thansettakij
thansettakij
จัดพอร์ตธุรกิจเครือสหพัฒน์เฟสแรกกลุ่มอาหารดันมาร์เก็ตแคปแสนล้าน

จัดพอร์ตธุรกิจเครือสหพัฒน์เฟสแรกกลุ่มอาหารดันมาร์เก็ตแคปแสนล้าน

08 ก.ค. 60 | 01:11 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 60 | 10:55 น.
เครือสหพัฒน์ นับเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย อาทิ ธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง ธุรกิจบริหาร ธุรกิจพลังงาน และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น หากนับจำนวนบริษัทที่อยู่ในเครือ ทั้งที่เป็นผู้ถือหุ้นหลักหรือการเข้าไปร่วมลงทุน คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 200 บริษัท และคาดว่ามียอดขายโดยรวมไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท หากนับเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันมีอยู่ 15 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ วันที่ 31มีนาคม 2560 มูลค่ากว่า 1.46 แสนล้านบาท มีสินทรัพย์ กว่า 1.34 แสนล้านบาท มีรายได้รวมในไตรมาสแรกของปีนี้กว่า 2.26 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,138 ล้านบาท ส่วนปีที่ผ่านมามีรายได้รวมกว่า 9.55 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9,588 ล้านบาท

โดยมี บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI เป็นหัวแรงใหญ่ในการขับเคลื่อนการลงทุนและการขยายธุรกิจในเครือสหพัฒ์ ที่วันนี้ได้ นายวิชัย กุลสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ มาบริหารงาน ซึ่งเขาเป็นลูกเขยคนเล็กของเสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา แม่ทัพใหญ่ของเครือสหพัฒน์ ที่วันนี้กำลังจะปรับโครงสร้างธุรกิจที่อยู่ในเครือสหพัฒน์ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน เนื่องจากมีบริษัทอยู่จำนวนมากที่ต้องดูแล เฉพาะที่ SPI เข้าไปร่วมทุนและดูแลมีอยู่กว่า 155 บริษัท

เฟสแรกที่ธุรกิจจะถูกปรับและจัดให้อยู่รวมกันเพื่อความแข็งแกร่ง คือ กลุ่มธุรกิจอาหาร ที่ล่าสุดSPI ได้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 4,000 ล้านบาท เพื่อควบรวม 3 บริษัทในธุรกิจอาหาร ได้แก่ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PB ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมปังและเบเกอรี่ ภายใต้แบรนด์ฟาร์มเฮ้าส์ บริษัท เพรซิเดนท์ไรซ์โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PR ผู้ผลิตเส้นขาวกึ่งสำเร็จรูป อาทิ เส้นหมี่ ก๋วยเตี๋ยว และข้าวกึ่งสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ มาม่า บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TF ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ มาม่า ซึ่งกระบวนการควบรวมและจัดสัดส่วนธุรกิจระหว่าง SPI และ 3 บริษัทน่าจะแล้วเสร็จ พร้อมเผยโฉมบริษัทใหม่ได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้

[caption id="attachment_174406" align="aligncenter" width="503"] จัดพอร์ตธุรกิจเครือสหพัฒน์เฟสแรกกลุ่มอาหารดันมาร์เก็ตแคปแสนล้าน จัดพอร์ตธุรกิจเครือสหพัฒน์เฟสแรกกลุ่มอาหารดันมาร์เก็ตแคปแสนล้าน[/caption]

ประเด็นสำคัญที่มีการจัดพอร์ตธุรกิจดังกล่าว เป็นเพราะหากพิจารณาในด้านผลการดำเนินงาน จะพบว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านามีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น หรือ ROE มีอัตราการเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลักอย่างต่อเนื่อง หากนับรวมมูลค่าหลักทรัพย์ของ 3 บริษัทดังกล่าวมีกว่า 7.81 หมื่นล้านบาท และยังมีโอกาสเติบโตไปสู่แสนล้านบาทได้อย่างไม่อยาก ซึ่งจะทำให้กลุ่มอาหารของเครือสหพัฒน์ติดอันดับ 1 ใน 5 ธุรกิจอาหารขนาดใหญ่ของประเทศ เนื่องจากสินค้ามาม่าและขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร ผู้บริโภคยังให้การตอบรับและซื้อกินอย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสเติบโตได้อย่างมาก

นอกจากนี้ การปรับพอร์ตดังกล่าว ยังจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการขยายตลาดและการลงทุนใหม่ๆ เพื่อผลักดันสินค้าในบางรายการ เช่น สินค้ากลุ่มเส้นหมี่ขาวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ซึ่งที่ผ่านมา PR ยังมีข้อจำกัดในการขยายการลงทุนและการทำตลาด เนื่องจากต้องใช้เงินทุนสูงสินค้า 1 รายการหากต้องทำตลาดจะต้องใช้งบประมาณ 20-30 ล้านบาท หรือการเพิ่มไลน์การผลิตจะต้องใช้งบ 200-300 ล้านบาท ขณะที่แต่ละปีมีอัตรากำไรในหลักร้อยล้านบาทเท่านั้น การใช้เงินจำนวนมากดังกล่าวมาขยายธุรกิจจะส่งผลต่อผลกำไรขาดทุนของบริษัทได้ แต่การควบรวมกิจการที่จะเกิดขึ้น จะส่งผลให้มีเงินลงทุนมาขยายธุรกิจได้มากขึ้น เพราะ TF มีกระแสเงินสดอยู่กว่า 7,000-8,000 ล้านบาท

หลังจากการจัดกลุ่มธุรกิจอาหารเสร็จ สเต็ปต่อไปเชื่อว่าคงจะมีการจัดพอร์ตธุรกิจอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าธุรกิจแฟชั่น เครื่องสำอาง และธุรกิจบริการ รวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่วันนี้มีที่ดินอยู่ในมือกว่า 2,000 ไร่ในจังหวัดชลบุรี และกว่า 1,000 ไร่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

เพราะก่อนหน้านี้ SPI ก็รวม 5 บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ ในกลุ่มธุรกิจเท็กไทร์เข้าไว้ด้วยกันแล้ว แต่ไม่ได้เป็นข่าวออกมาเท่านั้นเอง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,276 วันที่ 6 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560