thansettakij
thansettakij
พลิกโฉมบริการโรงพยาบาลจิตเวช สร้างบรรยากาศคล้ายอยู่บ้าน

พลิกโฉมบริการโรงพยาบาลจิตเวช สร้างบรรยากาศคล้ายอยู่บ้าน

06 ก.ค. 60 | 03:36 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 60 | 10:36 น.
กรมสุขภาพจิต พลิกโฉมบริการโรงพยาบาลจิตเวชครั้งใหญ่ สร้างบรรยากาศคล้ายอยู่บ้าน เพิ่มการประเมินออกแบบดูแลผู้ป่วยเฉพาะราย แยกหอนอนผู้ป่วยไม่ปะปนคนอื่นเริ่มก่อน 3 โรค ให้รพ.จิตเวชเด็ก รักษาโรคจิตเวชเด็กได้ทุกโรค

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลับจากดูงานสุขภาพจิตและบริการผู้ป่วยจิตเวชที่โรงพยาบาล(รพ.)เซียงหย่าแห่งที่ 2 ของมหาวิทยาลัยฉางชา  มณฑลหูหนาน  สาธารณรัฐประชาชนจีน (The Second Xiangya Hospital of Central South University Changsha , Hunan Province ,P.R.China ) ว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้ เป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือหรือเอ็มโอยู( MOU)ระหว่างไทยจีน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยจิตเวชให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของทั้ง 2 ประเทศ  ซึ่งขณะนี้ทางการจีนมีความก้าวหน้ามาก  มีการพัฒนารพ.จิตเวชให้สวยงาม สะดวกสบาย อบอุ่น   มีระบบให้ผู้ป่วยสามารถนัดหมายกับหมอที่จะตรวจได้ และมีระบบการติดตามไม่ให้ผู้ป่วยขาดหายไปจากระบบการดูแลรักษาของโรงพยาบาล  โดยให้ครอบครัวมีส่วนร่วมและมีการสร้างแรงจูงใจให้ครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวชต้องพาผู้ป่วยไปรักษาต่อเนื่อง  ทำให้การรักษาได้ผลดี ลดอาการกำเริบจากปัญหาขาดยาได้อย่างดี

19657208_1384289921619546_418940084148055550_n นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางของจีนได้ปรับโครงสร้างบริหารจัดการใหม่ โดยรวมงานด้านสุขภาพอนามัยกับการวางแผนครอบครัวเข้าด้วยกัน และกระจายอำนาจให้มณฑลทั้งหมดซึ่งมณฑลหูหนานมีขนาดใหญ่มีประชากรประมาณ 70 ล้านคน  โดยอัตราป่วยโรคจิตเวชใกล้เคียงกับไทยคือประมาณร้อยละ  10-12  ภาครัฐได้จัดงบประมาณดูแลอย่างเต็มที่ ประการสำคัญได้สนับสนุนการพัฒนาด้านวิชาการ การวิจัยทางด้านจิตเวช ซึ่งจีนให้ความสำคัญมาก ส่งผลให้มีวิธีการดูแลที่ก้าวหน้ามาก

“ ประเด็นที่แตกต่างจากระบบการดูแลผู้ป่วยจิตของไทย คือ รพ.จิตเวชของจีนแยกหอนอนผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลแต่ละโรคไม่ปะปนกัน เช่นคนป่วยโรคจิตเภทให้นอนส่วนหนึ่ง โรคซีมเศร้าอีกส่วนหนึ่ง    แต่ละแห่งมีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศเหมือนอยู่ที่บ้านจนดูไม่ออกว่าเป็นคนป่วยจิตเวชหรือเป็นรพ.จิตเวช  ระยะเวลานอนพักรักษาตัวของผู้ป่วยยาวกว่าไทย เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดอื่นๆ ขณะที่รพ.จิตเวชของไทยมีข้อจำกัดกว่าเพราะมีผู้ป่วยค่อนข้างแออัด”  อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

19553995_1384289788286226_6654010001651703684_n อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อไปว่า   การดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้นับว่ามีประโยชน์กับการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทยมาก  โดยในปีนี้กรมสุขภาพจิตมีนโยบายจะปรับโฉมบริการของรพ.จิตเวชทั้ง  19 แห่ง ใน3 เรื่อง ใหญ่ เพื่อการดูแลอย่างมีคุณภาพ  ประการแรกคือการปรับปรุงด้านกายภาพสถานที่ให้มีบรรยากาศสิ่งแวดล้อมใกล้เคียงกับบ้าน  ขณะนี้ดำเนินการแล้วเช่นสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์  รพ.ศรีธัญญา เป็นต้น  โดยจะให้แยกหอนอนผู้ป่วยจิตเวชแต่ประเภทไม่ให้ปะปนกันเหมือนที่ผ่านมา

ประการที่ 2  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ คือ จะมีการออกแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเฉพาะรายมากขึ้น ไม่ใช่ดูแบบรวมๆเหมือนที่ผ่านมา  โดยจะมีระบบการประเมินสภาวะของผู้ป่วยทุกคน ซึ่งที่ผ่านมาเรายังไม่มีระบบนี้  เพื่อออกแบบกระบวนการดูแลให้เหมาะสมกับพยาธิสภาพของโรค ซึ่งจีนดำเนินการแล้วพบว่าได้ผลดีมาก   ทั้งนี้ในการปรับเปลี่ยนโฉมบริการในช่วงแรกนี้จะเริ่มแยกหอนอนผู้ป่วย 3 โรคก่อนได้แก่ โรคซึมเศร้า  โรคจิตเภท และผู้ป่วยไบโพล่าร์หรือโรคอารมณ์ 2 ขั้ว  ขณะเดียวกันจะรับผู้ป่วยทั้ง 3 โรคนี้ไว้ดูแลรักษาในโรงพยาบาลให้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาจะรักษาแบบผู้ป่วยนอก ตรวจรับยาแล้วให้กลับบ้าน  ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลและอยู่ในระบบบริการอย่างต่อเนื่อง

ประการที่ 3 คือการพัฒนาระบบการดูแลรักษาโรคจิตเวชในเด็ก   จะให้รพ.จิตเวชเด็กซึ่งเป็นรพ.เฉพาะทางของกรมมี 6 แห่ง ได้แก่ รพ.ยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ จ.สมุทรปราการ,  สถาบันราชานุกูล กทม. ,สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จ.เชียงใหม่  ,สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นอีก 3 แห่งอยู่ที่ กทม. ขอนแก่นและสุราษฎร์ธานี   มีนโยบายให้ทุกแห่งใช้รูปแบบศูนย์รวมบริการ ( child mental illness unit )  ให้การรักษาโรคจิตเวชในเด็กได้ทุกโรคไม่ต้องแยกดูแลเหมือนระบบเดิม เช่น แต่เดิมรพ.ยุวประสาทฯดูแลเด็กโรคออทิสติก   สถาบันราชานุกูลดูเด็กด้อยสติปัญญา เป็นต้น  ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติได้รับความสะดวกขึ้นไม่ต้องเดินทางไกล   โดยได้ตั้งคณะทำงานรับผิดชอบพัฒนาในด้านต่างๆ ให้เกิดระบบและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ  ทั้งนี้รพ.จิตเวชในสังกัดกรมฯทั้งเด็กและผู้ใหญ่มี 19 แห่ง มีเตียงรับผู้ป่วย 8,700 กว่าเตียง มีผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละประมาณ 4,500 คน มีผู้ป่วยที่ต้องรับไว้ดูแลในรพ.วันละประมาณ 3,500 คน