thansettakij
thansettakij
รัฐทุ่ม2.7หมื่นล.ดันเศรษฐกิจผ่านกระทรวงเกษตรฯ-ปั้น 9 พันโครงการสร้างรายได้ชุมชน

รัฐทุ่ม2.7หมื่นล.ดันเศรษฐกิจผ่านกระทรวงเกษตรฯ-ปั้น 9 พันโครงการสร้างรายได้ชุมชน

03 ก.ค. 60 | 07:32 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ค. 60 | 14:32 น.
รัฐเตรียมเทงบอีกกว่า 2.7 หมื่นล้านกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ผ่านกระทรวงเกษตรฯ ดัน ศพก. ทั่วประเทศปั้น 9,101 โครงการสู่ชุมชน เน้นลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตใน 8 กลุ่มกิจกรรม เร่งตั้งคณะกรรมการระดับชุมชนขับเคลื่อน ชงเสนอ ครม. ก.ค. นี้

จากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ทุกหน่วยงานเข้ามาร่วมบูรณาการการทำงาน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรที่ถูกต้องตามหลักการและเหมาะสมสำหรับชุมชน และเป็นศูนย์กลางบริการ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 882 ศูนย์ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ทางรัฐบาลจะมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ กว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 9,101 โครงการ ภายใต้โครงการตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งในระหว่างนี้ทางกระทรวงจะต้องจัดตั้งคณะกรรมการระดับชุมชน โดยประธานอาจเป็นเกษตรอำเภอหรือ ประธาน ศพก.ในพื้นที่ นอกจากนี้จะมีกรรมการที่มาจากผู้นำท้องถิ่น และตัวแทนจากองค์กรเกษตรกร โดยมีเจ้าหน้าส่งเสริมการเกษตรเป็นเลขานุการ

[caption id="attachment_172299" align="aligncenter" width="474"] รัฐทุ่ม2.7หมื่นล.ดันเศรษฐกิจผ่านกระทรวงเกษตรฯ-ปั้น 9 พันโครงการสร้างรายได้ชุมชน รัฐทุ่ม2.7หมื่นล.ดันเศรษฐกิจผ่านกระทรวงเกษตรฯ-ปั้น 9 พันโครงการสร้างรายได้ชุมชน[/caption]

ส่วนกรรมการระดับอำเภอ จะเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงแบบเบ็ดเสร็จ หรือ ซิงเกิลคอมมานด์ และกรรมการประกอบด้วย ปลัดอำเภอ ผู้แทนวิชาการที่เกี่ยวข้องทั้งประมง ปศุสัตว์ พัฒนาที่ดิน และมีเกษตรอำเภอเป็นเลขานุการ

"ลักษณะกิจกรรมที่จะดำเนินการในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ทันที มีประโยชน์กับชุมชนและมีความยั่งยืน หรือในลักษณะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรภายใต้โครงการ 8 กลุ่ม ได้แก่ ด้าน 1.การผลิตพืช และพันธุ์พืช 2.ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ 3.การจัดการศัตรูพืช 4.ด้านฟาร์มชุมชน 5.ด้านการผลิตอาหารและการแปรรูปผลผลิต 6.ด้านปศุสัตว์ (สัตว์เล็ก) 7.ด้านประมง และ 8.ด้านอื่นๆ ได้แก่การปรับปรุงบำรุงดิน เป็นต้น"

แหล่งข่าวกล่าวว่า กิจกรรมต่างๆ วัตถุประสงค์เพื่อสร้างบทบาทของชุมชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการเกษตร โดยยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง สร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการทำงานในพื้นที่ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ที่สำคัญเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศและภาคการเกษตร มีพื้นที่เป้าหมาย 9,101 ชุมชน แบ่งเป็นศพก.หลัก 882 แห่ง และ ศพก.เครือข่าย 8,219 แห่ง ทั้งนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ คาดจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาให้ความเห็นชอบประมาณเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ส่วนการดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 5 ธันวาคม 2560

สำหรับเงื่อนไขโครงการ มี 6 ข้อ ได้แก่ 1. เน้นการจ้างแรงงานในชุมชน 2.ต้องมีสัดส่วนค่าจ้างแรงงานไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงินที่ขอรับการสนับสนุน ยกเว้นกรณีจำเป็นและมีเหตุผลที่สมควรต้องไม่ต่ำกว่า 30% และต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด 3.การจ้างแรงงานเกษตรกรควรพิจารณาจากแรงงานที่มีความสามารถสอดคล้องกับกิจกรรมโครงการ 4.พิจารณาการจ้างแรงงานจากเกษตรกรที่มีรายได้น้อยเป็นอันดับแรก 5.วัสดุอุปกรณ์ที่จัดซื้อจัดหาต้องพิจารณาจากแหล่งชุมชน และ 6.เป็นความต้องการของชุมชนโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและได้รับความเห็นชอบจากชุมชน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้ภาคการเกษตรมีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,275 วันที่ 2 - 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560