
แรงงาน’เมียนมา’ ตบเท้า! เข้าระบบเอ็มโอยู หวังทำงานในไทย ถูกกฎหมาย
แรงงานชาวเมียนมา กลับประเทศเมียนมา เริ่มลดลง หลัง คสช.ผ่อนปรนคำสั่ง ขณะที่แรงงานชาวเมียนมา บางส่วนเตรียมเข้าสู่เอ็มโอยู เพื่อกลับเข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย
วันที่ 7 ก.ค.60—ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก องค์กรพัฒนาเอกชนของประเทศเมียนมา นำเอกสารในการทำเอ็มโอยู ของแรงงานต่างด้าว สัญชาติ ลาว และกัมพูชา มาแนะนำและเชิญชวนให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา กลับมาใช้ระบบเอ็มโอยู เพื่อให้เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
นายยู เทิน ที่ทำงานในประเทศไทย มากว่า 10 ปี บอกว่า ที่ผ่านมาตัวเอง อยู่ในไทยอย่างผิดกฏหมาย เพราะมีเอกสารไม่ครบ เมื่อพ.ร.ก.แรงงาน ฉบับนี้ออกมามีโทษรุนแรง นายจ้างจึงเลิกจ้าง ซึ่งครั้งนี้ตั้งใจจะเข้าสู่ระบบเอ็มโอยู เพื่อให้การทำงานถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะที่แรงงานชาวพม่า บางรายบอกว่า ค่าธรรมเนียมระบบเอ็มโอยู แพงเกินไป ส่งผลให้เกิดการต่อรองระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้าง ซึ่งส่วนมากลูกจ้างจะถูกเอารัดเอาเปรียบ ละเมิดสิทธิด้านแรงงาน
ส่วนการเดินทางกลับไปยังพื้นที่อำเภอแม่สอด ของแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา มีจำนวนลดลงแล้ว โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 มีแรงงานชาวพม่ากลับไป จำนวน 1,869 คน ลดลงจากเดิมวันละ 45,00-6,000 คน เนื่องจากหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้กฏหมายแรงงานฉบับ ใหม่ ทำให้แรงงานใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานต่อไป และมีโอกาสที่จะทำงานใหม่
วันที่ 7 ก.ค.60—ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก องค์กรพัฒนาเอกชนของประเทศเมียนมา นำเอกสารในการทำเอ็มโอยู ของแรงงานต่างด้าว สัญชาติ ลาว และกัมพูชา มาแนะนำและเชิญชวนให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา กลับมาใช้ระบบเอ็มโอยู เพื่อให้เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย






