thansettakij
thansettakij
รัฐชี้สัญญาณบวกพ้นวิกฤตราคายางตก

รัฐชี้สัญญาณบวกพ้นวิกฤตราคายางตก

10 ก.ค. 60 | 08:29 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 60 | 15:29 น.
“สรรเสริญ” เผย นายกรัฐมนตรี ย้ำ รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางอย่างเต็มที่ ยันวิกฤตรุนแรงผ่านไปแล้ว หลังการใช้ยางในประเทศเพิ่ม ส่งออกขยายตัว ระบุ นายกฯกำชับ 3 หน่วยงาน “ก.เกษตร-พาณิชย์-กยท.” เร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่สังคม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้โดยย้ำว่า ราคายางมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นลงตามวงจรของเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆของโลก เช่น อัตราดอกเบี้ย หรืออัตราแลกเปลี่ยนราคาน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางเป็นการเฉพาะทั้งการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรผู้รวบรวมยางพารา และผู้ประกอบการกิจการยาง เพื่อใช้รับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรโดยตรง ช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำยางที่ปรับตัวลดลง

11

นอกจากนี้ได้ขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร และจัดทำโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และมุ่งเน้นที่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น ตั้งกองทุนพัฒนายางพารา เพื่อให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับยางพาราทั้งระบบ ขณะเดียวกันขอให้เกษตรกรพิจารณาหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนโดยเฉพาะพืชที่สร้างรายได้ตลอดทั้งปีและมีรายได้ดีกว่า และเรียนรู้จากตัวอย่างของ “สมาร์ท ฟาร์มเมอร์” (Smart Farmer) ที่ประสบความสำเร็จแล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันตลาดโลกยังมีความต้องการใช้ยางพาราเป็นอย่างมาก แต่ประเทศไทยส่งออกยางพายาในรูปแบบของวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของโลก ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมให้มีการแปรรูปโดยใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่ายาง ที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งเมืองยางพาราและกระตุ้นให้มีการใช้ยางภายในประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนการพึ่งพาการส่งออก

 

12

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า ขณะนี้ได้ผ่านวิกฤตความผันผวนด้านราคายางอย่างรุนแรงไปแล้ว โดยการส่งออกและราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้การส่งออกยางพาราธรรมชาติ ทั้งยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน น้ำยางข้น และยางอื่นๆมีมูลค่า 2,834.06 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 63.55 % ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ยางล้อรถยนต์ ถุงมือยาง มีมูลค่า 4,066 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น58.98 % ซึ่งคาดว่าแนวโน้มจะยังคงขยายตัวได้ดีขึ้น เพราะความต้องการของตลาดต่างประเทศยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“นายกฯได้สั่งการให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง และทำความเข้าใจแก่พี่น้องเกษตรกรให้ลดความกังวลลง พร้อมกำชับกระทรวงพาณิชย์ให้ใช้โอกาสนี้เร่งเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้ายางและผลิตภัณฑ์ยาง และจัดคณะผู้แทนการค้ายางพาราออกไปเจรจาขายยางพาราและผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการใช้ยางภายในประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ลาตินอเมริกา บังคลาเทศ และอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นราคายางภายในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้นได้” พล.ท.สรรเสริญ ระบุ

 

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////