thansettakij
thansettakij
"มท.2"ชมการฝึกป้องกันภัยเตรียมพร้อมผชิญเหตุสาธารณภัย

"มท.2"ชมการฝึกป้องกันภัยเตรียมพร้อมผชิญเหตุสาธารณภัย

07 ก.ค. 60 | 09:19 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ค. 60 | 16:19 น.
รมช.มท. ชมการสาธิตฝึกการป้องกันภัยฯ แบบบูรณาการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุสาธารณภัย

DSC_7512

วันนี้ (7 ก.ค. 60) เวลา 13.30 น. ณ กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 2 กรมการสัตว์ทหารบก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานตรวจเยี่ยมและชมการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ (Integrated Disaster Management Exercise 2017 : IDMEx 2017) โดยมีคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ผู้แทนเหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กรม ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารองค์กรสาธารณกุศล/มูลนิธิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์

ในการฝึกครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทหาร พลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรสาธารณกุศล/มูลนิธิ และภาคีเครือข่าย ในระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2560 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุสาธารณภัย มีการวางแผนการบูรณาการเครื่องมือ กำลังพล และทรัพยากรร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินงานมีมาตรฐานการปฏิบัติงานในแต่ละประเภทภัยที่ถูกต้อง สามารถดำเนินการได้อย่างทันต่อสถานการณ์และมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรมการฝึกฯ จำนวนทั้งสิ้น 123 หน่วยงาน

นายสุธี ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการ การจัดแสดงเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย ณ บริเวณกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 2 พร้อมทั้งรับชม VTR การฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ โดยหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ร่วมดำเนินการฝึกฯ ในระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งการฝึกบนโต๊ะ (Table Top Exercise: TTX) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมทั้งการฝึกบูรณาการการเผชิญเหตุภัยพิบัติต่างๆ เช่น การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง ได้แก่การกู้ภัยอาคารสูง การกู้ภัยอาคารถล่ม และการจัดการสารเคมีและวัตถุอันตราย เป็นต้น

DSC_7559 นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมและร่วมรับชมการสาธิตการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ โดยมีการบรรยายประกอบการปฏิบัติการกู้ภัย ได้แก่ การสาธิตการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยด้วยอากาศยาน การปฏิบัติการทางการแพทย์ และการจัดตั้งทีมประเทศไทย โดยหัวหน้าผู้ควบคุมการฝึกแต่ละด้าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมรับฟังสรุปผลการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ พ.ศ. 2560 จากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานมอบสถานีฝึกให้แก่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกล่าวให้โอวาทว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาตรวจเยี่ยมการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการในวันนี้ โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสาธารณภัยขนาดใหญ่

โดยเฉพาะประชาชนในเขตเมืองและในภูมิภาคต่างๆ ที่อาจประสบกับสถานการณ์แผ่นดินไหวและอาคารถล่ม ซึ่งก่อให้เกิดสาธารณภัยขนาดใหญ่และมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงมีบัญชาให้จัดการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานทหาร พลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ และเครือข่ายภาคประชาชนขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และทวีความรุนแรงมากขึ้นสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
ปัจจุบันประเทศไทยมีกรอบแนวทางการจัดการสาธารณภัยของประเทศ คือ แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 ซึ่งได้มุ่งเน้นพันธะสัญญาตามกรอบเซนได ในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย 3 ประการ ได้แก่ การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย การจัดการในภาวะฉุกเฉิน การฟื้นฟู ซ่อม สร้าง ให้ดีกว่าเดิมตามแนวทาง “รู้รับ ปรับตัว ฟื้นเร็วทั่ว อย่างยั่งยืน” ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ใช้แผนนี้ โดยมอบหมายให้กระทรวง กรม องค์กร และหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่นๆ ปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนฯ นี้ด้วย

S__74522678    จากเหตุการณ์สาธารณภัยขนาดใหญ่ที่เกิดบ่อยครั้งขึ้น สะท้อนให้เห็นความท้าทายต่อการจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากสาธารณภัยขนาดใหญ่ในเขตชุมชนเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมากขึ้น การบูรณาการในการเผชิญเหตุสาธารณภัยขนาดใหญ่ของหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทหาร พลเรือน ภาคเอกชน มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล และภาคประชาสังคม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ในด้านอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัยเท่านั้น หากแต่ความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ผู้เผชิญเหตุอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ แผนบรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหาร แผนปฏิบัติการและแผนเผชิญเหตุของหน่วยงานในระดับพื้นที่มีความสำคัญที่จะทำให้การเผชิญเหตุในภาวะฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยตั้งแต่ในภาวะปกติถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน จะทำให้สามารถลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการฝึกในวันนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งหนึ่ง ที่ทุกหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยงานจากส่วนกลาง และหน่วยงานส่วนภูมิภาคจะได้มาซักซ้อมความเข้าใจเรียนรู้การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ของแต่ละหน่วย เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ หากมีสิ่งใดที่ต้องทำความเข้าใจปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานในการเผชิญเหตุสาธารณภัยขนาดใหญ่ก็ขอให้นำไปปรับปรุงแก้ไขในทันที สิ่งที่สำคัญในการฝึกฯ แต่ละครั้ง คือ การประเมินผล สรุปปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้อง เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้มีการประเมินการฝึกฯ และจัดทำเป็นคู่มือในการเผชิญเหตุสาธารณภัย ให้ครอบคลุมทุกประเภทภัย เพื่อที่จะให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้เป็นกรอบการปฏิบัติงานต่อไป
192237  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานีการฝึกในครั้งนี้ถือเป็นสถาปัตย์การฝึกที่ได้มาตรฐานสากล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การฝึกจากต่างประเทศ ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน จึงขอให้จังหวัดนครราชสีมาได้ใช้ประโยชน์ในการฝึกทั้งหน่วยงานภายในและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างสม่ำเสมอ และขอขอบคุณกำลังพลจากทุกหน่วยงานที่ได้สละเวลาและงบประมาณในการเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ ขอให้นำแนวทางที่ได้จากการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการในครั้งนี้ ไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานเมื่อต้องเผชิญเหตุสาธารณภัยให้แก่พี่น้องประชาชน ตามที่รัฐบาลมีเป้าหมายให้ไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยวมีความปลอดภัย และพร้อมรับมือกับภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ ภายใต้วาระ “ประเทศไทยปลอดภัย”