ไขกลยุทธ์‘ททท.’ปี61 ปั๊มรายได้แตะ 3 ล้านล้านบาท
เป้าหมายการขับเคลื่อนรายได้จากการท่องเที่ยวในปี2561 ซึ่งจะอยู่ที่ 3.04 ล้านล้านบาท จากการระดมสมองของผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ในทุกภูมิภาคทั่วโลก ในการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการการท่องเที่ยว ประจำปี 2561 : TATAP 2018) “ฐานเศรษฐกิจ” ได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจมานำเสนอ
++รายได้ต่างชาติ2.11ล้านล.
เป้าหมายรายได้ในปีหน้า ททท.มองไว้ที่การเติบโต 8% จากปี 2560 โดยเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 2.11 ล้านล้านบาท แยกเป็น รายได้จากเอเชีย 1.25 ล้านล้านบาท ยุโรป อเมริกา และตะวันออก กลาง อยู่ที่ 7.57 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 62.33% : 37.67% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวในปีหน้า จะอยู่ที่ 36.9 ล้านคน โดยเอเชีย รับไป 27.3 ล้านคน ส่วนยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง 9.56 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 74.09% :25.91%
ขณะที่รายได้จากการเดินทางเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 1.030 ล้านล้านบาท รวมรายได้จากการท่องเที่ยวในปีหน้าจะอยู่ที่ 3.04 ล้านล้านบาท
++3กลยุทธ์ผนึก แอร์ไลน์
เริ่มจากจุดโฟกัสในการกระตุ้นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้า ในส่วนกลยุทธ์การทำงานของ ททท.ในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลนั้น “ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออก กลาง และอเมริกา ยํ้าจุดหลักใน 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 การเน้นขยายNew Area หรือพื้นที่ใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลาตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ ที่ททท.จะขับเคลื่อนตลาดเหล่านี้ได้เต็มที่ หลังการเปิดสำนักงานใหม่ของททท.ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา และเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ส่วนยุโรป จะเน้นเจาะโซนอีสเทิร์นยุโรป หลังจากททท.ได้เปิดสำนักงานที่กรุงปราก ไปเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงการเจาะตลาดซีไอเอส และเมืองใหม่ๆ ในยุโรป เช่น คานส์, สกอตแลนด์
เรื่องที่ 2 ขยายเซ็กเมนต์ ใหม่ คือกลุ่มมิลเล็นเนียม โดยเน้นขายเรื่องของโลคัล ทัวริซึม การใช้ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เพื่อมุ่งทำงานร่วมกับบล็อกเกอร์ต่างชาติ อย่างในปีหน้าททท.จะจ้าง Fukki (ลูกครึ่งไทย-สวีเดน) ซึ่งเป็นเน็ตไอดอลที่มียอดติดตามนับล้านคน ให้มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของททท.ในการสร้างดีมานด์นักท่องเที่ยวในตลาดสแกนดิเนเวีย เป็นต้น
เรื่องที่ 3 เน้น New Product โดยในปีหน้าททท.จะเน้นต่อยอดโครงการ “The Link” (จับคู่บัดดี้ระหว่างททท. สำนักงานต่างประเทศ 10 แห่งในยุโรปและอเมริกา กับททท.สำนักงานในประเทศ 10 แห่ง เพื่อสร้างการรับรู้ผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวจากตลาดในต่างประเทศเข้าสู่จังหวัดเมืองรองที่เป็นบัดดี้) โดยจะเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น Amazing G Link โดยเพิ่ม G หรือ Gastronomy หรือการเพิ่มเรื่องของเส้นทางอาหารถิ่นของไทยในพื้นที่ที่มีการจับคู่กัน
นอกจากนี้ในปีหน้าจะเห็นการทำงานระหว่างททท.กับสายการบินต่างๆ ในโซนดังกล่าวมากขึ้น ภายใต้แคมเปญ “Thailand in The Air” โดย ภายในอินไฟล์ท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทั้งวิดีโอ และหนังสือบนเครื่องบินของ 6 สายการบิน อาทิ กาตาร์ แอร์เวย์ส, เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส, เตอร์กิซ แอร์ไลน์ส, ฟลาย ดูไบ, เอทิฮัด, จะมีการโปรโมตเรื่องของการท่องเที่ยวบนเครื่องบินของสายการบินเหล่านี้ ที่เนื้อหาจะตรงกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของแต่ละตลาด เช่น ฟลายดูไบ เน้นกลุ่มเจนวาย คนรุ่นใหม่, เอมิเรสต์ เน้นเรื่องลักชัวรีของไทย เป็นต้น นั่นหมายถึงจะมีผู้โดยสารกว่า 10 ล้านคนของทั้ง 6 สายการบินได้เห็นการโปรโมตไทยตลอดทั้งปีหน้า
ส่วนตลาดที่มีการเติบโตสูงในปีหน้า คือตลาดรัสเซีย ที่คาดว่าจะทะลุ 1.5 ล้านคน เทียบเท่ากับช่วงที่เคยพีกสุดก่อนที่รัสเซียมีปัญหาเรื่องค่าเงิน ส่วนตลาดสหราชอาณาจักร ที่สถานการณ์ในปีหน้าน่าจะดีขึ้น เนื่องจากสถานการณ์เป็นเพียงแค่ซ็อฟต์เบร็กซิท
++เร่งตั้งตัวแทนขายรุกเอเชีย
ในส่วนของตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ “ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์” รองผู้ว่าการททท.ที่รับผิดชอบตลาดนี้ เผยว่า ปีหน้าททท.จะเน้นในการขยายฐานนักท่องเที่ยวจากเอเชียให้เพิ่มขึ้นพอๆกับตลาดนักท่องเที่ยวจีน เพื่อมาเป็นตลาดสำรองอีกตลาดหนึ่ง ไม่ใช่ยึดแต่ตลาดจีนเป็นหลัก ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ก็เป็นสิ่งที่ททท.ต้องเน้นบุกมากขึ้น โดยจะเน้นให้มีการจัดกิจกรรมเข้ามาเฉลิมฉลองต่างๆในไทยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องงานแต่งงาน รวมถึงการเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวเฟิสต์วิสิต ในแต่ละตลาดการเน้นดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ
อีกทั้งเรายังจะสามารถลุ้นตลาดสิงคโปร์ ทะลุ 1 ล้านคนได้ รวม ทั้งททท.ยังจะขอผลักดันเรื่องของการแต่งตั้งตัวแทนตลาด (เรพรีเซนเททีฟ) ในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ตลาดจีน มองไว้ที่ 4-5 เมืองรองในจีน กัมพูชา และลาว อย่างละ 1 คน ด้วย เพราะตลาดเหล่านี้รู้สึกประเทศไทยทำให้การทำ ตลาดในปีหน้า ททท. จะเน้นไปทำกิจกรรมร่วมกับสายการบินในการกระตุ้นตลาดมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
++รายได้ต่างชาติ2.11ล้านล.
เป้าหมายรายได้ในปีหน้า ททท.มองไว้ที่การเติบโต 8% จากปี 2560 โดยเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 2.11 ล้านล้านบาท แยกเป็น รายได้จากเอเชีย 1.25 ล้านล้านบาท ยุโรป อเมริกา และตะวันออก กลาง อยู่ที่ 7.57 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 62.33% : 37.67% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวในปีหน้า จะอยู่ที่ 36.9 ล้านคน โดยเอเชีย รับไป 27.3 ล้านคน ส่วนยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง 9.56 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 74.09% :25.91%
ขณะที่รายได้จากการเดินทางเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 1.030 ล้านล้านบาท รวมรายได้จากการท่องเที่ยวในปีหน้าจะอยู่ที่ 3.04 ล้านล้านบาท
++3กลยุทธ์ผนึก แอร์ไลน์
เริ่มจากจุดโฟกัสในการกระตุ้นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้า ในส่วนกลยุทธ์การทำงานของ ททท.ในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลนั้น “ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออก กลาง และอเมริกา ยํ้าจุดหลักใน 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 การเน้นขยายNew Area หรือพื้นที่ใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลาตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ ที่ททท.จะขับเคลื่อนตลาดเหล่านี้ได้เต็มที่ หลังการเปิดสำนักงานใหม่ของททท.ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา และเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ส่วนยุโรป จะเน้นเจาะโซนอีสเทิร์นยุโรป หลังจากททท.ได้เปิดสำนักงานที่กรุงปราก ไปเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงการเจาะตลาดซีไอเอส และเมืองใหม่ๆ ในยุโรป เช่น คานส์, สกอตแลนด์
เรื่องที่ 2 ขยายเซ็กเมนต์ ใหม่ คือกลุ่มมิลเล็นเนียม โดยเน้นขายเรื่องของโลคัล ทัวริซึม การใช้ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เพื่อมุ่งทำงานร่วมกับบล็อกเกอร์ต่างชาติ อย่างในปีหน้าททท.จะจ้าง Fukki (ลูกครึ่งไทย-สวีเดน) ซึ่งเป็นเน็ตไอดอลที่มียอดติดตามนับล้านคน ให้มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของททท.ในการสร้างดีมานด์นักท่องเที่ยวในตลาดสแกนดิเนเวีย เป็นต้น
เรื่องที่ 3 เน้น New Product โดยในปีหน้าททท.จะเน้นต่อยอดโครงการ “The Link” (จับคู่บัดดี้ระหว่างททท. สำนักงานต่างประเทศ 10 แห่งในยุโรปและอเมริกา กับททท.สำนักงานในประเทศ 10 แห่ง เพื่อสร้างการรับรู้ผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวจากตลาดในต่างประเทศเข้าสู่จังหวัดเมืองรองที่เป็นบัดดี้) โดยจะเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น Amazing G Link โดยเพิ่ม G หรือ Gastronomy หรือการเพิ่มเรื่องของเส้นทางอาหารถิ่นของไทยในพื้นที่ที่มีการจับคู่กัน
นอกจากนี้ในปีหน้าจะเห็นการทำงานระหว่างททท.กับสายการบินต่างๆ ในโซนดังกล่าวมากขึ้น ภายใต้แคมเปญ “Thailand in The Air” โดย ภายในอินไฟล์ท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทั้งวิดีโอ และหนังสือบนเครื่องบินของ 6 สายการบิน อาทิ กาตาร์ แอร์เวย์ส, เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส, เตอร์กิซ แอร์ไลน์ส, ฟลาย ดูไบ, เอทิฮัด, จะมีการโปรโมตเรื่องของการท่องเที่ยวบนเครื่องบินของสายการบินเหล่านี้ ที่เนื้อหาจะตรงกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของแต่ละตลาด เช่น ฟลายดูไบ เน้นกลุ่มเจนวาย คนรุ่นใหม่, เอมิเรสต์ เน้นเรื่องลักชัวรีของไทย เป็นต้น นั่นหมายถึงจะมีผู้โดยสารกว่า 10 ล้านคนของทั้ง 6 สายการบินได้เห็นการโปรโมตไทยตลอดทั้งปีหน้า
ส่วนตลาดที่มีการเติบโตสูงในปีหน้า คือตลาดรัสเซีย ที่คาดว่าจะทะลุ 1.5 ล้านคน เทียบเท่ากับช่วงที่เคยพีกสุดก่อนที่รัสเซียมีปัญหาเรื่องค่าเงิน ส่วนตลาดสหราชอาณาจักร ที่สถานการณ์ในปีหน้าน่าจะดีขึ้น เนื่องจากสถานการณ์เป็นเพียงแค่ซ็อฟต์เบร็กซิท
ในส่วนของตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ “ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์” รองผู้ว่าการททท.ที่รับผิดชอบตลาดนี้ เผยว่า ปีหน้าททท.จะเน้นในการขยายฐานนักท่องเที่ยวจากเอเชียให้เพิ่มขึ้นพอๆกับตลาดนักท่องเที่ยวจีน เพื่อมาเป็นตลาดสำรองอีกตลาดหนึ่ง ไม่ใช่ยึดแต่ตลาดจีนเป็นหลัก ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ก็เป็นสิ่งที่ททท.ต้องเน้นบุกมากขึ้น โดยจะเน้นให้มีการจัดกิจกรรมเข้ามาเฉลิมฉลองต่างๆในไทยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องงานแต่งงาน รวมถึงการเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวเฟิสต์วิสิต ในแต่ละตลาดการเน้นดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ
อีกทั้งเรายังจะสามารถลุ้นตลาดสิงคโปร์ ทะลุ 1 ล้านคนได้ รวม ทั้งททท.ยังจะขอผลักดันเรื่องของการแต่งตั้งตัวแทนตลาด (เรพรีเซนเททีฟ) ในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ตลาดจีน มองไว้ที่ 4-5 เมืองรองในจีน กัมพูชา และลาว อย่างละ 1 คน ด้วย เพราะตลาดเหล่านี้รู้สึกประเทศไทยทำให้การทำ ตลาดในปีหน้า ททท. จะเน้นไปทำกิจกรรมร่วมกับสายการบินในการกระตุ้นตลาดมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






