thansettakij
thansettakij
สสว.หนุนเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ในธุรกิจดิจิทัล

สสว.หนุนเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ในธุรกิจดิจิทัล

23 มิ.ย. 60 | 10:15 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 60 | 17:15 น.
สสว.ร่วมกับซอฟต์แวร์พาร์ค-สวทช. สนับสนุนให้ SME รุ่นใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ Digital มีโอกาสขยายฐานลูกค้าและสร้างเครือข่ายกับธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในไทยและต่างประเทศ

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงาน Technology Investment Conference 2017ในหัวข้อ “Next Generation Businesses” หรือประเด็นธุรกิจยุคใหม่ เพื่อเป็นเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุนจากวิทยากรระดับสากล เปิดโอกาสให้บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ สถาบันการเงินและเทคสตาร์ทอัพไทยได้เห็นรูปแบบการทำงาน ความร่วมมือและการลงทุนร่วมกัน (Synergy) เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมสูงสุด สร้างโอกาสทางธุรกิจ พร้อมประกาศมุ่งขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานทำธุรกิจ เช่น แอปพลิเคชัน หรือบริการต่างๆ ด้วยเป็นกลไกสำคัญช่วยสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศยุคไทยแลนด์ 4.0

[caption id="attachment_168296" align="aligncenter" width="361"] นางสาลินี วังตาล นางสาลินี วังตาล[/caption]

ทั้งนี้ ประเทศไทยมี SME ประมาณ 2.8 ล้านกิจการ ได้สร้างอาชีพให้แก่คนไทยมากกว่า 10 ล้านคน และมีสัดส่วนเป็น 42% ของ GDP ประเทศไทย รัฐบาลมีเป้าหมายจะเพิ่มมูลค่าของ SME ให้เป็น 50% ของ GDP ภายในปี 2564 ปัจจัยที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ประการหนึ่งคือ สนับสนุนให้ SME รุ่นใหม่ประเภท Tech startup, Smart SME หรือ Smart Farmers ผลิตสินค้า หรือบริการที่มีมูลค่าสูง และสามารถขยายฐานลูกค้าออกไปสู่ตลาดโลกได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องช่วยสร้าง network ให้ SME รุ่นใหม่ที่มีนวัตกรรมเหล่านี้ ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพต่อธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางที่สนใจจะนำนวัตกรรมของ SME รุ่นใหม่ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีสาระสำคัญ 3 เรื่องที่ผู้ร่วมงานจะได้รับทราบภายในงาน ได้แก่ (1) ความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และเทคสตาร์ทอัพ รวมถึงการลงทุนของ CVC (2) การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ที่จะแก้ปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างมีศักยภาพ และ (3)การเข้าถึงโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยและของรัฐบาลซึ่งในการประชุมปีก่อนหน้านี้ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการระดมทุนแบบ Crowdfunding, Angel Investor, VC และสตาร์ทอัพในอาเซียนไปแล้ว การประชุมในปีนี้จึงได้จัดขึ้นเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่จะสร้างความเข้าใจกลไกทางการเงินสำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ในประเด็น “ธุรกิจยุคใหม่” (Next Business Generation) ด้วยเล็งเห็นว่าหลายธุรกิจอาจกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ

ฉะนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมการนำเสนอผลงานของเทคสตาร์ทอัพที่น่าสนใจจากการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคตมาเป็นพื้นฐานในการทำธุรกิจ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning, Chatbotและ Internet of Things (IOT) เป็นต้น