thansettakij
thansettakij
“พ.ร.ก.ต่างด้าว” ถึงเวลาเอาจริง ! จัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ

“พ.ร.ก.ต่างด้าว” ถึงเวลาเอาจริง ! จัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ

10 ก.ค. 60 | 09:56 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 60 | 16:56 น.
“พ.ร.ก.ต่างด้าว” ถึงเวลาเอาจริง ! จัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ

โดย  รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)

[caption id="attachment_177227" align="aligncenter" width="381"] รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ[/caption]

เรื่องของพ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่เป็นข่าวใหญ่โตในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนอื่นต้องบอกว่า คนเดือดร้อนเรื่องนี้คือ คนที่ทำผิดกฎหมาย ได้แก่ แรงงานข้ามชาติที่ลักลอบเข้าประเทศมาทำงาน ไม่ขึ้นทะเบียน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตไม่ตรง และนายจ้างที่จ้างแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย คนที่ทำถูกกฎหมายไม่ได้เดือดร้อน

พรก.นี้ไม่ได้ห้ามใช้แรงงานข้ามชาติ แต่ให้ใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อต้องการจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ กำจัดแรงงานเถื่อนที่มีในประเทศไทยมาเป็นระยะยาวนาน จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังลุกลามขยายวงกว้าง รัฐบาลมีความต้องการแก้ปัญหานี้มาตั้งนานแล้ว แต่ใจไม่กล้าพอ ครั้งนี้กล้าใช้ยาแรง ก็คงเป็นเพราะโดนต่างชาติกดดัน ทั้งเรื่องค้ามนุษย์และเรื่องประมงผิดกฎหมาย

พ.ร.ก.นี้จึงไม่ได้ประกาศแล้วบังคับใช้ทันที ไม่บอกล่วงหน้า นายจ้างปรับตัวไม่ทัน เพราะ ที่ผ่านมา รัฐบาลได้นิรโทษกรรมคนทำผิดกฎหมายเหล่านี้มาหลายหนแล้ว ตั้งแต่ปี 2535 จนปัจจุบันก็ 25 ปีแล้ว แล้วก็บอกเสมอว่า การใช้แรงงานผิดกฎหมายมีโทษ ทั้งปรับและจำคุกนายจ้างและลูกจ้าง ดังนั้น รัฐบาลผ่อนปรนมานาน ให้โอกาสมาหลายครั้ง จนอาจกล่าวได้ว่าใจดีเกินไป ไม่บังคับใช้กฎหมาย คราวนี้ก็ถึงเวลาเอาจริง ทำสิ่งที่ถูกต้อง จะหาว่าทำทันทีไม่บอกไม่เตือนได้อย่างไร

MP24-3277-D เพียงแต่คราวนี้ใช้ยาแรง โทษปรับหนัก นายจ้างคำนวณแล้วไม่คุ้มจะเสี่ยง เลยถอยกันและปรากฏภาพอย่างที่เห็น คือแรงงานข้ามชาติอพยพกลับกัน ซึ่งก็น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้นโยบายตั้งใจและต้องการจะให้เป็น เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ถึงผลที่ตามมา ผู้คนอาจแตกตื่นที่เห็นแรงงานข้ามชาติจำนวนมหาศาลแห่กลับกันไป ทำให้เราได้เห็นภาพของแรงงานใต้ดินชัดเจนที่สุดอีกครั้งหนึ่งหลังจากครั้งที่คสช.เข้ามาบริหารประเทศช่วงแรกที่แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศไป

แรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายเหล่านี้เดินทางกลับไป หากเขาต้องการเดินทางกลับเข้ามาทำงานใหม่ เขาสามารถกลับเข้ามาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และควรถือเป็นโอกาสที่จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับคนใหม่ๆที่จะมาในอนาคตว่า มาทำงานในประเทศไทยต้องมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพื่อนของผู้เขียนเป็นเจ้าของโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร เขียนข้อความในเฟสบุคส่วนตัวว่า “พม่าที่กลับไป กลับไปทำ MOU ค่ะ ไม่ได้กลับแล้วกลับเลย ไม่ต้องสงสารค่ะ ทำให้ถูกต้อง ลูกน้องเจ๊ก็เช่นกัน”

นายจ้างต้องแบกรับต้นทุนเสียบ้าง ต้องหัดรอให้เป็น อย่ามักง่าย เพราะการจ้างแรงงานข้ามชาตินั้นไม่ง่ายเหมือนจ้างแรงงานไทย ค่าธรรมเนียม MOU จ่ายแพงก็ต้องจ่าย ถ้าจ่ายไม่ไหวก็หาวิธีอื่นผลิตไป จะย้ายฐานการผลิต หรือจะใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีก็ต้องไปคำนวณต้นทุนกันว่าคุ้มไหม ไม่ใช่คอยแต่จะเรียกร้อง มีข้ออ้างในการใช้แรงงานผิดกฎหมายอยู่ร่ำไป ถ้าใส่ใจเสียหน่อย การนำเข้าแรงงานอย่างถูกกฎหมายสามารถทำได้ ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานก็พยายามอย่างมากที่จะลดขั้นตอน ลดค่าธรรมเนียม และประชาสัมพันธ์ให้ง่ายขึ้น นายจ้างที่ทำถูกกฎหมายก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย แรงงานข้ามชาติก็เช่นกัน คนเหล่านี้เสียเปรียบที่เขาต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแพง ต้นทุนการผลิตแพง ทั้งๆที่เขาทำถูกกฎหมาย

MP24-3277-C นอกจากนี้ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวม ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจากการไม่จัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาค้ามนุษย์ เด็กที่เกิดจากแรงงาน การศึกษา การรักษาพยาบาล โรคติดต่อ รัฐบาลมีภารกิจต้องขับเคลื่อนประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ การจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้ต้องสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ใช่พึ่งพิงแต่แรงงานราคาถูกแบบนี้

หลักฐานเชิงประจักษ์ ได้แก่ การยกเลิกโครงการ Bracero ที่อนุญาตให้แรงงานเม็กซิกันเข้ามาทำงานในภาคเกษตรกรรมในสหรัฐอเมริกา ที่ทำให้เกิดการใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีเจริญรุดหน้าขึ้นอย่างมากในภาคเกษตรกรรมของสหรัฐอเมริกาอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน ทั้งในการผลิตลูกเกด ตัดอ้อย และการเก็บเกี่ยวผักและผลไม้ โดยเฉพาะมะเขือเทศเพื่อทำซอสมะเขือเทศ หรือแม้แต่อุตสากรรมก่อสร้าง

เรื่องส่วยเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากว่า เมื่อบทลงโทษแรง ส่วยก็มีราคาแพงขึ้นด้วย แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุที่จะไม่ทำให้แรงงานถูกกฎหมาย อย่าเอามาผูกกัน ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนในประเทศไทยได้เลย เจ้าหน้าที่รัฐต้องไปคุมกันเอง จัดการกันให้ได้ ซึ่งกระทรวงแรงงานไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง

พอเข้าระบบแล้ว ทุกอย่างจะจัดการง่าย เช่น หากเข้ามาแบบ MOU แล้ว จะมีสัญญาจ้างงาน การเปลี่ยนนายจ้างจึงไม่ใช่นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ แรงงานข้ามชาติมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาจ้างงาน ทำงานให้ครบตามสัญญาเสียก่อนถึงจะเปลี่ยนงานได้ ยกเว้น ถูกทารุณกรรม ซึ่งเมื่อถูกกฎหมายก็กล้าแสดงตน กล้าแจ้งความกับเจ้าพนักงานให้ดำเนินการได้ หรือหากไม่พอใจก็ลาออก และเดินทางกลับประเทศไป

3-3-768x460 กระทรวงแรงงานมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ทำ one stop service ให้มีประสิทธิภาพ อย่าให้ใครเอาเป็นข้ออ้างของการไม่ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ กระทรวงต่างประเทศก็ต้องประสานพูดคุยขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้กระบวนการนำเข้ารวดเร็วขึ้น หน่วยงานรัฐต้องร่วมกันปรับค่าธรรมเนียมแรงงานข้ามชาติให้สะท้อนครอบคลุมต้นทุนรวมที่เกิดขึ้นจริงในสังคม อีกทั้งยังใช้ค่าธรรมเนียมเป็นเครื่องมือในการควบคุมปริมาณแรงงานข้ามชาติให้เหมาะสมตามสถานการณ์ของประเทศ ปรับขึ้นเมื่อต้องการลดจำนวนลง ปรับลงเมื่อต้องการเพิ่มจำนวนขึ้น รวมถึงสามารถกำหนดค่าธรรมเนียมตามระดับทักษะฝีมือ อาชีพ และอุตสหากรรม เพื่อควบคุมคุณภาพของแรงงานข้ามชาติได้อีกด้วย

กฎหมายไทยดีพอควร มีมาตรการรองรับเพียงพอ แต่ที่ผ่านมายังขาดการบังคับใช้ หลัง 180 วันที่ผ่อนคลาย ก็ต้องจับตามองว่าจะเดินหน้าต่อและไปให้สุดทางได้หรือไม่ หรือจะอ่อนแอและกลับมายืนจุดเดิมเหมือนเช่นเคย

2-7-768x460 ประเทศอื่นๆเขาเคร่งครัดและเป็นระบบกว่าเรามาก เช่น สิงคโปร์ เกาหลี ไต้หวัน ไม่มีประเทศไหนที่อนุญาตให้แรงงานนำผู้ติดตามเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศได้ สิงคโปร์และมาเลเซีย ลงโทษนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างชาติจำนวนมากด้วยการต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้แรงงานต่างชาติ ไทยเองก็มีกำหนดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ยังไม่เคยบังคับใช้ได้เสียที เกาหลีมีการสอบอบรมภาษาและวัฒนธรรมและเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางให้กับแรงงานต่างชาติ และหากนายจ้างใช้แรงงานผิดกฎหมายจะไม่สามารถใช้แรงงานต่างชาติได้อีกเป็นเวลา 3 ปี ส่วนแรงงานจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีได้อีก สิงคโปร์มีการเก็บเงินค้ำประกันจากนายจ้าง เพื่อควบคุมแรงงานต่างชาติให้อยู่เป็นหลักแหล่งและสามารถติดตามได้ ในขณะเดียวกันก็ปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ให้กับแรงงานต่างชาติด้วย เกาหลีมีการเก็บเงินแทจิกึมจากนายจ้างเพื่อให้เป็นรางวัลกับแรงงานที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง 1 ปีขึ้นไปกับนายจ้างคนเดิม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนงานไม่เปลี่ยนนายจ้างบ่อย และเป็นเครื่องมือให้นายจ้างและคนงานแจ้งกับทางราชการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนายจ้างด้วย

จริงๆแล้ว พ.ร.ก.ฉบับนี้ยังมีเรื่องอื่นๆที่แสดงถึงพัฒนาการของนโยบายการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติของไทย ไม่ได้มีแค่โทษปรับที่สูงริบเท่านั้น เช่น การมีคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว กองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และความพยายามแก้ปัญหานายหน้า

ทั้งนี้ การจะแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายให้สำเร็จลุล่วงได้ ทุกกระทรวงย่อมต้องลงมาช่วยกันทำ กระทรวงแรงงานจะทำกระทรวงเดียวไม่ได้ รวมถึงนายจ้างที่ต้องให้ความร่วมมือ และประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา