thansettakij
thansettakij
“ประยุทธ์” วางระบบใช้งานวิจัยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รอบด้าน 

“ประยุทธ์” วางระบบใช้งานวิจัยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รอบด้าน 

24 มิ.ย. 60 | 02:16 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 60 | 09:16 น.
วันที่ 23 มิ.ย.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า" ประเทศชาติของเรา จำเป็นต้องปฏิรูปในหลายมิติเพื่อขับเคลื่อนประเทศว่า"ประเด็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นับว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญลำดับสูงสุด ทุกรัฐบาลต้องให้ความใส่ใจ สนใจ ตั้งแต่เด็กแรกเกิด อนุบาล ประถม  มัธยม อาชีวะ หรือตามอัธยาศัยอื่นๆด้วย โดยรัฐบาลนี้ พยายามจัดระบบให้มีความเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทาง ทั้งสถานศึกษา  ตลาดแรงงาน ภาคการผลิต เป็นต้น

และต้องเป็นการศึกษาที่ใช้งานได้จริง ทั้งในการดำรงชีวิตส่วนตัว – ในครอบครัว – ในสังคม, ไปสู่การประกอบอาชีพการงาน, มีการปลูกฝังอุดมการณ์ – ปลูกฝังจิตสำนึก – สร้างความตระหนักในบทบาท ความรับผิดชอบ  ซึ่งมีทั้ง “หน้าที่” ซึ่งต้องมาคู่กับ “สิทธิ”

20170622081908_s ทั้งนี้ เราต้องสร้าง “คนรุ่นใหม่” พร้อมกับการพัฒนาการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมกับ “คนรุ่นเก่า” ไปด้วย  และจะทำอย่างไร เราจะมีบุคลากรที่มีคุณภาพ ทั้งในระบบราชการ – ภาคธุรกิจ – เอกชน รวมทั้งในการประกอบการ SME และ Start-up ด้วย

ทั้งนี้ เรายังขาดอีกหลายอย่าง ซึ่งรัฐบาลต้องอำนวยความสะดวกให้กลไก “ประชารัฐ” ขับเคลื่อนไปด้วยกัน – แยกออกจากกันไม่ได้ เพราะรัฐบาลทำเองไม่ได้ทั้งหมดอย่างที่กราบเรียนไปแล้ว หากไม่มีภาคเอกชน – ภาคประชาชน ก็จะไม่มีพลัง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร – ผู้มีรายได้น้อย หากไม่ได้รับการเหลียวแล ก็จะขาดองค์ความรู้ ขาดวิทยาการสมัยใหม่ ขาดเทคนิค – เทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นต้น  รัฐบาล โดยข้าราชการต้องทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” เชื่อมโยง สร้างเครือข่าย สร้างความเข้าใจ สร้างสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยครับ

20170622081906_s ตัวอย่าง ปัญหาที่เกิดจากความไม่เชื่อมโยงกัน ในประเด็นการศึกษา, เศรษฐกิจ, สังคม, กฎหมาย และนโยบายในการบริหารประเทศ คือ การวิจัยและพัฒนา ซึ่งต้องมองว่าเราจะวิจัยอะไร เราควรวิจัยในสิ่งที่เราขาดก่อนหรือไม่ ควรกำหนดเป้าหมายในการผลิตคน แรงงาน ในการให้ทุน สนับสนุนโครงการวิจัยที่มีเป้าหมายชัดเจน การกลับสู่ภูมิลำเนา อยู่กับครอบครัว เพื่อสร้างความอบอุ่นในสังคมได้อีกด้วย

เราจะต้องคิดว่าเราจะผลิตใคร ไปทำอะไร เพื่อใคร ที่ไหน อย่างไร จะวิจัยอะไร ไปเพื่ออะไร ที่เราจำเป็น มีความต้องการก่อน ทุกอย่างที่เรามีศักยภาพในส่วนของต้นทางอยู่แล้ว ก็ขยายออกไปก็จะเป็นประโยชน์มากกว่าจะวิจัยอะไรออกมาแล้วก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้

20170622081836_s ประเด็นสำคัญก็คือเราสามารถจะใช้งบประมาณจัดซื้อจากต่างประเทศลดลง  ใช้วัสดุที่เรามีอยู่เป็นจำนวนมาก โดย เฉพาะอย่างยิ่งจากภาคการเกษตร  รวมทั้ง ประชาชนทุกระดับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ มีราคาถูก นำไปสู่การผลิตเพื่อใช้เอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มคิดค้นพัฒนาต่อไปได้

โดยผมไม่อยากให้ใช้ทุนการวิจัยทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม เพียงเพื่อในการเพิ่มวิทยฐานะ แต่เพียงอย่างเดียว หัวข้อวิจัย การใช้งบวิจัย ทั้งของรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ต้องสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ทำอย่างไรงบประมาณการวิจัยมีอยู่จำกัด จัดความเร่งด่วนอย่างไร บริหารจัดการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าหมาย ตั้งระยะเวลา ที่จะผลิตออกมา เพราะแต่ละเรื่อง ล้วนก็เป็นความต้องการทั้งสิ้นนะครับ

20170622081834_s ทั้งนี้ เราอาจต้องมีการรวมกลุ่มงานวิจัย เป็นเรื่องๆ เป็นคลัสเตอร์ อาทิ ด้านเกษตร, อุตสาหกรรม, สิ่งแวดล้อม พลังงานเหล่านี้ซึ่งจะมาจาก 3 แหล่งด้วยกัน ของรัฐมาจากการวิจัยของรัฐ ของภาคเอกชนธุรกิจ และอันที่ 3 มาจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีอยู่มากมาย มีผลการวิจัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ถ้าเรามาจัดเป็นคลัสเตอร์แล้วมันก็เป็นการสนับสนุนไปสู่ในเรื่องของการขึ้นทะเบียน การสนับสนุนเงินทุน ไปสู่ในเรื่องของการกำหนดมาตรฐาน ผ่านมาตรฐาน สมอ. ผ่านมาตรฐาน อย. ก็นำไปสู่การผลิตได้ และก็ใช้ได้ บางทีมันทำไม่ครบก็ติดไปหมดทุกอัน วันนี้รัฐบาลก็เร่งรัดอยู่แล้วนะครับ

20170621090112_s เราจะต้องมีกรอบนโยบายวิจัยที่ชัดเจน มีกลไกในการขับเคลื่อน มีงบประมาณรองรับ ตามความเร่งด่วน มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน มีการขึ้นทะเบียนผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลักดันสู่ขบวนการผลิตในเชิงพาณิชย์ หรือเอามาใช้ได้ในราชการก่อนเป็นต้น เราต้องคิดต้องทำให้ได้แบบนี้นะครับ ให้ครบวงจร เราทำหลายอย่าง หลายโครงการวิจัยที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย

ที่ผ่านมานั้นอาจไม่มีการขับเคลื่อนเอามาใช้ได้อย่างแท้จริง ก็เลยเหมือนกับว่าเราไม่เก่งหรือเปล่า คนไทยไม่มีนักวิจัยหรือเปล่า จริงๆไม่ใช่ มีนะครับ เพียงแต่มีมากมายหลากหลาย ซึ่งบางอย่างสามารถรวมเป็นกลุ่ม เป็นคลัสเตอร์ได้ เราจะได้พัฒนาต่อยอดไปได้เร็วขึ้น แล้วก็ไปเร่งรัดในเรื่องของขบวนการผลิต ผ่านการทดสอบ ทำให้เกิดความปลอดภัยในทุกๆเรื่อง มันก็จะเป็นผลประโยชน์ของชาติ ของประชาชนต่อไปนั่นแหละนะครับ"

หากเราสนับสนุนให้ถูกทางถูกต้อง ทำให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ ผลงานมันก็จะเกิดประโยชน์นะ นักวิจัยก็จะมีกำลังใจ มีผลตอบแทนที่ดีพอไม่รั่วไหลไปทำงานต่างประเทศ ทำให้เราเข้าใจว่าเราขาดแคลนนักวิจัย จริงๆแล้วนักวิจัยของเราไปทำงานต่างประเทศซะเยอะ เห็นอยู่ในภาคธุรกิจเอกชนซะเยอะนะครับ ฉะนั้นเราต้องเอาทุกคนมารวมมันสมองกันให้ได้ คนไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใครนะครับ

บางเรื่องหากเรายังไม่มีประสบการณ์จริงๆ ยังไม่ก้าวหน้าแบบเขา เราก็ต้องเรียนรู้ เอาเทคโนโลยีของเขามาเพิ่มเทคโนโลยีในประเทศของเรา  ให้ต่อยอดออกไปให้ได้  เราอาจจะต้องยอมรับความจริงบ้าง บางอย่างเราไม่ถนัด บางอย่างเราไม่มีความชำนาญ เราก็อาจจะต้องเปิดโอกาสให้นักวิจัย – ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ เข้ามาช่วยในระยะแรก

โดยต้องมีการถ่ายทอดเทคนิค – เทคโนโลยี ในการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรืออะไรต่างๆก็แล้วแต่ ให้เราสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต  เราทุกคนต้องเปิดใจให้กว้าง เปิดรับคนอื่นบ้าง  ที่ผ่านมา ถ้าทุกอย่างมันเก่งแล้วดีแล้ว คงไม่หยุดอยู่กับที่ เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางหรอกนะครับ

ทำไมเรายังไปไม่ถึงประเทศที่มีรายได้สูง ผมก็ไม่อยากให้คิดว่า  รัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อจะเอื้อประโยชน์ให้กับต่างชาติ ไม่ใช่เลยนะครับ ไม่ต้องการให้เข้ามาแย่งงาน – แย่งอาชีพของคนไทย  อะไรที่คนไทยทำได้ ก็ต้องทำ  เราก็คงไม่ปล่อยให้เราเสียประโยชน์มากขนาดนั้นนะครับ

ผมอยากให้ไว้ใจ รัฐบาลนี้เราจะควบคุม ดูแล ทำให้ข้อกังวลใจต่างๆ เหล่านี้ ได้ดำเนินการได้  ให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นผลประโยชน์ต่อคนไทยให้มากที่สุด   ใครจะไป ใครจะมา ใครจะได้ประโยชน์ เราเองไม่ใช่เหรอครับเป็นผู้กำหนดมาตรการต่างๆ การทำทีโออาร์ การทำสัญญาต่างๆเราเป็นคนเขียนเอง ฉะนั้นเราย่อมไม่ทำอะไรแบบไม่มียุทธศาสตร์ อย่างที่ทุกคนเป็นห่วงกังวล เราเดินหน้ามาทุกเรื่อง ก็เป็นไปด้วยการพบปะหารือ ศึกษาทำความเข้าใจ ในทุกๆเรื่อง  เปรียบเทียบ ในประเทศต่างประเทศ บางทีอาจจะรู้ไม่ทั่วถึงกันก็เลยเกิดความไม่ไว้วางใจมากขึ้น  ก็ขอให้ทุกคนได้สอบถามได้นะครับ

ผมพูดมาทั้งหมดนี้ มันก็อาจจะซ้ำๆ กับที่เคยพูดไป แต่ก็เพียงมุ่งหวัง จะทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น ให้เห็นความเชื่อมโยง จากปัญหาหนึ่ง ไปสู่ปัญหาอื่นๆ  ดังนั้น วิธีคิด – วิธีการทำ ถ้าหากว่าเราต้องเปลี่ยนแปลง แนวทางเดิมแก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ มันต้องหนทางใหม่  หากคิดเหมือนเดิม มีโจทย์ มีปัญหา – แบ่งปัญหาไปแก้  ต่างคนก็แก้กันไป แล้วก็ไม่สัมพันธ์กัน มันก็ไม่เกิดที่มันเป็นรูปธรรม ที่มันเป็นแมส(mass)ขึ้นมา ก็แก้ได้อย่างไม่ยั่งยืน ไม่สมบูรณ์ นะครับ

20170621090106_s รัฐบาลนี้ ได้นำแนวทางการแก้ปัญหา “แบบบูรณาการ” มาขับเคลื่อน ทั้งแผนเงิน แผนคน แผนงาน นะครับ เพื่อจะบริหารจัดการกับปัญหาในทุกปม ทุกประเด็นในเวลาเดียวกัน ให้เกิดการประสานสอดคล้องกัน มันอาจจะยากเพราะอาจไม่เคยปฏิบัติ ลักษณะเช่นนี้มาก่อนมากนัก

แต่หากเราแก้ไขได้ด้วย “การวางแผนร่วมกัน” คุยกันให้ละเอียด ตั้งแต่ต้นจนจบ อุปสรรคอยู่ตรงไหน ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน ใครควรจะรับแก้ไขตรงนั้นไป ก็ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่โต้แย้งกันทุกประเด็น  ความคิดทุกคนมีประโยชน์ทั้งสิ้น  ข้อสำคัญ ก็คือ เราต้องมองผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง มันก็จะมาสู่การแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา อย่างยั่งยืน"