
แรงงานเมียนมาร้องระงม ไทยไม่กล้าจ้างเพราะโทษแรง
กฏหมายแรงงานโหดพ่นพิษ กระทบการใช้แรงงานต่างด้าวของไทย สถานประกอบการไม่กล้ารับแรงงานเมียนมาทำงาน ถูกลอยแพกว่า 400 คน เจ้าหน้าที่เมียนมาต้องดูแล เพราะเดือดร้อน ชี้สวนทางเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 บริเวนชายแดนไทย-เมียนมา แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ประมาณ 400 -500 คน ต้องเดินทางข้ามแม้น้ำเมยกลับไปยังจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังจากที่นายจ้าง และผู้ประกอบการไม่กล้าจ้างแรงงานต่างด้าว ที่ผิดกฏหมาย และไม่สามารถนำแรงงานเมียนมา เข้ามาทำงานตรงกับอาชีพที่ระบุไว้ได้ หลังจากที่ประเทศไทยได้ออกกฏหมายแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ที่มีโทษรุนแรง ทำให้สถานประกอบเริ่มได้ผลกระทบ และทางการเมียนมาต้องแบกรับภาระการหลั่งไหลกลับไปของแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อน โดยซื้อข้าวห่อไปเลี้ยงแรงงานที่ตกงานทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีบรรดานายหน้าที่เคยส่งแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ก็ไม่รับแรงงานต่างด้าวอีกเกรงว่าจะถูกจับกุม และได้รับโทษที่รุนแรง
เจ้าหน้าที่เมียนมา ที่จังหวัดเมียวดี รายหนึ่งแจ้งว่า แรงงานเมียนมา ที่กลับไป ต่างบอกว่า ไม่ได้ไปก่ออาชญากรรม และกระทำผิดกฏหมายความมั่นคงของไทย ทำไมต้องมากำหนดโทษรุนแรง
สำหรับเรื่องนี้ กำลังเป็นที่ถูกวิพากษ์จารณ์จากนายจ้างคนไทย และผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว โดยการออกกฏหมายลักษณะเช่นนี้ ไม่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการค้า การลงทุน ของไทย และยังสวนทางกับนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากด้วย
นาย จ่อ อายุ 25 ปี แรงงานเมียนมา รายหนึ่งที่กลับไปยังจังหวัดเมียวดี บอกว่า ต้องจ่ายเงินค่านายหน้าวิ่งหางานทำให้ ในราคา 3,000 บาท พอไปถึงโรงงาน นายจ้างไม่กล้ารับเพราะกลัวถูกจับ จึงกลับไปฝั่งเมียนมา เพื่อกลับบ้าน แต่ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เงินหมดตัว เพราะจ่ายเงินให้นายหน้าไปหมดแล้ว
1.สามารถเปลี่ยนชื่อนายจ้างใหม่ได้ หากชื่อแรงงานไม่ตรงกับนายจ้าง
2.ขยายการทำ MOU คือขยายระยะเวลาของการขออนุญาตทำงาน
3.ไทยจะออกวีซ่าให้แรงงานที่มีพาสปอร์ต และให้กลุ่มแรงงานที่มีพาสปอร์ตสามารถทำงานได้ชั่วคราว
โดยมาตรการผ่อนผันนั้นนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายวรานนท์ ปิติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งไปศึกษาแนวทางแล้ว






